กรมการจัดหางาน ดันโครงการ 3 ม. ช่วยนักศึกษาขาดแคลนทุนทรัพย์ ทำงานควบคู่เรียนออนไลน์ ได้รับสวัสดิการครบ สร้างรายได้รวมกว่า 298 ล้านบาท/ปี
ท่ามกลางภาวะตลาดแรงงานไทยที่แม้จะเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งในมิติของผันผวนทางเศรษฐกิจ รายได้ที่ไม่สมดุล และคุณภาพการจ้างงาน กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน จึงเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายเชิงรุกผ่านโครงการ “3 ม. มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม” เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางสังคม ยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย และตอบโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจอย่างยั่งยืน
ทางรอดนักศึกษาขาดแคลนทุนทรัพย์ เรียนฟรี มีรายได้ ได้วุฒิเพิ่ม
นายสมาสภ์ ปัทมะสุคนธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า โครงการ 3 ม. จัดทำขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการเปิดโอกาสให้กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถเข้าถึงการศึกษาและการทำงานได้พร้อมกัน โดยไม่ต้องทิ้งสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ทำงานในสถานประกอบการจริงตามเวลาปกติ ควบคู่ไปกับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ผ่านระบบการเรียนการสอนแบบออนไลน์ หรือรูปแบบผสมผสาน (Hybrid Learning) เช่น การเรียนภาคทฤษฎีผ่านระบบออนไลน์ในวันธรรมดา และเข้าเรียนภาคปฏิบัติหรือพบอาจารย์ผู้สอนในวันหยุด
ความโดดเด่นของโครงการนี้ นอกจากจะช่วยให้นักศึกษาได้สั่งสมทักษะและประสบการณ์ตรงจากการทำงานจริง (On-the-Job Training) แล้ว ยังได้รับค่าจ้างและสิทธิประโยชน์ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น
- สิทธิประโยชน์พื้นฐาน ประกันสังคม ประกันอุบัติเหตุ ชุดยูนิฟอร์มทำงาน และวันหยุดประจำสัปดาห์
- การยกระดับวุฒิการศึกษา สามารถนำประสบการณ์และการเรียนไปต่อยอดวุฒิการศึกษาที่สูงขึ้น เพิ่มโอกาสเติบโตในสายอาชีพ
- การลดภาระทางเศรษฐกิจ ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และสร้างรายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก
ผลการดำเนินงานทะลุเป้า สร้างรายได้รวมกว่า 298 ล้านบาท/ปี
ความสำเร็จของโครงการ “3 ม. มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม” ในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนผ่านตัวเลขผลการดำเนินงานจริงอย่างชัดเจน โดยข้อมูลการดำเนินงานระหว่าง เดือนตุลาคม 2568 ถึง สิงหาคม 2569 พบว่ามีผู้ให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการสูงถึง 3,996 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3,900 คน
ในจำนวนนี้ ได้รับการบรรจุเข้าทำงานแล้วถึง 2,952 คน โดยกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นผู้จบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.6) จำนวน 2,434 คน สำหรับตำแหน่งงานที่มีการบรรจุเข้าทำงานมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่
- พนักงานบริการลูกค้า (Customer Service)
- พนักงานด้านการผลิต (Production Staff)
- พนักงานทั่วไป (General Worker)
- พนักงานขาย (Sales Representative)
กรมการจัดหางานประเมินว่า การบรรจุงานของผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ จะสามารถสร้างรายได้รวมให้กับนักเรียน นักศึกษา และครอบครัวรวมกันมากกว่า 298 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย
เครือข่ายความร่วมมือครอบคลุม 40 จังหวัดทั่วประเทศ
ความสำเร็จของโครงการเกิดจากการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา โดยปัจจุบันมีเครือข่ายพันธมิตรเข้าร่วมโครงการอย่างเป็นรูปธรรม ดังนี้
- สถานประกอบการเอกชน 13 แห่ง
- สถานศึกษา 35 แห่ง
- พื้นที่ครอบคลุม (หน่วยปฏิบัติ) 40 จังหวัดทั่วประเทศ
“จุดเด่นของโครงการ 3 ม. คือ นักเรียน นักศึกษา ได้เรียนควบคู่ไปพร้อมกับการทำงาน มีรายได้ สั่งสมทักษะและประสบการณ์จริง พร้อมยกระดับวุฒิการศึกษา ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ขณะที่สถานประกอบการเองก็ได้รับบุคลากรที่มีทักษะความสามารถตรงตามความต้องการของตลาดแรงงานจริง” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าวเน้นย้ำ
ช่องทางการสมัครและหางานผ่านโครงการ 3 ม.
สำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ “3 ม. มีงาน มีเงิน มีวุฒิการศึกษาเพิ่ม” สามารถค้นหาตำแหน่งงานที่เปิดรับและลงทะเบียนสมัครงานได้หลากหลายช่องทางดิจิทัลและหน่วยงานบริการ ดังนี้
- แอปพลิเคชัน : “ไทยมีงานทำ” (ดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android)
- เว็บไซต์ : ไทยมีงานทำ.doe.go.th
- หน่วยบริการเคลื่อนที่ : Mobile Unit กรมการจัดหางาน ในพื้นที่ต่างๆ
- ติดต่อด้วยตนเอง : สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด หรือ สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 - 10
- สายด่วนด่วนกรมการจัดหางาน : โทร. 1506 กด 2





