กรมอุตุฯ อัปเดตพายุดีเปรสชันอ่าวเบงกอล จ่อทวีกำลังเป็นไซโคลน แม้ไม่เข้าไทย แต่ภาคใต้ตอนกลางยังต้องรับมือฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 1-3 วันนี้
กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศอัปเดตสถานการณ์สภาพอากาศและทิศทางพายุอย่างใกล้ชิด โดยระบุถึงการตรวจพบ พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวเบงกอล ที่คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไซโคลนในระยะต่อไป พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ ภาคใต้ตอนกลาง ให้เตรียมพร้อมรับมือฝนตกหนักถึงหนักมากต่อเนื่องในช่วง 1-3 วันข้างหน้านี้ แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรงก็ตาม
ความเคลื่อนไหวทางอุตุนิยมวิทยาในครั้งนี้ สร้างความสนใจและข้อห่วงใยแก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคใต้เป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นช่วงที่มีปัจจัยทางสภาพอากาศสะสมหลายประการ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อชีวิต ความเป็นอยู่ การเดินทาง และพื้นที่เกษตรกรรมได้อย่างมีนัยสำคัญ
อัปเดตเส้นทางพายุดีเปรสชันอ่าวเบงกอล ไม่เข้าไทย มุ่งหน้าอินเดีย-บังกลาเทศ
จากการเฝ้าติดตามสภาพอากาศและแบบจำลองการพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ประจำเช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2569 พบว่า พายุดีเปรสชันบริเวณอ่าวเบงกอล ยังคงรักษากำลังและความเร็วศูนย์กลางไว้ โดยคาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น "พายุไซโคลน" ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้
สำหรับทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุลูกนี้ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางทิศเหนือและตะวันเหนือเฉียงใต้ เข้าสู่ประเทศอินเดียหรือประเทศบังกลาเทศ โดยทางกรมอุตุนิยมวิทยายืนยันชัดเจนว่า "พายุลูกนี้ไม่มีแนวโน้มที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง" ทำให้ประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากศูนย์กลางพายุลูกดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การก่อตัวของพายุขนาดใหญ่ในอ่าวเบงกอล ย่อมส่งผลกระทบต่อทิศทางลม ร่องมรสุม และการกระจายตัวของความชื้นในภูมิภาคใกล้เคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เปิดสาเหตุฝนถล่มภาคใต้ เจาะลึก 2 ปัจจัยหนุนฝนตกหนัก
แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่ได้เคลื่อนเข้าไทย แต่ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยังคงต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนและมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ชี้แจงถึงสาเหตุหลักของปรากฏการณ์ฝนตกในภาคใต้ครั้งนี้ว่าเกิดจาก 2 ปัจจัยสำคัญที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่
1. ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง
ร่องมรสุม (ITCZ) ได้พาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลางอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นตัวการสำคัญในการดึงดูดความชื้นเข้าสู่อ่าวไทยและทะเลอันดามัน นอกจากนี้ ร่องมรสุมดังกล่าวยังถูกดึงและพัดเข้าหาพายุดีเปรสชันในอ่าวเบงกอล ส่งผลให้เกิดการสะสมตัวของเมฆฝนอย่างหนาแน่นและต่อเนื่อง
2. หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้
นอกเหนือจากร่องมรสุมแล้ว ยังมี หย่อมความกดอากาศต่ำ กำลังพัดปกคลุมบริเวณภาคใต้ตอนกลาง สภาพอากาศเช่นนี้กระตุ้นให้เกิดฝนฟ้าคะนอง กลุ่มเมฆฝนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้เกิดฝนตกหนักกระจายตัวในหลายจังหวัด
เมื่อปัจจัยทั้งสองประการนี้เกิดขึ้นพร้อมกัน จึงทำให้ภาคใต้ตอนกลางกลายเป็นพื้นที่รับมรสุมและกลุ่มฝนขนาดใหญ่ในระยะนี้
เฝ้าระวังภาคใต้ตอนกลาง 1-3 วันข้างหน้า เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนเน้นย้ำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ภาคใต้ตอนกลาง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เฝ้าระวังฝนตกหนักและฝนตกสะสมต่อเนื่องเป็นเวลา 1-3 วันข้างหน้า (ตั้งแต่วันที่ 25 ถึง 27–28 ตุลาคม 2569)
ปริมาณฝนที่ตกสะสมในระยะเวลาสั้นๆ อาจก่อให้เกิดภัยธรรมชาติหลายรูปแบบที่ต้องระมัดระวัง ดังนี้
- น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่บริเวณใกล้เทือกเขา
- น้ำท่วมขังในเขตเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำ ปริมาณฝนที่ตกหนักอาจส่งผลให้การระบายน้ำทำได้ช้า ทำให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนและชุมชนเมือง
- ดินโคลนถล่ม พื้นที่ที่มีฝนตกสะสมติดต่อกันหลายวัน ดินอาจอุ้มน้ำจนถึงจุดอิ่มตัว เสี่ยงต่อการเกิดดินสไลด์หรือดินโคลนถล่มได้
ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัยและข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชน
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ประชาชนในจังหวัดบริเวณภาคใต้ตอนกลางและภาคใต้ตอนล่าง ควรมองหาป้ายเตือนและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย
- ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด รับฟังข้อมูลข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือหน่วยงานราชการในท้องถิ่น
- เตรียมพร้อมยกของขึ้นที่สูง สำหรับบ้านเรือนที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือเคยมีประวัติน้ำท่วมขัง ควรเคลื่อนย้ายทรัพย์สิน ข้าวของเครื่องใช้ และอุปกรณ์ไฟฟ้าขึ้นที่สูง
- ตรวจสอบระบบระบายน้ำ ทำความสะอาดเศษใบไม้ ขยะ และสิ่งอุดตันบริเวณท่อระบายน้ำรอบบ้านเพื่อช่วยการระบายน้ำ
- ระมัดระวังการเดินทาง ผู้ใช้รถใช้ถนนควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่เนื่องจากถนนมลุยทัศนวิสัยต่ำและอาจมีน้ำท่วมขังบนพื้นผิวจราจร
- ชาวเรือและผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางทะเล ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเรือ บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง
สรุปสถานการณ์สภาพอากาศเช้าวันที่ 25 ตุลาคม 2569 พายุดีเปรสชันในอ่าวเบงกอล แม้จะทวีกำลังเป็นพายุไซโคลนและเคลื่อนตัวไปทางมุ่งสู่อินเดียและบังกลาเทศ โดยไม่กระทบไทยโดยตรง แต่ด้วยอิทธิพลของ ร่องมรสุม ร่วมกับ หย่อมความกดอากาศต่ำ ที่ปกคลุมภาคใต้ตอนกลาง ทำให้พี่น้องประชาชนใน ภาคใต้ ยังคงต้องตั้งการ์ดสูง เฝ้าระวังฝนตกหนัก ฝนตกสะสม และอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในช่วง 1–3 วันนี้อย่างใกล้ชิดที่สุด
หากต้องการข้อมูลพยากรณ์อากาศเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุฉุกเฉิน สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือสายด่วนพยากรณ์อากาศ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
อ้างอิง : กรมอุตุนิยมวิทยา





