ผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ จี้อคส. คดีโรงสีชัยภูมิเวียนเทียนข้าว หายจากโกดังกว่า 700 ตัน มูลค่ากว่า 11 ล้านบาท
ความคืบหน้าหลังผู้ว่าราชการจ.ชัยภูมิ ตรวจพบปัญหาทุจริตโครงการรับจำนำข้าวของโรงสีในพื้นที่ปลอมสวมใบประทวนเวียนเทียนข้าวในโกดังจำนวนมากกว่า 14 %ออกมาสวมสิทธิ์รายชื่อชาวนาขายใบประทวน ทั้งที่ไม่มีข้าวในมือลอบขนข้าวในโกดังของ หน่วยงาน อคส.ออกขายในราคาตันละ 11,000 บาท นำกลับเวียนเทียนสวมสิทธิ์เข้าโครงการรับจำนำกินส่วนต่างสูงกว่าตันละ 15,000 บาท
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มิ.ย.56 นายพรศักดิ์ เจียรณัย ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ ได้เร่งมอบหมายจัดพนักงานสอบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ และทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เดินหน้าดำเนินคดีกับโรงสีที่เข้าข่ายทุจริตครั้งนี้แล้ว ซึ่งตรวจพบว่ามีข้าวหายไปจากโกดังกลางของรัฐรวมกว่า 14 % แบ่งเป็นข้าวเปลือกที่หายไปรวมกว่า 621 ตัน ข้าวสารที่ได้รับการสีแปรแล้วรวมอีกกว่า 129 ตัน มูลค่าในเบื้องต้นรวมกว่า 11 ล้านบาท ในส่วนของจ.ชัยภูมิ ได้มีคำสั่งปิดโรงสีแห่งนี้ไปแล้ว ระหว่างรอการตรวจสอบความเสียหายเพิ่มเติม ซึ่งผู้เสียหายโดยตรงของภาครัฐในครั้งนี้คือ ผอ.อคส.ส่วนกลาง เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับโรงสีแห่งนี้ ที่ไม่ใช่หน่วยงานระดับจังหวัดจะสามารถเข้าร้องทุกข์ได้เองได้ตามขั้นตอนกฏหมาย
ขณะนี้รอเพียงหน่วยงาน อคส.จากส่วนกลางจะลงมาดำเนินการเข้าแจ้งความโดยตรง เพื่อทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดจะได้เร่งดำเนินการทางกฏหมายโดยเร็วต่อไปกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดของโรงสีแห่งนี้ได้ ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดในหลายข้อหาทั้งยักยอกทรัพย์ของหลวง การปลอมแปลงเอกสารลายเซ็นต์จนท.อคส. และมีการซื้อขายใบประทวนชาวนาที่ไม่มีข้าวในมือมาสวมสิทธิ์เวียนเทียนข้าวในโกดังกลางจำนวนมาก และยังมีการพยายามทำลายหลักฐานทั้งภาพกล้องวงจรปิดที่มีในโรงสี บางส่วนยังถูกนำไปทำลายเสียหายเพื่ออำพรางคดีด้วย แต่ทางพนักงานสอบสวนทั้งหมดได้ดำเนินการติดตามหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมจนได้ทั้งหมดแน่ชัดแล้ว จนต้องสั่งปิดโรงสีไว้ก่อน และรอเพียงทางเจ้าทุกข์ตัวแทนภาครัฐโดยตรงรีบมาแจ้งดำเนินคดีโดยเร็วเท่านั้น ซึ่งวันนี้ได้มีหนังสือประสานแจ้งไปให้ทางหน่วยงาน อคส.ส่วนกลางทราบอีกครั้งแล้ว และขอให้รีบดำเนินการทางกฏหมายโดยเร็วต่อไป





