วันศุกร์ ที่ 23 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปภ. รับมือฝนตกหนักภาคใต้ สั่งระดมเครื่องมือ-เปิดศูนย์พักพิง

ปภ. ยกระดับรับมือฝนตกหนักภาคใต้ 22-25 ต.ค. 69 สั่งระดมเครื่องจักรกล เปิดศูนย์พักพิง และเตือนภัยผ่าน Cell Broadcast ตลอด 24 ชม.

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สั่งการด่วนยกระดับการเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยและสาธารณภัยในพื้นที่ภาคใต้ หลังอุตุฯ เตือนมรสุมพาดผ่าน เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และคลื่นลมแรง พร้อมเปิดศูนย์พักพิง เร่งระบายน้ำ และอำนวยความสะดวกเรื่องค่าสินไหมทดแทนประกันภัยพิบัติแก่ประชาชน

วันนี้ (22 ต.ค. 69) ณ ห้องประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ชั้น 5 อาคาร 3 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มอบหมายให้ นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) ครั้งที่ 3/2570

การประชุมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฝ้าระวัง ติดตามการรายงานสถานการณ์ภัยอย่างใกล้ชิด และวางแนวทางเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้น โดยมีผู้บริหาร ปภ., ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต และสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด (ปภ.จ.) เข้าร่วมประชุมทั้ง ณ ที่ตั้ง และผ่านระบบสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยพร้อมเพรียงกัน

พยากรณ์อากาศ 22 - 25 ต.ค. 69 เตือนภาคใต้ฝนตกหนัก คลื่นสูงเกิน 3 เมตร

นายชัยรัตน์ แก้วเพียงเพ็ญ รองอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยข้อมูลการติดตามสภาพอากาศร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ในช่วงวันที่ 22 - 25 ตุลาคม 2569 มีปัจจัยเสี่ยงสำคัญจาก

  1. ร่องมรสุม พาดผ่านบริเวณภาคใต้ตอนกลาง
  2. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามันตอนล่าง

พื้นที่เสี่ยงได้รับผลกระทบ

  • ภาคใต้ มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก บริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านรวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง, ภาคกลางตอนล่าง, กทม.และปริมณฑล, ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่
  • ทะเลอันดามันและอ่าวไทย บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง คลื่นลมจะมีความสูงมากกว่า 3 เมตร

ปภ. จึงขอเน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในทุกพื้นที่สุ่มเสี่ยง ติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมกำลังพลและเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

มาตรการเชิงรุก สั่งการจังหวัดภาคใต้เตรียมพร้อมรับมือน้ำท่วม

เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน รองอธิบดี ปภ. ได้เน้นย้ำให้จังหวัดในพื้นที่ภาคใต้เร่งดำเนินมาตรการป้องกันและเตรียมพร้อมอย่างเข้มข้นในทุกมิติ ดังนี้

1. การเตือนภัยและสื่อสารวิกฤต

  • บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์อย่างแม่นยำ
  • แจ้งเตือนภัยล่วงหน้าผ่านระบบ Cell Broadcast, หอกระจายข่าว, ผู้นำชุมชน และสื่อท้องถิ่น
  • กำชับให้ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ชัดเจน ระบุพื้นที่เสี่ยง ช่วงเวลาเฝ้าระวัง และข้อปฏิบัติสำหรับประชาชนอย่างถูกต้อง

2. การบริหารจัดการน้ำและพื้นที่เสี่ยง

  • เร่งตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงอุทกภัย เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ปรับปรุงระบบระบายน้ำ และแก้ไขจุดคอขวดในพื้นที่สำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการไหลของน้ำ

3. การอพยพและการดูแลกลุ่มเปราะบาง

  • จัดทำแผนอพยพและจัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราว พร้อมสำรองสิ่งของอุปโภคบริโภคจำเป็นให้เพียงพอ
  • ให้ความสำคัญกับกลุ่มเปราะบางเป็นลำดับแรก เช่น ผู้สูงอายุ เด็ก ผู้ป่วยติดเตียง และผู้พิการ

ระดมศูนย์ ปภ. เขต 11, 12, 18 เสริมกำลังเครื่องจักรกลกู้ภัย

ปภ. ได้สั่งการไปยัง ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 (สุราษฎร์ธานี), ศูนย์ ปภ. เขต 12 (สงขลา) และ ศูนย์ ปภ. เขต 18 (ภูเก็ต) ให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่และยุทโธปกรณ์ด้านอุทกภัยเพื่อพร้อมสนับสนุนจังหวัดในพื้นที่ทันที ได้แก่

  • รถบรรทุกติดตั้งเครื่องสูบน้ำระยะไกล และเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่
  • รถผลิตน้ำดื่ม และ รถประกอบอาหาร เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ตัดขาด
  • รถไฟฟ้าส่องสว่าง และ รถปฏิบัติการเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย
  • เรือและอุปกรณ์กู้ภัยทางน้ำ

นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้เฝ้าระวังภัยทางทะเล โดยแจ้งเตือนชาวประมง ผู้ประกอบการท่องเที่ยว และนักท่องเที่ยว ให้หลีกเลี่ยงการเดินเรือหรือทำกิจกรรมทางทะเลในช่วงที่มีฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรง รวมถึงให้ประสานความร่วมมือกับมูลนิธิและหน่วยกู้ภัยที่ได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) ร่วมกัน พร้อมทดสอบระบบการสื่อสารสำรองให้พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา

เร่งรัดขั้นตอนการช่วยเหลือและประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

ในด้านการเยียวยาหลังเกิดภัย รองอธิบดี ปภ. ได้กำชับให้สำนักงาน ปภ. จังหวัด เร่งอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขอรับ ค่าสินไหมทดแทนจากการประกันภัยพิบัติแห่งชาติ

  1. เร่งประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เพื่อให้ประชาชนใช้เป็นหลักฐานประกอบการยื่นเคลมประกันได้ทันตามกรอบเวลา
  2. บูรณาการร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และสำนักงาน คปภ. ในพื้นที่ จัดตั้งจุดอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนและตรวจสอบคำขอ เพื่อให้การจ่ายเงินช่วยเหลือและค่าสินไหมทดแทนถึงมือประชาชนอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมที่สุด

ช่องทางการติดต่อขอรับความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย หรือต้องการแจ้งเหตุสาธารณภัย สามารถติดต่อได้ที่

  • สายด่วนนิรภัย : 1784 (โทรฟรีตลอด 24 ชั่วโมง)
  • Application : "ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784"
  • Line Official Account : "@1784DDPM"