วันศุกร์ ที่ 11 กันยายน 2569

Login
Login

ปรับภาษี EV รอบใหม่ 'ส.อ.ท.' หนุนใช้ชิ้นส่วนในประเทศ อุ้มแรงงาน 8 แสนตำแหน่ง

ส.อ.ท. หนุนหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ ใช้ภาษีดึงลงทุน เพิ่มการผลิตในประเทศ เชื่อม Supply Chain สู่ SMEs

KEY POINTS

  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สนับสนุนหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ เพื่อขับเคลื่อนการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ
  • นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธาน ส.อ.ท. เสนอว่าโครงสร้างภาษีใหม่ควรเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะแรงงาน
  • ส.อ.ท. ย้ำว่ามาตรการภาษีต้องสร้างประโยชน์เชื่อมโยงถึงผู้ผลิตชิ้นส่วนและ SMEs เพื่อรักษาการจ้างงานในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่มีมากกว่า 800,000 คน
  • ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าว และมอบหมายให้กรมสรรพสามิตจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2569 โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม

ข้อมูลจากการประชุมสะท้อนว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว โดยช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 มียอดจดทะเบียนรถยนต์ BEV จำนวน 126,950 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 88 และรถยนต์กลุ่ม xEV มีสัดส่วนรวมร้อยละ 55 ของยอดจดทะเบียนรถยนต์ทั้งหมด ขณะที่บีโอไอได้ส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและกิจการที่เกี่ยวข้อง 189 โครงการ มูลค่า 151,372 ล้านบาท รวมถึงแผนติดตั้งหัวจ่ายไฟฟ้า 23,135 หัวจ่าย และแผนลงทุนเพิ่มเติมของผู้ผลิตในประเทศรวมกว่า 50,000 ล้านบาท

ที่ประชุมได้พิจารณาหลักการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ เพื่อใช้มาตรการภาษีขับเคลื่อนการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ ส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และผลักดันไทยสู่การเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ระดับโลก โดยมีมติเห็นชอบหลักการดังกล่าว และมอบหมายให้กรมสรรพสามิตจัดทำรายละเอียดเพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป

นางพิมพ์ใจ กล่าวว่า ส.อ.ท. สนับสนุนหลักการดังกล่าวและเห็นว่าเป็นทิศทางที่เหมาะสม เนื่องจากปัจจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนไทยตลอด Supply Chain สร้างมูลค่ามากกว่าร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ มีผู้ประกอบการกว่า 2,500 บริษัท และเกี่ยวข้องกับการจ้างงานมากกว่า 800,000 คน ดังนั้น การกำหนดมาตรการจึงต้องสร้างประโยชน์เชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตชิ้นส่วน อุตสาหกรรมสนับสนุน และ SMEs อย่างเป็นรูปธรรม

“โครงสร้างภาษีใหม่ควรเป็นเครื่องมือสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนและการผลิตจริงในประเทศ โดยคำนึงถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่ผู้ประกอบการสร้างให้ประเทศไทย ทั้งการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ การถ่ายทอดเทคโนโลยี การพัฒนาทักษะแรงงาน และการเชื่อมโยง SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานยานยนต์สมัยใหม่” นางพิมพ์ใจ กล่าว

ทั้งนี้ ส.อ.ท. พร้อมสนับสนุนการขับเคลื่อนการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตยานยนต์ และทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างภาครัฐ ผู้ผลิตรถยนต์ ผู้ผลิตชิ้นส่วน และสมาคมที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและข้อเสนอแนะจากภาคอุตสาหกรรม ประกอบการกำหนดมาตรการให้เหมาะสม ชัดเจน และนำไปปฏิบัติได้จริง