ฝนตกหนักต่อเนื่องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยปริมาณน้ำฝนสะสม 100-150 มม. ต่อวัน ซึ่งเกินศักยภาพระบบระบายน้ำของ กทม. ปริมาณน้ำฝนที่ระบายไม่ทันส่งผลให้คลองสายหลักหลายแห่ง
KEY POINTS
- ฝนตกหนักต่อเนื่องในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ด้วยปริมาณน้ำฝนสะสม 100-150 มม. ต่อวัน ซึ่งเกินศักยภาพระบบระบายน้ำของ กทม.
- ปริมาณน้ำฝนที่ระบายไม่ทันส่งผลให้คลองสายหลักหลายแห่ง เช่น คลองลาดพร้าว คลองแสนแสบ และคลองเปรมประชากร มีระดับน้ำสูงจนปริ่มตลิ่งและเริ่มเอ่อล้น
- เกิดน้ำท่วมขังบนถนนและชุมชนลุ่มต่ำริมน้ำ เนื่องจากน้ำจากผิวจราจรระบายลงคลองได้ช้า โดยคาดว่าสถานการณ์จะต่อเนื่องถึงวันอาทิตย์
ฝนตกหนักลากยาวต่อเนื่องอัดระบบระบายน้ำ กทม. และปริมณฑลจ่อรับศึกหนัก น้ำฝนเกินศักยภาพอุโมงค์ยักษ์ คลองสายหลักท่วมปริ่มตลิ่ง เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำเตรียมรับมือท่วมขังถึงวันอาทิตย์นี้
สถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงน่าเป็นห่วง แม้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานนวลฉวีและกรมชลประทานสามเสน จะยังอยู่ในเกณฑ์ safe zone ต่ำกว่าตลิ่งราว 40 เซนติเมตร แม้ช่วงนี้จะเป็นช่วงน้ำทะเลหนุนสูงและมีการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาลงมาถึง 1,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีก็ตาม
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบโดยตรง
ชวลิต จันทรรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ทีมกรุ๊ป ผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำ ได้ให้ข้อมูลกับ 'กรุงเทพธุรกิจ' ว่า "ปริมาณน้ำฝน" ที่ตกสะสมสูงถึง 100-150 มิลลิเมตรต่อวัน ซึ่งเกินกว่าศักยภาพของระบบระบายน้ำและอุโมงค์ยักษ์ของ กทม. ที่ออกแบบมารับมือฝนตกไม่เกิน 60 มิลลิเมตรต่อวัน ส่งผลให้น้ำฝนส่วนเกินอัดเอ่อล้นคลองสายหลักและลำรางสาขาอย่างรวดเร็ว
จุดเสี่ยงและลำคลองที่ต้องเฝ้าระวัง
- คลองเริ่มล้นตลิ่งแล้ว: คลองลาดพร้าว (ช่วงบางบัว)
- คลองระดับน้ำปริ่มตลิ่ง: คลองรังสิตประโยคศร, คลอง 2 ถึง คลอง 16, คลองบางเขน, คลองคลองเปรมประชากร, คลอง 6 วาสายล่าง, คลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์
จากระดับน้ำในคลองที่สูงเกือบชนตลิ่ง ทำให้การระบายน้ำจากผิวจราจรลงสู่ระบบคลองทำได้ช้าลง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนถนนและพื้นที่ลุ่มต่ำ โดยคาดการณ์ว่าสถานการณ์น้ำเจิ่งนองนี้จะลากยาวไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 27 ก.ย.
ผลกระทบและแนวทางการรับมือ
- พื้นที่ทั่วไปและริมถนน: มีน้ำท่วมขังบนผิวจราจรสูงประมาณ 10-20 เซนติเมตร
- พื้นที่ลุ่มต่ำแอ่งกระทะ: น้ำอาจไหลมารวมจนสูงได้ถึง 50 เซนติเมตร
ทั้งนี้ ลักษณะการท่วมครั้งนี้เป็น "น้ำเอ่อล้นจากน้ำฝนระบายไม่ทัน" ไม่ใช่น้ำหลากจากเหนือ หรือน้ำล้นจากแม่น้ำสายใหญ่ ระดับน้ำจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นอย่างเป็นค่อยไป ไม่น่ากลัวเหมือนน้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ประชาชนยังมีเวลาสังเกตการณ์และเคลื่อนย้ายรถยนต์ รวมถึงทรัพย์สินขึ้นที่สูงได้ทัน
สัญญาณเตือนภัยใกล้ตัว: ให้สังเกตระบบสุขาภิบาลภายในบ้าน หากเริ่มกดชักโครกชั้น 1 ไม่ลง หรือลงช้าผิดปกติ แสดงว่าน้ำในท่อระบายน้ำหน้าบ้านเริ่มถูกน้ำในระบบอัดเอ่อดันกลับ ให้รีบตรวจสอบลำรางหรือคลองใกล้บ้านทันทีเพื่อเตรียมพร้อมรับมือ
ที่มารูปภาพ : ทีมกรุ๊ป





