คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ขยายเวลาราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถึง 31 ส.ค. 69 เร่งสรุปต้นทุนจริงก่อนเคาะราคาใหม่
ข่าวดีเกษตรกรชาวไร่ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) ขยายเวลาราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ถึง 31 ส.ค. 69 เร่งสรุปต้นทุนจริงก่อนเคาะราคาใหม่
คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (นบขพ.) มีมติเห็นชอบให้ ขยายการใช้ประกาศราคารับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ฉบับเดิมออกไปจนกว่าจะมีประกาศฉบับใหม่ หลังประกาศเดิมสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 เพื่อไม่ให้เกิดช่องว่างด้านราคาและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
ราคารับซื้อที่ยังคงใช้
สำหรับราคารับซื้อที่ยังคงใช้ตามประกาศเดิม มีรายละเอียดดังนี้
- ข้าวโพดสด ความชื้น 30% ราคา 7.05 บาทต่อกิโลกรัม ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ กำแพงเพชร ชัยภูมิ พิจิตร และอุทัยธานี
- ข้าวโพดแห้ง ความชื้น 14.5% ราคา 9.80 บาทต่อกิโลกรัม ณ หน้าโรงงานอาหารสัตว์ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
สำหรับจังหวัดอื่น ๆ ให้ปรับราคาตามโครงสร้างราคา ระยะทาง และค่าขนส่งที่เกี่ยวข้อง
เร่งจัดทำข้อมูลต้นทุนก่อนกำหนดราคาใหม่
นบขพ. มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดทำข้อมูลต้นทุนการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้สะท้อนสถานการณ์จริง โดยพิจารณาทั้งต้นทุนของเกษตรกร ผลผลิตต่อไร่ ภาระของผู้ประกอบการ สถานการณ์ตลาด และความต้องการใช้ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
โดยกำหนดให้จัดทำข้อมูลให้แล้วเสร็จ ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณากำหนดแนวทางและราคารับซื้อใหม่ให้เหมาะสมกับต้นทุนและสถานการณ์ตลาด
เดินหน้าแก้ปัญหาตั้งแต่ต้นทาง
นอกจากนี้ ยังมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่การพัฒนาและจัดหาเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ตลอดจนการลดต้นทุนการผลิต เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรในระยะยาว
แนวทางดังกล่าวมุ่งแก้ปัญหาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อย่างเป็นระบบ โดยไม่เน้นเพียงการเพิ่มราคารับซื้อ แต่ให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตควบคู่กัน
เป้าหมายช่วยเกษตรกร ลดผลกระทบช่วงเปลี่ยนผ่าน
การขยายเวลาราคารับซื้อครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อรักษาระดับรายได้ของเกษตรกร ลดผลกระทบในช่วงที่อยู่ระหว่างการจัดทำข้อมูลและพิจารณาราคาใหม่ พร้อมกำหนดมาตรการช่วยเหลือให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตและสถานการณ์ตลาดที่เกิดขึ้นจริง





