ศึกลูกหนังพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดบิ๊กแมทช์ ซึ่ง "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด แชมป์เก่า เปิดบ้านเสมอกับ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี 0-0
ด้วยรูปเกมที่ไม่สนุกตื่นเต้นเท่าที่ควร เนื่องจากทั้งคู่ต่างเล่นกันอย่างระมัดระวังตัว มีจังหวะพังประตูแบบจะจะ เกิดขึ้น เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ขณะที่เจ้าบ้านพลาดการได้จุดโทษ จากจังหวะยิงของ ทอม เคลเวอร์ลีย์ ที่บอลไปชนมือ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่ผู้ตัดสินก็ไม่ได้เป่า
หลังการแข่งขัน เดวิด มอยส์ กุนซือผีแดง ที่คุมทัพเตะในบ้านเป็นเกมแรก หลังเข้ามารับหน้าที่แทน "เฟอร์กี" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน กล่าวว่า หากจะมีทีมใดที่สร้างสรรค์เกมรุกได้มากกว่า ก็ต้องตอบว่าเป็นลูกทีมของเขานั่นเอง
"นัดนี้เราจัดทีมลงสนามเพื่อเป็นเกมบุกเต็มตัว และสร้างสรรค์โอกาสมากกว่า แต่ก็ยังทำได้ไม่ดีนักในจังหวะจ่ายหรือเปิดบอล ส่วนอีกเรื่องก็คือผู้ตัดสิน ที่ทำผิดพลาด 2 จังหวะ ในจังหวะแฮนด์บอลของแลมพาร์ด และออสการ์" มอยส์ ซึ่งมีคิวจะคุมลูกทีมลงสนามเจอศึกใหญ่อีกครั้งในเกมหน้า ที่ต้องบุกไปเยือน "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล วันที่ 1 ก.ย.นี้ กล่าว
ส่วน ชูเซ มูรินโญ กุนซือของเชลซี กล่าวว่า การเสมอกันเป็นผลการแข่งขันที่ยุติธรรมแล้ว
"เกมนี้สมควรแล้วที่จะเสมอกัน การออกสตาร์ท 3 นัดแรก ด้วยชัยชนะ 2 นัด และบุกเสมอกับทีมแชมป์เก่า อย่าง แมนฯยูไนเต็ด ด้วยนักเตะเกมรุก 4 คน ที่อายุต่ำกว่า 22 ปีแต่ต้องเจอกับกองหลังเก๋าๆ ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันยา วิดิช และ ปาทริซ เอวรา ถือเป็นเรื่องที่ดี"
นอกจากนี้ มูรินโญ ยังกล่าวถึงกรณีการตามซื้อตัว เวย์น รูนีย์ ที่ยืดเยื้อมานานว่า จะให้เวลารูนีย์ตัดสินใจอีก 24-48 ชั่วโมง ว่าจะย้ายทีมไปร่วมกับเชลซีหรือไม่ หากไม่จะได้เบนเข็มไปเจรจากับนักเตะรายอื่น
"ถึงเวลาที่เรื่องรูนีย์ควรได้ข้อยุติ รูนีย์ ควรตัดสินใจได้แล้วว่า จะย้ายทีม หรือ อยู่กับแมนฯยูไนเต็ดต่อไป"





