สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่ทำการสอบสวนเรื่องนี้ ได้ทำการตัดสินแล้วว่า ซัวเรซมีความผิดเรื่องดังกล่าวจริง และลงโทษ ห้ามลงสนาม 10 นัด
จากกรณีที่ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งทีมชาติอุรุกวัย ของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ได้ก่อเรื่องอื้อฉาว ระหว่างการลงเตะศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา ด้วยการไปกัดใส่ท่อนแขนของ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช กองหลังเชลซี ในเกมที่ทั้ง 2 ทีมเสมอกัน 2-2 จนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 24 เม.ย. สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (เอฟเอ) ที่ทำการสอบสวนเรื่องนี้ ได้ทำการตัดสินแล้วว่า ซัวเรซมีความผิดเรื่องดังกล่าวจริง และลงโทษ ห้ามลงสนาม 10 นัด และมีผลในทันที ซึ่งจะทำให้นักเตะรายนี้ ไม่สามารถลงสนามให้กับต้นสังกัดในการเตะศึกพรีเมียร์ลีกอีก 4 นัดที่เหลือในฤดูกาลนี้ รวมกับการเล่นอีก 6 นัดแรกของฤดูกาลหน้า โดยจะกลับมาเล่นได้อีกครั้งก็จะเป็นในช่วงปลายเดือน ก.ย. เลยทีเดียว
ด้านปฏิกริยาของทีมหงส์แดง ที่ก่อนหน้านี้สั่งปรับเงินซัวเรซไปบริจาคให้การกุศลจากเรื่องดังกล่าวไปแล้ว เอียน ไอร์ย ผู้อำนวยการสโมสร กล่าวว่า ทั้งลิเวอร์พูลและตัวนักเตะเอง ช็อกกับผลการตัดสินที่ออกมา อย่างไรก็ตาม การที่สโมสรจะอุทธรณ์เรื่องนี้หรือไม่นั้น คงต้องรอหนังสือยืนยันจากเป็นทางการจากทางเอฟเอก่อน จึงจะมีการตัดสินใจเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
ขณะที่ ซัวเรซ วัย 26 ปี กล่าวว่า ไม่มีความสุขกับผลการตัดสิน ที่ถือเป็นการทำลายฝันของเขาในการเป็นยอดศูนย์หน้าของอังกฤษในฤดูกาลนี้ ที่ล่าสุดเจ้าตัวซัดในศึกพรีเมียร์ลีกไปแล้ว 23 ลูก เป็นรองดาวซัลโว ตามหลัง "อาร์วีพี" โรบิน ฟาน เพอร์ซี ของ "ผีแดง" แมนฯยูไนเต็ด อยู่เพียงแค่ลูกเดียวเท่านั้น
ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2011 ซัวเรซเคยถูกเอฟเอลงโทษแบน 8 นัด จากกรณีไปเหยียดผิวของ ปาทริซ เอวรา กองหลังแมนฯยูไนเต็ด และเคยถูกสมาคมฟุตบอลฮอลแลนด์ ลงโทษแบน 7 นัด เมื่อปี 2010 จากการไปกัดใส่ ออตมาน บัคคัล กองกลางของพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน สมัยยังเล่นอยู่กับ อาแจกซ์ อัมสเตอร์ดัม





