วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

70สโมสรลงชื่อเลือกนายกบอล

1 ใน 3 สโมสรสมาชิกสมาคมฟุตบอลฯ ร่วมลงชื่อให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ

1 ใน 3 สโมสรสมาชิกสมาคมฟุตบอลฯ ร่วมลงชื่อให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ หลัง “บังยี” วรวีร์ มะกูดี หมดวาระลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดย “ทนายอ๊อด” ภีมเดช อมรสุคนธ์ เป็นตัวตั้งตัวตีล่ารายชื่อได้ 70 ทีม พร้อมยื่นต่อเลขาธิการฯ วันที่ 25 มิ.ย.นี้ และให้ กกท. เข้ามาดูแลการเลือกตั้ง

ความคืบหน้าการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ที่มีปัญหาเรื่องการขอมติจากสโมสรสมาชิกให้รับรองการใช้ธรรมนูญใหญ่ของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่สุดท้ายไม่สามารถเปิดประชุมเพื่อขอมติเสียงได้ เนื่องจากมีคำสั่งศาลจังหวัดมีนบุรี ห้ามไม่ให้สมาคมฟุตบอลฯ จำเลยที่ 1 และ วรวีร์ มะกูดี จำเลยที่ 2 นำข้อบังคับลักษณะปกครองของสมาคมฟุตบอลฯ ฉบับ พ.ศ.2556 ที่ปรับปรุงมาจากฉบับ พ.ศ.2546 เข้าร่วมประชุมเพื่อขอมติรับรองไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ตามคำร้องขอ บจก.สโมสรฟุตบอลพัทยา ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ พยายามเรียกร้องให้ บจก.สโมสรฟุตบอลพัทยา ถอนฟ้องเพื่อให้จัดการประชุมขอเสียงรับรองธรรมนูญใหม่ และจะได้จัดการเลือกตั้งได้ต่อไป แต่ บจก.พัทยา ยืนยันว่า จะไม่ถอนฟ้องแน่นอน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา เป็นกำหนดวันที่ “บังยี” วรวีร์ มะกูดี หมดวาระการเป็นนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งตามกฎสมาคมฟุตบอลฯ ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วัน แต่หากไม่จัดการเลือกตั้ง สโมสรสมาชิกสามารถขอเสียงจำนวน 1 ใน 3 เพื่อยื่นต่อเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ให้จัดการเลือกตั้งได้เช่นกัน

โดย “ทนายอ๊อด” ภีมเดช อมรสุคนธ์ ตัวแทนสโมสรสมาชิกจากระยอง เปิดเผยว่าขณะนี้ได้ล่ารายชื่อสโมสรเพื่อขอมติให้สมาคมฟุตบอลฯ จัดการเลือกตั้งตามกฎข้อบังคับ ซึ่งมีรายชื่อสโมสรทั้งหมด 70 จาก 179 สโมสร หรือ 1 ใน 3 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเตรียมไปยื่นต่อเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ

“ตอนนี้เรามีสโมสรที่เห็นด้วยกับการให้มีการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ ภายใน 1 เดือนหลังจากนี้ นับตั้งแต่นายกสมาคมฟุตบอลฯ คนเก่าหมดวาระ ซึ่งคาดว่าวันที่ 25 มิถุนายน นี้ จะได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ และ การกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้จัดการเลือกตั้ง”

“ทนายอ๊อด” กล่าวต่อว่าหากเลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ ไม่ยอมจัดการเลือกตั้ง บรรดาสโมสรสมาชิกสามารถจัดการเลือกตั้งเองได้ โดยให้ กกท. เข้ามาควบคุมและดูแล โดยทุกอย่างเป็นไปตาม พ.ร.บ.กีฬา ปี พ.ศ.2528 ซึ่งถือเป็นกฎหมายไทยที่ทุกสมาคมกีฬาจะต้องปฏิบัติตาม

สำหรับการยื่นหนังสือครั้งนี้ “บิ๊กเปี๊ยก” องอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคมฟุตบอลฯ จะต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 21 วัน นับตั้งแต่รับหนังสือจากสโมสรสมาชิก หากไม่จัดการเลือกตั้ง สโมสรสมาชิกสามารถร้องต่อ การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือ กกท. ให้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.กีฬา ปี 2528 เข้ามาควบคุมกิจการของสมาคมฟุตบอลฯ และสโมสรสามารถจัดการเลือกตั้งเองได้ โดยคาดว่าภายในเดือน กรกฎาคม นี้ จะมีการจัดการเลือกตั้งได้อย่างแน่นอน

ด้าน พินิจ งามพริ้ง หนึ่งในผู้สมัครชิงเก้าอี้นายกสมาคมฟุตบอลฯ กล่าวว่าตนและทีมงานกฏหมายพบว่า หนทางที่ถูกต้อง คือ จะต้องให้มีการเลือกตั้งโดยธรรมนูญฉบับเก่าโดยเร็ว ในวันที่ 15 กรกฏาคม 2556 ตามข้อบังคับปัจจุบันของสมาคมฟุตบอลฯ และหลังจากนั้น ต้องมีการเรียกประชุมใหญ่อีกครั้งเพื่อแก้ไขธรรมนูญใหม่ตามธรรมนูญของฟีฟ่าก่อนวันที่ 31 กรกฏาคม 2556