ทีม "ตราไก่" ฝรั่งเศส พลาดท่าแพ้ ยูเครนที่ โอลิมปิก สเตเดี้ยม 0-2 ศึกฟุตบอลโลก2014 รอบเพลย์ออฟ
"เดเด้" ดิดิเยร์ เดสชองส์ กุนซือ "ตราไก่" ฝรั่งเศส ยังไม่ยอมยกธงขาว แม้จะบุกไปแพ้ ยูเครน 0-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 15 พ.ย. แต่ยังขอเปิดบ้านลุ้นแก้ตัวในเกมนัดที่ 2 เพื่อหวังพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายให้ได้ ขณะที่ "โด้" คริสเตียโน โรนัลโด โหม่งประตูชัยให้โปรตุเกสเปิดบ้านเฉือนชนะ สวีเดน 1-0 ด้าน "สิงโตคำราม" อังกฤษ โดนเผาเครื่องคาถิ่นตัวเอง เพราะอุ่นแข้งแพ้ ชิลี 0-2
ทีม "ตราไก่" ฝรั่งเศส พลาดท่าบุกไปแพ้ ยูเครน ที่โอลิมปิก สเตเดี้ยม 0-2 ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบเพลย์ออฟ โซนยุโรป นัดแรก เมื่อคืนวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยเจ้าบ้านได้ทั้ง 2 ประตูจาก โรมัน โซซุลยา นาที 61 และ อังเดร ยาร์โมเลนโก นาที จุดโทษ 82 ก่อนที่ทีมเยือนจะเหลือผู้เล่นในช่วงท้ายเกมเพียง 10 คน เนื่องจาก โลรองต์ คอสเซียลนี ถูกใบแดงไล่ออกจากสนามในช่วงทดเวลาบาดเจ็บไป 1 นาที เช่นเดียวกับเจ้าถิ่นที่ต้องเหลือนักเตะเพียง 10 คน หลัง โอเลกซานเดอร์ คูเชอร์ ถูกใบเหลือง-แดงไล่ออกจากสนามในช่วงทดเวลาไปแล้วถึง 5 นาที ส่งผลให้ทัพลูกหนังจากเมืองน้ำหอมตกอยู่ในภาวะเสี่ยงต่อการชวดคว้าตั๋วไปโชว์ฝีเท้าในเกมรอบสุดท้ายที่บราซิลช่วงกลางปีหน้าสูงมาก แต่ยังพอมีโอกาสได้ลุ้นอยู่เหมือนกัน หากเกมนัดที่ 2 สามารถพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายชนะด้วยสกอร์ 3 ลูกขึ้นไป โดยนัดหน้าจะเล่นกันที่บ้านของ ฝรั่งเศส ในสตาด เดอ ฟรองซ์ คืนวันอังคารที่ 19 พ.ย.นี้
หลังจบเกม "เดเด้" ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ กุนซือ "ตราไก่" ยังไม่ยอมยกธงขาวยอมแพ้แบบง่ายๆ เพราะมั่นใจว่า ลูกทีมของเขายังพอมีโอกาสพลิกสถานการณ์กลับมาเป็นฝ่ายผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้เหมือนกัน แม้ ยูเครน จะถือความได้เปรียบในเรื่องของผลการแข่งขัน แต่อะไรก็ยังคงเกิดขึ้นได้ในเกมต่อไปที่จะได้กลับไปเล่นในบ้านของพวกเขาเอง
"เรายังคงต้องสู้กันต่อไป เพราะเรายังพอมีโอกาส แต่การที่เราเสียประตูแรกไปก่อน ทำให้พวกเขาแข็งแกร่งขึ้นทันที แน่นอนว่า มันเป็นผลการแข่งขันที่เลวร้ายสำหรับเรา และทำให้ ยูเครน มีโอกาสผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้สูงมาก แต่เราจะได้ลงเล่นที่บ้านในเกมนัดต่อไป และเรายังมีเวลาเหลืออีก 90 นาที" เดส์ชองส์ กล่าว
ขณะที่ โปรตุเกส ตุนความได้เปรียบจากเกมนัดแรกเอาไว้ได้ หลังเปิดรังเอสตาดิโอ ดา ลุซ เฉือนชนะ "ไวกิ้ง" สวีเดน 1-0 โดยเจ้าถิ่นได้ประตูชัยจาก คริสเตียโน โรนัลโด นาที 82 สำหรับเกมนัดที่ 2 จะไปเล่นกันที่บ้านของ สวีเดน ในเฟรนด์ส อารีนา ช่วงคืนวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายนนี้ หลังจบเกม โรนัลโด กล่าวรู้สึกโล่งอกที่ทีมชาติบ้านเกิดของเขาสามารถเก็บชัยได้สำเร็จ พร้อมกับเอ่ยปากกระตุ้นให้เพื่อนร่วมทีมยังคงต้องมีสมาธิกับเกมนัดต่อไป เพื่อที่จะได้คว้าตั๋วผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายนั่นเอง ส่วนผลอีก 2 คู่ กรีซ เปิดบ้านชนะ โรมาเนีย 3-1, ไอซ์แลนด์ เฝ้ารังเสมอ โครเอเชีย 0-0
ด้าน ศึกฟุตบอลนัดกระชับมิตร "สิงโตคำราม" อังกฤษ เสียฟอร์มคาถิ่นเวมบลีย์ หลังเปิดโอกาสให้ 3 แข้งใหม่อย่าง ฟราเซอร์ ฟอร์สเตอร์, อลัน ลัลลานา และ เจมส์ โรดริเกซ ได้ลงสนามรับใช้บ้านเกิดเป็นนัดแรก ก่อนที่จะเป็นฝ่ายแพ้ ชิลี 0-2 โดยทีมเยือนได้ทั้ง 2 ประตูจาก อเลกซิส ซานเชซ ซัดเบิ้ลคนเดียว 2 ลูก นาที 7 และ 90 หลังจบเกม "ปู่รอย" รอย ฮอดจ์สัน ผู้จัดการทีมลูกหนังเมืองผู้ดี พร้อมน้อมรับเสียงโห่จากแฟนบอลที่รู้สึกไม่พอใจผลการแข่งขันที่เกิดขึ้น ทว่าทีมของเขาก็ได้บทเรียนจากความพ่ายแพ้ในเกมนี้เหมือนกัน ขณะที่ "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี สามารถบุกไปเสมอ "อัซซูรี" อิตาลี ได้ถึงถิ่นซาน ซิโร 1-1 โดยทีมเยือนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก มัตส์ ฮุมเมลส์ นาที 8 ก่อนที่เจ้าบ้านจะตามทวงคืนได้จาก อิกนาซิโอ อบาเต นาที 28
ส่วนผลคู่อื่น เกาหลีใต้ ชนะ สวิตเซอร์แลนด์ 2-1, เบลารุส เสมอ แอลเบเนีย 0-0, สาธารณรัฐเช็ก ชนะ แคนาดา 2-0, ลิเบีย เสมอ ไนเจอร์ 1-1, รัสเซีย เสมอ เซอร์เบีย 1-1, เอสโตเนีย ชนะ อาเซอร์ไบจาน 2-1, เดนมาร์ก ชนะ นอร์เวย์ 2-1, สวาซิแลนด์ แพ้ แอฟริกาใต้ 0-3, ตุรกี ชนะ ไอร์แลนด์เหนือ 1-0, ไอร์แลนด์ ชนะ ลัตเวีย 3-0, โปแลนด์ แพ้ สโลวะเกีย 0-2, สกอตแลนด์ เสมอ สหรัฐอเมริกา 0-0, เอกวาดอร์ เสมอ อาร์เจนตินา 0-0, จาไมกา แพ้ ตรินิแดดและโตเบโก 0-1





