ต้นเดือน ต.ค. ขณะที่ชาวกรุงเทพฯ ยังหวาดวิตกกับน้ำระลอกเก่ายังไม่แห้งดี ฝนระลอกใหม่กำลังจะมา กรุงเทพธุรกิจได้ไปเยือนอยุธยา
รอบนี้ไม่ได้ไปชมวัดวาอารามแต่ไปชมนิทรรศการ "สมบัติกรุงเก่า @ iuDia" รอบซ้อมใหญ่ ที่โรงแรมไอยูเดีย ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามวัดพุทไธศวรรย์ พร้อมพูดคุยกับพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร ผู้ก่อตั้งบูติกโฮเต็ล ไอเดียเก๋
- พิมพ์ประไพเป็นใครกันแน่!
พิมพ์ประไพ เป็นลูกหลานขุนนางผู้นำเข้าถ้วยชามเครื่องกระเบื้องจากประเทศจีนทั้งพระยาพิศาลศุภผล (ชื่น) ผู้มีชีวิตอยู่ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระยาพิศาลผลพานิช (จีนสือ แซ่กอ) สมัย ร.5 และพระพิศาลผลพานิช สมัย ร.5-ร.6 ด้วยเหตุนี้ความชื่นชอบในศิลปะกระเบื้องถ้วยชามจึงถ่ายทอดมาตามสายเลือด หากเปิดเว็บไซต์ของสยามสมาคมบรรยายว่า พิมพ์ประไพเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ ช่างศิลป์-ฝีมือ ภูมิทัศน์วัฒนธรรม พิพิธภัณฑ์และจดหมายเหตุ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีผลงานหนังสือทั้งที่เป็นนักเขียนและนักเขียนร่วมถึงหกเล่ม แล้วอย่างนี้พิมพ์ประไพเป็นใครกันแน่
"สมัยก่อนตัวเองเป็น developer ค่ะ คำว่า developer ไม่จำกัดว่า เราต้องพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างเดียว เพราะว่าในสาขาอื่น ๆ การเป็น developer คือการจุดประกายในสิ่งที่จะทำ เช่น ในการสะสม บางครั้งคนก็มองว่าเป็นเรื่องของการเก็งกำไรโบราณวัตถุ แต่พอเราเข้าไปแล้วคิดว่าไม่ใช่ มันคือการสร้างองค์ความรู้จากโบราณวัตถุนั้น ซึ่งชีวิตอ้อยจะทำงานประเภทนี้เสมอ คือเข้าไปแล้วเรามีความรู้สึกว่าต้องพัฒนา" พิมพ์ประไพกล่าวและว่า ก่อนทำโรงแรมไอยูเดียเธอตั้งใจทำให้เป็นบ้านพักในวัยเกษียณเพื่อมาเขียนหนังสือ
"สาเหตุหนึ่งที่สนใจจะเป็นนักเขียน เพราะรู้สึกว่านักเขียนเองก็เป็น developer เป็นคนที่เปิดโลก ต้องเป็นคนที่ค้นคว้าข้อมูลแล้วเอามาเปิดเผยกับสาธารณะเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ในแง่นั้นเราจะเป็น developer แต่เราไม่ได้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เราพัฒนาองค์ความรู้ค่ะ มันก็เลยเป็นเรื่องท้าทายว่าจะทำอะไร"
ความท้าทายของพิมพ์ประไพคือ ด้วยความชอบสะสมโบราณวัตถุ เห็นอะไรก็สวยอยากได้ไปหมด จนต้องมานั่งคิดว่าจะทำอะไรกับของที่สะสมไว้ แล้วพัฒนามาเป็นการจัดทำพิพิธภัณฑ์เล็กๆ เพื่อแบ่งปันองค์ความรู้กับสาธารณะ ในมุมของการเป็น developer เธอรู้สึกว่าจีน สิงคโปร์มีพิพิธภัณฑ์มากมายเพื่อเก็บรักษาองค์ความรู้ พิมพ์ประไพคิดถึง “พิพิธภัณฑ์ส่วนตัว” (private museum) ภาคเอกชนสามารถทำพิพิธภัณฑ์ดี ๆ ได้ สังคมไม่ต้องคาดหวังกับภาครัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว
- ทำพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวให้อยู่ได้
ปัญหาของการทำพิพิธภัณฑ์ส่วนตัวในทัศนะของพิมพ์ประไพคือ เจ้าของสนใจคนเดียวคนอื่นไม่ได้สนใจด้วย อย่างพิพิธภัณฑ์เปลือกหอย พิพิธภัณฑ์หินซึ่งเป็นความสนใจเฉพาะทาง ขณะที่บ้านจิม ทอมป์สัน เป็นองค์กรที่เดินหน้าได้ดี เพราะมีรายได้จากทางอื่น เช่น ขายผ้าไหม ขายอาหารนำมาใช้รักษาองค์กรเล็ก ๆ ไว้ได้
คิดได้ดังนั้นพิมพ์ประไพก็นำของสะสมมาไว้ที่โรงแรมไอยูเดีย กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ ที่มีรายได้จากการขายกาแฟและบูติกโฮเต็ล ลูกค้ามานั่งดื่มกาแฟก็ได้พัฒนาองค์ความรู้ไปด้วย
- เพราะรวยถึงทำได้?
ดูจากนามสกุลและสายตระกูล บางคนอาจแย้งว่า เพราะพิมพ์ประไพ พิศาลบุตรมีเงินจึงสามารถทำ private museum ได้โดยไม่ต้องให้รัฐมาช่วย ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า ส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จมาถึงขั้นนี้เพราะมีเงินทุน แต่คนส่วนใหญ่มีเงินก็มักอยากไปลงทุนที่ได้ผลตอบแทนเป็นตัวเลข เช่น ลงทุนหุ้นโดยไม่ได้คิดว่ามีความสุขกับชีวิตหรือไม่
"แต่ถ้าสมมุติว่ายูสามารถเอาเงินไปลงทุนทำในสิ่งที่ชอบ อันนั้นก็เป็นความสุขในชีวิตอีกประการหนึ่ง แต่จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งค่ะ" หลักคิดในการลงทุนของพิมพ์ประไพคือ แม้มีเงินก็ไม่ได้ทุ่มทั้งหมด ต้องกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับดูแลตนเองยามชรา
"แต่ก็ไม่ได้เป็นคนเอาเงินมาแสวงหากำไรเป็นคนเอาเงินมาแสวงหาความสุขในชีวิตมากกว่า" เจ้าตัวย้ำ
- ของโบราณมาเองไม่ต้องสรรหา
การสรรหาวัตถุโบราณทรงคุณค่าอาจเป็นเรื่องยาก แต่เจ้าของ private museum แห่งโรงแรมไอยูเดียเชื่อในพลังของอยุธยา
"คือถ้าเชื่อในเรื่องจิตวิญญาณ โบราณวัตถุแต่ละชิ้นที่ได้มาเหมือนเขามีจิตใจ รู้ว่าเราไม่ได้ไปหาประโยชน์จากเขา แต่เราต้องการพาเขากลับมาอยุธยา พาเขามาจัดแสดง แล้วเขาก็มาเอง เวลาได้ของมาหรือเวลาอ้อยทำบุญ อ้อยก็จะอุทิศส่วนกุศลให้กับเจ้าของเดิมที่เคยดูแลเขามา เรื่องพวกนี้ถ้าไม่เชื่อก็ไม่รู้จะว่าไง แต่มันมีจริง คือเขาจะมาเอง ของพวกนี้มาเองทั้งหมด"
พิมพ์ประไพย้ำว่า เวลาเธอออกไปเดินหาของเก่า เธอมีจุดประสงค์ชัดเจน ว่าจะลงทุนกับของเก่าของอยุธยา แล้วนำกลับมาอยุธยาเพื่อทำพิพิธภัณฑ์เล็ก ๆ
- ทำไมต้อง‘อยุธยา’
พิมพ์ประไพเป็นคนกรุงเทพฯ เริ่มงานนักเขียนจากการเป็นผู้ช่วยค้นข้อมูลให้กับคุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ ส่วนเจฟฟรี ซุน (สามี) ก็อยากเป็นนักเขียน ทั้งสองคนทำงานเขียนเป็นงานอดิเรก ผลงานเดี่ยวของเธอคือสำเภาสยาม, นายแม่, กระเบื้องถ้วยกะลาแตก, ส่องลายครามสืบหาจีนกรุงศรี ส่วนงานที่เขียนร่วมกับเจฟฟรี ซุน ได้แก่ A History of The Thai-Chinese และ
BENCHARONG & Chinaware’s in the Court of Siam ที่มี Eddy Siu ร่วมเขียนด้วย การเขียนหนังสือนี่เองทำให้เธอลงหลักปักฐานที่อยุธยาแล้วพบว่า อยุธยาเป็นแก่นวัฒนธรรมไทยจริงๆ รูปทั้งหมดที่ตกแต่งในโรงแรมไอยูเดียซึ่งเป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติ ทุกคนล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากอยุธยา
"ทุกคนจะมีความรู้สึกว่า ถ้าฉันจะวาดหรือทำอะไรเกี่ยวกับประเทศไทย ต้องมาเริ่มที่อยุธยา ซึ่งมันเป็นคนละเรื่องกับที่คนทั่วไปเชื่อ คนทั่วไปจะเชื่อว่า อยุธยาไม่ใช่เมืองที่ lucky เป็นเมืองที่แหลกสลาย พ่ายแพ้ เป็นซากปรักหักพัง แต่เราว่าไม่ใช่นะ อยุธยาจริง ๆ แล้วมีชีวิต มีแก่นวัฒนธรรม เป็น forever alive in the intelligence ของประเทศไทย"
- ชมสมบัติกรุงเก่าที่ไอยูเดีย
เนื่องจากไอยูเดียเป็นโรงแรมบูติกโฮเต็ลไม่เปิดให้คนนอกเข้า แต่ผู้ที่อยากชมโบราณวัตถุถ้วยโถโอชามที่บอกเล่าความเป็นเมืองนานาชาติ (cosmopolitan) ของอยุธยาใช่ว่าจะไร้โอกาส ทุกวันเสาร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือน โรงแรมไอยูเดียจัดทัวร์ ระหว่างเวลา 10.00-12.00 น. รอบละ 15 คน ค่าเข้าชมคนละ 250 บาท พร้อมเสิร์ฟกาแฟและขนม มีมัคคุเทศก์ท้องถิ่น “ฐานียา เที่ยงพูนโภค” เป็นผู้นำชม กรุงเทพธุรกิจและเหล่าปรมาจารย์ด้านประวัติศาสตร์ทดลองใช้บริการมาแล้ว การบรรยายของเธอยอดเยี่ยม
พิมพ์ประไพย้ำว่า นิทรรศการ ”สมบัติกรุงเก่า @ iuDia“ แตกต่างจากการไปเที่ยววัดที่หลายคนคุ้นเคย
"การชมโบราณวัตถุที่นี่จะเห็นชัดถึงสังคมอยุธยาซึ่งเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม คนจีนอยู่ในอยุธยาเยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไม่ค่อยเห็น อันนี้มันก็เป็นความท้าทาย" พิมพ์ประไพกล่าวทิ้งท้าย ชวนให้คนสนใจประวัติศาสตร์อยุธยาและประวัติศาสตร์จีนต้องไม่พลาดตามไปชมถึงที่
(ภาพจาก วีรยุทธ อารีเลิศรัตน์ และ พิมพ์ประไพ พิศาลบุตร)





