"ผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด เสียแชมป์การเป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกให้กับ"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค มูลค่าลดลง 2% เหลือ 837ล้านดอลลาร์
"ผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด เสียแชมป์การเป็นสโมสรที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลกให้กับ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค โดยมีมูลค่าลดลง 2 เปอร์เซนต์ เหลือ 837 ล้านดอลลาร์ เหตุจากความไม่ประสบความสำเร็จในยุโรป และการจากไปของ "เฟอร์กี" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ขณะที่ทีมเสือใต้มีมูลค่าเพิ่ม 9 เปอร์เซนต์ เป็น 860 ล้านดอลลาร์ จากการมีสถานะการเงินที่ดี และการคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก
ผลการสำรวจหัวข้อสโมสรที่มีมูลค่าแบรนด์สูงที่สุดในโลก ประจำปี 2012 ที่จัดทำขึ้นโดยบริษัทเอเจนซี "แบรนด์ ไฟแนนซ์" ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า ทีมที่มีมูลค่าสูงสุดในโลกตกเป็นของ "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ของเยอรมนี ที่มีมูลค่าสูงถึง 860 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.58 หมื่นล้านบาท) หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 9 เปอร์เซนต์ โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลประกอบการ และสถานะทางการเงินที่ดี และผลงานในสนามที่ยอดเยี่ยม โดยล่าสุด นอกจากการคว้าแชมป์บุนเดสลีกา ของเยอรมนี รวมถึงแชมป์สโมสรยุโรป ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก แล้ว ยังมีลุ้นที่จะคว้าแชมป์รายการที่ 3 จากศึกเดเอฟเบ โพคาล ที่จะชิงกับ "ม้าขาว" สตุ๊ตการ์ท ในวันที่ 1 มิ.ย.นี้ อีกด้วย
ขณะที่แชมป์เก่าเมื่อปีก่อน คือ "ปีศาจแดง" แมนฯยูไนเต็ด ที่เคยมีมูลค่าสโมสรอยู่ที่ 853 ดอลลาร์สหรัฐ (2.56 หมื่นล้านบาท) ต้องหล่นลงไปเป็นอันดับ 2 ด้วยมูลค่าทีมที่ลดลง 2 เปอร์เซนต์ ด้วยเหตุผลว่า แม้ว่าทีมผีแดงจะยังมีแฟนบอลทั่วโลกอย่างเหนียวแน่น แถมยังทวงแชมป์พรีเมียร์ลีกเมืองผู้ดีกลับคืนมาได้ แต่การไม่ประสบความสำเร็จในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรยุโรป รวมถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน หลังการลงจากเก้าอี้กุนซือของ "เฟอร์กี" อเลกซ์ เฟอร์กูสัน ทำให้มูลค่าทีมลดลงเหลือ 837 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.51 หมื่นล้านบาท) เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อนับจาก 50 อันดับแรก ทีมจากอังกฤษ ยังคงครองแชมป์มูลค่าของทีมรวมกัน โดยมีมูลค่ารวมถึง 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.3 หมื่นบาทล้าน) โดยใน 10 อันดับแรก นอกจากแมนฯยูไนเต็ดแล้ว "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล อยู่อันดับที่ 7 ด้วยมูลค่า 361 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.08 หมื่นล้านบาท) ลดลงจากปีก่อน 2 เปอร์เซนต์ และ "เรือใบสีฟ้า" แมนฯซิตี อยู่อันดับ 8 มีมูลค่า 332 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.96 พันล้านบาท) เพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซนต์
เดวิด ไฮจ์ ซีอีโอ ของแบรนด์ ไฟแนนซ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการเงินเข้าไปมีส่วนสำคัญอย่างมากกับวงการฟุตบอลในอังกฤษ ซึ่งมีนัยสำคัญอย่างยิ่งของการประสบความสำคัญในการก้าวขึ้นสู่การเป็นแบรนด์ระดับโลก แม้จะยังคงมีข้อจำกัดอีกพอสมควร ทั้งในเรื่องของค่าจ้างของผู้เล่น การจัดการด้านการเงิน เช่นแม้ว่าในแต่ละนัดจะมีผู้เข้าชมเป็นจำนวนมาก แต่ค่าบัตรผ่านประตูกลับมีราคาค่อนข้างต่ำ ขณะที่วงการฟุตบอลเยอรมนีนั้น มีการพัฒนาที่รวดเร็ว จนก้าวขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าในด้านการเงินได้สำเร็จ





