วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วินนี ทวงสมาคมอุ่นแข้งทีมใหญ่

วินนี วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยชาวเยอรมันออกปากทวงสัญญาที่ วรวีร์ มะกูดี นายกลูกหนังไทย เคยให้คำมั่น จะเชิญทีมชั้นนำของเอเชีย

อย่างญี่ปุ่น, จีน, เกาหลีใต้ หรือทีมจากยุโรป

มาเป็นคู่อุ่นเครื่องกับทีมไทยให้ได้ ส่วนเรื่องข่าวโดนปลด เผยไม่สนใจและเชื่อว่าสมาคมฟุตบอลฯ ยังหนุนหลัง ด้าน ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติชุดซีเกมส์ ร่างแผนยกทีมเดินสายอุ่นเครื่องต่างแดน แถมจะนำทีมเตะลับเกือก 11 นัด

ความคืบหน้าการเตรียมทีม ช้างศึก ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ก่อนลงสู้ศึก 2 รายการใหญ่คือการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 42 ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 23-26 มกราคม นี้ โดยมี 4 ทีมเข้าแข่งขันคือ เกาหลีเหนือ, สวีเดน, ฟินแลนด์ และทีมชาติไทย และการแข่งขันฟุตบอลเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก นัดแรกรับการมาเยือน คูเวต วันที่ 6 ก.พ.นี้ ล่าสุด วินนี วินฟรีด เชเฟอร์ หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย เปิดเผยว่า อยากได้เกมอุ่นเครื่องตามที่ได้ตกลงกับสมาคมฟุตบอลฯ โดยเฉพาะเจอกับทีมจากตะวันออกกลางเพราะถือเป็นคู่แข่งใน เอเชียน คัพ รอบคัดเลือก

เราจะต้องการแมตช์อุ่นเครื่องกับทีมจากตะวันออกกลาง เพราะนั่นคือคู่ต่อสู้ของเราในศึกเอเชียน คัพ รอบคัดเลือก แต่ถ้าเรามีโอกาสได้เล่นในเกมฟีฟ่าเดย์ทุกแมตช์จริงๆ ในปีนี้จะเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ซึ่งสมาคมฟุตบอลฯ ได้สัญญากับผมว่าจะหาทีมดีๆ มาอุ่นเครื่อง และผมหวังว่าเราจะมีเกมอุ่นเครื่องกับยอดทีมอย่างญี่ปุ่น, จีน หรือแม้กระทั่งทีมในยุโรป ซึ่งมันคงจะดีมาก ถ้าคุณวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ สามารถจัดการเรื่องนั้นได้

ทั้งนี้ วินนี ได้กล่าวปิดท้ายว่าตนเองไม่หวั่นข่าวลือที่จะถูกสมาคมฟุตบอลฯ ปลดออกจากตำแหน่ง หลังไม่สามารถพาทีมชาติไทยคว้าแชมป์ เอเอฟเอฟ ซููซูกิ คัพ มาครองได้ โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าตนเองมั่นใจว่าข่าวที่ออกมาไม่ใช่คนของสมาคมฟุตบอลฯ ดังนั้นไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของตนเองและสต๊าฟโค้ชได้อย่างแน่นอน

ขณะที่ ซิโก้ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน ทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ กล่าวถึงแผนการเตรียมทีมว่า กำลังร่างแผนงานสำหรับนักเตะไปอุ่นเครื่องต่างประเทศ โดยเล็งไว้ที่ประเทศอินโดนีเซีย ที่สนามเจโลรา บุง การ์โน หรือเสนายัน เพื่อทดสอบสภาพจิตใจ นอกจากนั้นยังใช้ความสนิทส่วนตัวคุยกับ เวียดนาม เพื่ออุ่นเครื่องที่สนามมีดิง และเยือนเมียนมาร์

เรามีเวลาเตรียมทีมนับจากนี้เหลือเพียงแค่ 11 เดือน ถ้าเป็นไปได้ผมและทีมงานได้หารือกันเอาไว้คร่าวๆ ว่าอยากจะหาทีมมาอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยให้ได้เดือนละ 1 ครั้งเป็นอย่างน้อยรวม 11 ครั้ง ทั้งเกมเหย้า-เยือน โดยเฉพาะเกมเยือนอยากจะให้นักเตะได้ไปสัมผัสกับบรรยากาศที่สนามเสนายัน รวมไปถึงสัมผัสบรรยากาศของสนาม มีดิง สเตเดี้ยม ในการอุ่นเครื่องกับทีมชาติเวียดนาม หรือถ้าเป็นไปได้อยากจะประสานงานกับสมาคมฟุตบอลเมียนมาร์ ซึ่งถ้ามีการจัดการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีเกมส์จะสุดยอดมากๆ เพราะเราจะได้จำลองสถานการณ์ของจริง