วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เสือใต้'สุดแกร่ง ดอร์ทมุนด์ระส่ำ

บาเยิร์น มิวนิค สุดแกร่งพร้อมจัดทัพใหญ่ฟาดแข้ง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 25 พ.ค.นี้

"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค สุดแกร่งพร้อมจัดทัพใหญ่ฟาดแข้ง "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 25 พ.ค.นี้ โดยลูกทีมของ จุปป์ ไฮย์เกส พกสถิติที่เหนือกว่ามาข่มขวัญ หลังไม่เคยพลาดแพ้จากการพบกันในฤดูกาลนี้ทั้ง 4 เกม ขณะที่ เจอร์เกน คลอปป์ หมดสิทธิใช้งาน มาริโอ เกิทเซ และยังต้องรอเช็คฟิต มัตส์ ฮุมเมลส์

ศึกฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบชิงชนะเลิศ คืนวันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคมนี้ เป็นการโคจรมาพบกันเองของ 2 ทีมลูกหนังจากศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ระหว่าง "เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค แชมป์ลีกสูงสุดเมืองเบียร์ กับ "เสือเหลือง" โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเวลา 01.45 น. เพื่อชิงความเป็น "เจ้าสโมสรยุโรป" ประจำฤดูกาลนี้ และเป็นการนำถ้วยแชมป์กลับคืนสู่วงการฟุตบอลเยอรมันอีกครั้งหนึ่งด้วย หลังจากที่ทีมลูกหนังจากเมืองเบียร์ห่างหายจากตำแหน่งแชมป์มานานถึง 12 ปีแล้ว นับตั้งแต่เมื่อครั้งที่ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์รายการนี้ได้เป็นทีมสุดท้ายในช่วงปี 2001

เกมนี้ จุปป์ ไฮย์เกส กุนซือเสือใต้ มีสภาพทีมที่สมบูรณ์มาก สามารถใช้งานนักเตะที่มีอยู่ได้ทั้งหมด แม้จะเพิ่งตัดสินใจส่งบรรดาแข้งหลักลงเล่นนัดที่บุกไปเฉือนชนะ "สิงห์หนุ่ม" มึนเชนกลัดบัค 4-3 ในศึกบุนเดสลีกา นัดสุดท้ายของฤดูกาล 2012/13 และไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม สามารถใช้นักเตะชุดใหญ่ลงสนามได้ทั้งหมด

คาดว่า มานูเอล นอยเออร์ จะได้ยืนเฝ้าเสาเป็นเหมือนเดิม ส่วนแนวรับยังคงเป็นหน้าที่ของ ดานเต้, เฌอโรม บัวเตง, ดาวิด อลาบา และ ฟิลิปป์ ลาห์ม ขณะที่แดนกลางเป็นการบัญชาเกมร่วมกันของ ฆาบี มาร์ติเนซ และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ โดยมี 3 ประสานในแนวรุกอย่าง ฟรองค์ ริเบรี, อาร์เยน ร็อบเบน และ โธมัส มุลเลอร์ คอยช่วยป้อนบอลให้ มาริโอ มานด์ซูคิช ที่จะได้ยืนเล่นเป็นกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียว เพื่อหวังลบล้างความผิดหวังจากเมื่อฤดูกาลก่อนที่ทำได้เพียงแค่ตำแหน่งรองแชมป์ หลังแพ้จุดโทษ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี ยักษ์ใหญ่จากเกาะอังกฤษ ในเกมรอบชิงชนะเลิศ

ขณะที่ เจอร์เกน คลอปป์ กุนซือเสือเหลือง มีปัญหาเรื่องการจัดทีม เพราะมาริโอ เกิทเซ กองกลางดาวรุ่งที่เพิ่งบาดเจ็บระหว่างการฝึกซ้อม และยังต้องรอเช็คความฟิตของ มัตส์ ฮุมเมลส์ กองหลังตัวเก่งที่มีปัญหาบาดเจ็บรบกวนมาจากเกมที่เปิดบ้านแพ้ ฮอฟเฟนไฮม์ 1-2 ในศึกบุนเดสลีกา นัดสุดท้ายของฤดูกาล แต่ยังสามารถใช้งานแข้งดังรายอื่นๆ ได้ทั้งหมด จึงยังคงพร้อมจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามเหมือนกัน เพื่อหวังลุ้นคว้าตำแหน่งยุโรป เป็นสมัยที่ 2 ต่อจากปี 1997

คาดว่า โรมัน ไวเดนเฟลเลอร์ จะเป็นนายทวารตัวจริงตามปกติ ส่วนแนวรับ มัตส์ ฮุมเมลส์ น่าจะหายเจ็บพร้อมเรียกความฟิตกลับมาช่วยทีมได้แบบทัน ประสานงานร่วมกับ เนวาน ซูโบติช, มาร์เซล ชเมลเซอร์ และ ลูคัสซ์ ปิสซ์เซค ขณะที่แดนกลางยังคงเป็นหน้าที่ของ สเวน เบนเดอร์, อิลคาย กุนโดกาน และ ยาคุบ บลาสซีคอฟสกี ส่วนแนวรุก เควิน โกรสส์ครอยซ์ จะได้ลงไปแทน มาริโอ เกิทเซ เพื่อประสานงานร่วมกับ มาร์โก รอยส์ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี

สำหรับคู่นี้เคยพบกันในทุกรายการมาแล้วทั้งหมด 100 เกม ปรากฏว่า บาเยิร์น เหนือกว่า ชนะ 45 เสมอ 29 ดอร์ทมุนด์ ชนะ 26 นัด ขณะที่การเจอกันในเกมยุโรป 2 นัด เกิดขึ้นในเกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อฤดูกาล 1997-98 ปรากฏว่า ดอร์ทมุนด์ ไม่เคยแพ้ บาเยิร์น ด้วยสถิติ ชนะ 1 เสมอ 1 โดยเกมแรกบุกไปเสมอ 0-0 ก่อนที่เกมนัดที่ 2 จะกลับมาเปิดบ้านเฉือนชนะในช่วงต่อเวลาพิเศษ 1-0 แต่ถ้านับเฉพาะผลงานที่เผชิญหน้ากันในฤดูกาลนี้ ที่พบกันทั้งหมด 4 เกม ปรากฏว่า บาเยิร์น ไม่แพ้ ดอร์ทมุนด์ แม้แต่นัดเดียว ด้วยการชนะ 2 เสมอ 2 เริ่มจาก บาเยิร์น ชนะ 2-1 ในศึกเยอรมัน ซูเปอร์ คัพ ส่วนนัดที่ 2 เปิดบ้านชนะ 1-0 ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ขณะที่นัดที่ 3 เปิดบ้านชนะ 1-0 ในศึกเดเอฟเบ โพคาล รอบ 8 ทีมสุดท้าย และปิดท้ายด้วยนัดที่ 4 บุกไปเสมอ 1-1 ในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี