"เจ้าเอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักแม่นทีมชาติไทย เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ "ณิธิวดี ภู่เจริญยศ" ภรรยา
"เจ้าเอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักแม่นทีมชาติไทย เข้าแจ้งความให้ดำเนินคดีกับ "ณิธิวดี ภู่เจริญยศ" ภรรยา ข้อหาลักทรัพย์ในตู้เซฟธนาคาร สูญทรัพย์สิน ทั้ง เพชร ทอง และพระเครื่อง รวมมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 4 กันยายน "เจ้าเอ็กซ์" จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม อดีตนักกีฬายิงปืนทีมชาติไทย ได้เดินทางไปที่สถานีตำรวจบางชัน เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.มารุต บัณดิษฐโต พนักงานสอบสวน ให้ดำเนินคดีกับน.ส.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ อายุ 38 ปี ภรรยาและธนาคารกสิกรไทย สาขาถนนสุขาภิบาล 3 ในข้อหาลักทรัพย์ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท
ทั้งนี้ จักรกฤษณ์ ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกจับกุม เนื่องจาก น.ส.ณิธิวดี ภู่เจริญยศ ภรรยา ได้แจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกายและเสพยาเสพติด ก่อนได้รับการประกันตัวเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ได้เปิดเผยว่า ภรรยาของตนได้คัดค้านเรื่องการประกันตัวมาโดยตลอด แต่ภายหลังจากที่ได้รับการประกันตัว ตนได้เดินทางไปที่ธนาคารกสิกรไทย สาขาสุขาภิบาล 3 เพื่อไปตรวจดูทรัพย์สินที่ฝากไว้ในตู้นิรภัย แต่ทรัพย์สินรวมมูลค่า 60 ล้านบาทที่ฝากเอาไว้กลับหายไป จึงได้เข้าแจ้งความดังกล่าว
สำหรับทรัพย์สินในเซฟของธนาคารนั้น จักรกฤษณ์ กล่าวว่า มีทั้ง เครื่องเพชร พระเครื่อง พระเลี่ยมทอง สร้อยคอทองคำ และทองแท่ง เหลือเพียงแค่พระเครื่องแค่ไม่กี่องค์ จึงได้ติดต่อขอดูกล้องวงจรปิดและพบว่า ในวันที่ 18 กรกฎาคม ภรรยาพร้อมญาติอีกคนเดินทางไปที่ธนาคาร และได้เข้าไปเอาทรัพย์ดังกล่าวจากตู้นิรภัย โดยที่ไม่ต้องเซ็นเอกสารใด ๆ ทั้งที่ตนมีข้อตกลงกับทางธนาคารว่า ผู้ที่จะเปิดตู้เซฟได้ จะต้องเป็นตนเองคนเดียวเท่านั้น และจะต้องได้รับการลงนามจากตนเองก่อน เมื่อสอบถามกับธนาคารได้รับคำตอบว่า ธนาคารไม่ทราบว่าตนถูกจับ โดย น.ส.ณิธิวดี แจ้งว่าได้มีการพูดคุยกับตนเรียบร้อยแล้ว ทั้งที่ ตนไม่รู้เรื่องแต่อย่างใด
อดีตนักแม่นปืนทีมชาติ กล่าวอีกว่า ตนเก็บทรัพย์สินไว้ในธนาคาร ซึ่งคิดว่าเป็นที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว แต่กลับมาถูกขโมยได้ แล้วอย่างนี้จะไว้ใจใครได้ ซึ่งตนได้ติดต่อไปยังภรรยาเพื่อสอบถามเรื่องนี้แล้ว แต่ก็ได้รับคำตอบที่ไม่ชัดเจน จึงจะต้องแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด เพราะมีหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดได้เนื่องจาก ภรรยาเป็นคนเข้าไปที่ธนาคาร มีการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ธนาคาร และนำทรัพย์สินออกไปได้
สำหรับพนักงานสอบสวนได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เรียบร้อยแล้ว และจะทำการสอบปากคำ จักรกฤษณ์ ซึ่งจะรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้ง ก่อนที่จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนต่อไป





