GISTDA พบ "จุดความร้อน" 420 จุด แม่ฮ่องสอน ครองแชมป์สูงสุด

GISTDA พบ "จุดความร้อน" 420 จุด แม่ฮ่องสอน ครองแชมป์สูงสุด

GISTDA พบ "จุดความร้อน" 420 จุด แม่ฮ่องสอน ครองแชมป์สูงสุด ตามด้วยเชียงใหม่ และแพร่ ขณะจุดความร้อนของประเทศเพื่อนบ้าน สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 1,544 จุด

เมื่อวันที่ 18 เม.ย.65 สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เผยข้อมูลจากดาวเทียมซูโอมิ เอ็นพีพี (Suomi NPP) ของระบบเวียร์ (VIIRS) เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2565 พบ "จุดความร้อน" ทั้งประเทศ 420 จุด พบมากที่สุดในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 180 จุด พื้นที่เกษตร 112 จุด พื้นที่ป่าอนุรักษ์ 71 จุด พื้นที่ชุมชนและอื่นๆ 32 จุด พื้นที่เขตสปก. 22 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 3 จุด

จังหวัดที่พบ "จุดความร้อน" มากที่สุด คือ

  1. แม่ฮ่องสอน 66 จุด
  2. เชียงใหม่ 40 จุด
  3. แพร่ 37 จุด

จากภาพแสดงให้เห็นจุดความร้อนที่กระจายตัวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางเหมือนหลายวันที่ผ่านมา ส่วนพื้นที่บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือวานนี้พบจุดความร้อนเล็กน้อย เนื่องจากมีฝนตกจากพายุฝนฟ้าคะนอง ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลจุดความร้อนตั้งแต่ 1 มกราคม – 17 เมษายน 2565 พบว่าภาคเหนือมีจุดความร้อนแล้ว 14,606 จุด ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 12,940 จุด และภาคกลาง 9,075 จุด ตามลำดับ

GISTDA พบ "จุดความร้อน" 420 จุด แม่ฮ่องสอน ครองแชมป์สูงสุด

ส่วนเช้านี้เวลา 09.00 น. อากาศกลับมาดีอีกครั้ง หลายจังหวัดทั่วประเทศไทยมีค่าเฉลี่ยปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (pm2.5) อยู่ในระดับดี (สีเขียว) มีเพียง 4 จังหวัดภาคเหนือที่พบค่าฝุ่นจิ๋วอยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ จังหวัด

  1. แม่ฮ่องสอน
  2. เชียงใหม่
  3. ตาก
  4. ลำพูน

GISTDA พบ "จุดความร้อน" 420 จุด แม่ฮ่องสอน ครองแชมป์สูงสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :

สำหรับ "จุดความร้อน" ของประเทศเพื่อนบ้าน อันดับหนึ่งคือ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ จำนวน 1,544 จุด รองลงมาอันดับ 2 เป็นประเทศไทย จำนวน 420 จุด และอันดับที่ 3 เป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 326 จุด ตามลำดับ

ข้อมูล "จุดความร้อน" ที่เกิดขึ้นในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศ pm 2.5 ในพื้นที่บริเวณชายแดนภาคเหนือเนื่องจากมีลมพัดฝุ่นละอองและหมอกควันเข้ามาขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ดูแลสุขภาพและสวมใส่หน้ากากอนามัยกันด้วย

ปัญหาไฟป่าหมอกควัน ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงให้กับระบบต่างๆ ของประเทศมาโดยตลอด โดยเฉพาะระบบเศรษฐกิจ ระบบสังคม ดังนั้น ในอนาคตอันใกล้นี้ ประเทศไทยกำลังจะได้ใช้ระบบ THEOS-2 อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่ง 1 ในภารกิจสำคัญของระบบนี้ คือการสำรวจ วิเคราะห์ และติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติที่เกิดขึ้นหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ได้อย่างทันท่วงทีและแม่นยำ เพื่อการสนับสนุนข้อมูลสำคัญให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำข้อมูลไปใช้วางแผน ป้องกัน บรรเทา และแก้ไขปัญหาได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น

ย่างไรก็ตาม รายละเอียดข้อมูลเฉพาะพื้นที่ท่านสามารถติดตามจากหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบโดยตรงได้ GISTDA ยังคงติดตามและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลให้กับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้นำไปใช้บริหารจัดการในพื้นที่