วันอาทิตย์ ที่ 25 ตุลาคม 2569

Login
Login

'น้ำในเขื่อน' ทั่วประเทศ ทะลุ 83% รับมือฝนตกหนัก-น้ำล้นตลิ่ง

สทนช. อัปเดตสถานการณ์น้ำทั่วประเทศพุ่ง 83% เขื่อนภาคตะวันตกแน่น 97% เตือนไทยตอนบนอากาศแปรปรวน ภาคใต้ฝนตกหนักต่อเนื่องถึง 28 ต.ค. จับตา 10 จังหวัดเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน!

สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยรายงานสรุปสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศไทย ประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2569 เผยภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศแตะ 83% เตือนภาคใต้รับมือฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 28 ต.ค. ขณะที่ประเทศไทยตอนบนยังเจอสภาพอากาศแปรปรวน ลมกระโชกแรง พร้อมเช็กลิสต์ 10 จังหวัดภาคใต้เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง

ภาคใต้ฝนตกหนักต่อเนื่อง ยอดสะสมสูงสุดที่ 'ตรัง' 166 มม.

รายงานสถานการณ์ฝนสูงสุดรายภาคประจำวันที่ 25 ตุลาคม 2569 จากสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ระบุว่า พื้นที่ภาคใต้มีปริมาณฝนตกสะสมสูงสุดอย่างเห็นได้ชัด โดย จ.ตรัง วัดปริมาณฝนสูงสุดได้ถึง 166 มิลลิเมตร ส่งผลให้ต้องมีการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

สำหรับปริมาณฝนสูงสุดในพื้นที่ภาคอื่นๆ ของประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้

  • ภาคเหนือ จ.น่าน วัดปริมาณฝนได้ 72 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.นครราชสีมา วัดปริมาณฝนได้ 38 มิลลิเมตร
  • ภาคกลาง จ.สระบุรี วัดปริมาณฝนได้ 81 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันออก จ.ฉะเชิงเทรา วัดปริมาณฝนได้ 72 มิลลิเมตร
  • ภาคตะวันตก จ.ประจวบคีรีขันธ์ วัดปริมาณฝนได้ 50 มิลลิเมตร
  • ภาคใต้ จ.ตรัง วัดปริมาณฝนได้ 166 มิลลิเมตร

สภาพอากาศและแนวโน้มคาดการณ์ ภาคใต้ฝนถั่งยาวถึง 28 ต.ค. 69

สทนช. ประเมินสภาพอากาศวันนี้ พบว่าพื้นที่ภาคใต้ยังคงมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากเกิดขึ้นในบางแห่ง ในขณะที่พื้นที่ประเทศไทยตอนบน (เหนือ, อีสาน, กลาง, ตะวันออก) จะเผชิญกับ "สภาพอากาศแปรปรวน" โดยมีลักษณะของฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักเกิดขึ้นบางพื้นที่

แนวโน้มคาดการณ์ช่วงวันที่ 26-28 ตุลาคม 2569

บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกต่อเนื่อง เพิ่มความเสี่ยงฝนตกหนักในหลายพื้นที่ และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้จึงควรเตรียมพร้อมรับมือกับปริมาณฝนที่สะสมเพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวัง

รายงานปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ 24 ต.ค. 69)

จากปริมาณฝนที่ตกสะสมอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำภาพรวมทั่วประเทศ (ข้อมูล ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2569) มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ในเกณฑ์สูง โดยมีรายละเอียดดังนี้:

  • ปริมาณน้ำรวมทั้งประเทศ 66,788 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 83% ของความจุเก็บกัก)
  • ปริมาณน้ำใช้การได้ 42,661 ล้านลูกบาศก์เมตร (คิดเป็น 75% ของความจุเก็บกัก)

สรุปสถานการณ์น้ำอ่างเก็บน้ำรายภาค

เมื่อพิจารณาแยกรายภูมิภาค พบว่าภาคตะวันตกและภาคตะวันออกมีสัดส่วนปริมาณน้ำกักเก็บสูงที่สุดในประเทศ

  • ภาคเหนือ มีปริมาณน้ำ 21,112 ล้าน ลบ.ม. (77%)
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีปริมาณน้ำ 8,467 ล้าน ลบ.ม. (70%)
  • ภาคกลาง มีปริมาณน้ำ 1,348 ล้าน ลบ.ม. (72%)
  • ภาคตะวันออก มีปริมาณน้ำ 2,833 ล้าน ลบ.ม. (89%)
  • ภาคตะวันตก มีปริมาณน้ำ 27,578 ล้าน ลบ.ม. (97%)
  • ภาคใต้ มีปริมาณน้ำ 5,450 ล้าน ลบ.ม. (70%)

เจาะลึกสถานการณ์น้ำ 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา

ด้านสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารจัดการน้ำในภาคกลาง ณ วันที่ 24 ตุลาคม 2569 เขื่อนหลักทั้ง 4 แห่งมีปริมาณน้ำกักเก็บในระดับที่ต้องบริหารจัดการอย่างประณีต ดังนี้

  1. เขื่อนภูมิพล (จ.ตาก) มีปริมาณน้ำ 9,542 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 71% ของความจุ
  2. เขื่อนสิริกิติ์ (จ.อุตรดิตถ์) มีปริมาณน้ำ 7,767 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 82% ของความจุ
  3. เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน (จ.พิษณุโลก) มีปริมาณน้ำ 804 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 86% ของความจุ
  4. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ (จ.ลพบุรี) มีปริมาณน้ำ 806 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 92% ของความจุ

สทนช. ออกประกาศแจ้งเตือนภัยช่วง 23-26 ต.ค. 69: 3 จุดเฝ้าระวังสำคัญ

เพื่อป้องกันและลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมขัง น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง ในช่วงวันที่ 23-26 ตุลาคม 2569 โดยเน้นย้ำ 3 ประเด็นหลัก

1. เช็กลิสต์ 10 จังหวัดภาคใต้ เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย โดยเฉพาะบริเวณเชิงเขา ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ เตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ต่อไปนี้

  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • สตูล
  • ยะลา
  • นราธิวาส

2. เฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ (ปริมาณน้ำเกิน 80%)

กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั่วประเทศที่มีปริมาณน้ำกักเก็บ มากกว่าร้อยละ 80 ของความจุ ให้เร่งบริหารจัดการน้ำและวางแผนการระบายน้ำอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายน้ำ

3. เฝ้าระวังระดับน้ำในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขาเพิ่มสูงฉับพลัน

เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำล้นตลิ่งและน้ำท่วมขัง จากระดับน้ำที่อาจเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ในแม่น้ำสายหลักและลำน้ำสาขา ดังนี้

  • ภาคตะวันตก แม่น้ำแควน้อย, แม่น้ำแควใหญ่, แม่น้ำเพชรบุรี
  • ภาคใต้ แม่น้ำตาปี, แม่น้ำพุมดวง, แม่น้ำตะกั่วป่า, แม่น้ำสายบุรี, แม่น้ำโก-ลก และคลองตันหยงมัส

ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวนในประเทศไทยตอนบน และปริมาณฝนที่ตกหนักสะสมในภาคใต้ ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยควรติดตามประกาศเตือนภัยจาก สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) และกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด ย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง เตรียมระบบไฟสำรอง และระมัดระวังการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีฝนตกหนักหรือมีน้ำท่วมขัง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน