GISTDA เผยดาวเทียมพบ "แม่ฮ่องสอน นครพนม ยโสธร" พื้นที่จุดความร้อนมากที่สุด

GISTDA เผยดาวเทียมพบ "แม่ฮ่องสอน นครพนม ยโสธร" พื้นที่จุดความร้อนมากที่สุด

GISTDA เผยดาวเทียมพบ "แม่ฮ่องสอน นครพนม ยโสธร" พื้นที่จุดความร้อนมากที่สุด ขณะที่เขตหนองแขม บางนา ประเวศ ค่าฝุ่น PM 2.5 เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ

เมื่อวันที่ 20 เม.ย.65 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) วานนี้( 19 เม.ย.65) พบจุดความร้อนทั้งประเทศ 109 จุด พบมากที่สุดในพื้นที่เกษตร 56 จุด พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 28 จุด พื้นที่ชุมชนและพื้นที่อื่นๆ 13 จุด พื้นที่เขตสปก. 9 จุด และพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 3 จุด

จังหวัดที่พบจุดความร้อนมากที่สุด คือ

  1. แม่ฮ่องสอน 24 จุด
  2. นครพนม14 จุด
  3. ยโสธร 13 จุด

จากภาพแสดงให้เห็นจุดความร้อนบริเวณประเทศไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากพายุฤดูร้อนจึงทำให้บางพื้นมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังมีจุดความร้อนกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดแม่ฮ่องสอนยังคงเป็นพื้นที่ที่พบจุดความร้อนสูงสุดอย่างต่อเนื่อง

GISTDA เผยดาวเทียมพบ "แม่ฮ่องสอน นครพนม ยโสธร" พื้นที่จุดความร้อนมากที่สุด

ส่วนเช้านี้เวลา 10.00 น. อากาศดีขึ้น ภาพรวมทั่วประเทศมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) อยู่ในระดับดีมาก (สีฟ้า) แต่ยังมีบางพื้นที่เขตกรุงเทพและปริมณฑลพบค่า PM 2.5 ที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ (สีส้ม) หนองแขม 65 บางนา 59 ประเวศ 57 (มคก./ลบ.ม.)

GISTDA เผยดาวเทียมพบ "แม่ฮ่องสอน นครพนม ยโสธร" พื้นที่จุดความร้อนมากที่สุด

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สำหรับจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน คือ

  1. สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 806 จุด
  2. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว จำนวน 775 จุด
  3. เป็นราชอาณาจักรกัมพูชา 526 จุด
     

ข้อมูลจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ PM 2.5 ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือเนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามาขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัยกันด้วย

ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่