กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศล่าสุด เตือนฉบับที่ 10 ทั่วไทยฝนตกหนักมาก กระทบ 53 จังหวัด รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องรับมือฝนแช่ เสี่ยงซ้ำรอยน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก
ประเทศไทยเจอมรสุมดักทาง กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศล่าสุด เตือนภัยขั้นสุด ฉบับที่ 10 เผย "หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง" ตะลุยพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง กดทับด้วยมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรง ส่งผลให้ 53 จังหวัดทั่วไทย รวมกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องรับมือฝนแช่ ฝนตกหนักถึงหนักมาก เสี่ยงซ้ำรอยน้ำท่วมฉับพลัน-น้ำป่าไหลหลาก ด้านทะเลอันดามันคลื่นสูงเกิน 3 เมตร เรือเล็กงดออกจากฝั่งด่วนถึง 27 ก.ย.นี้
เปิดสาเหตุวิกฤตฝนถล่ม มรสุม 2 แรงบวก ดันหย่อมความกดอากาศต่ำกดทับไทย
วันนี้ 26 กันยายน 2569 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569) ฉบับที่ 10 (226/2569)
ในช่วงวันที่ 26 – 27 ก.ย. 69 บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่และมีฝนตกหนักมากบางแห่ง
ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมภาคกลางตอนล่างและกรุงเทพมหานครรวมทั้งปริมณฑลจะเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น
ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนตกสะสมที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำซึ่งอาจเกิดน้ำท่วมขังในระยะสั้นได้
ทะเลอันดามัน-อ่าวไทยคลื่นลมแรงจัด! คลื่นสูงเกิน 3 เมตร เตือนเรือเล็กงดออกจากฝั่ง
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนล่างและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 27 ก.ย. 69
ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนวางแผนการใช้ชีวิตและการเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าวอย่างระมัดระวัง จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่ เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ประกาศ ณ วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 05.00 น.
กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2569 เวลา 17.00 น.
เช็กพิกัดพื้นที่เสี่ยงภัย เปิดรายชื่อทุกจังหวัดทั้งประเทศไทย "โซนสีแดง-สีส้ม" รับมือฝนตกหนัก (26 - 27 ก.ย. 69)
วันที่ 26 กันยายน 2569 (กลุ่มฝนแช่ปักหลัก)
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (แถบสีแดง)
- ภาคเหนือ: จังหวัดตาก และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดนครราชสีมา
- ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (แถบสีส้ม)
- ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย กำแพงเพชร พิษณุโลก และพิจิตร
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
- ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง และพังงา
วันที่ 27 กันยายน 2569 (กลุ่มฝนปักหลักทิศตะวันตก-กลาง-อีสาน)
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (แถบสีแดง)
- ภาคเหนือ: จังหวัดตาก และกำแพงเพชร
- ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด
จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (แถบสีส้ม)
- ภาคเหนือ: จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
- ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา และบุรีรัมย์
- ภาคกลาง: จังหวัดชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม
- ภาคตะวันออก: จังหวัดสระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง
- ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี พังงา และภูเก็ต





