กรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 “เมืองที่ดีที่สุดในโลก 2026” จาก Condé Nast Traveller สื่อท่องเที่ยวชื่อดัง นำโด่งด้วยคะแนนโหวต 97.68 แซงหน้าปารีส อิสตันบูล โตเกียว ฯลฯ
KEY POINTS
- กรุงเทพฯ ได้รับการจัดอันดับเป็น "เมืองที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026" จาก Readers’ Choice Awards ของนิตยสาร Condé Nast Traveller
- คว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนนโหวตสูงถึง 97.68 คะแนน เอาชนะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่างปารีสและอิสตันบูล
- จุดเด่น คือ ประสบการณ์ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ซึ่งผสมผสานทั้งวัฒนธรรม อาหาร ประวัติศาสตร์ และความบันเทิงสมัยใหม่เข้าไว้ด้วยกัน
กรุงเทพฯ ขึ้นแท่นอันดับ 1 เมืองที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026 จาก Readers’ Choice Awards ของ Condé Nast Traveller สื่อท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก ด้วยคะแนนโหวตสูงถึง 97.68 คะแนน เอาชนะเมืองท่องเที่ยวระดับโลกอย่าง ปารีส อิสตันบูล และโตเกียว ขณะที่สิงคโปร์รั้งอันดับ 20 ด้วยคะแนน 85.85 คะแนน
ถือเป็นเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ในเวทีโลกของ กรุงเทพฯ หลังคว้าอันดับ 1 “เมืองที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026” (The Best Cities in the World 2026) จากการจัดอันดับ Readers’ Choice Awards ของ Condé Nast Traveller สื่อท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลก โดยกรุงเทพฯ คว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนนสูงถึง 97.68 คะแนน เฉือนอันดับ 2 อย่างปารีสที่ได้ 97.14 คะแนน และอันดับ 3 อิสตันบูลที่ได้ 96.67 คะแนน
การจัดอันดับครั้งนี้สะท้อนว่า เสน่ห์ของกรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่เพียงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง แต่เป็นประสบการณ์ที่รวมหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ตลาดที่มีสีสัน และอาหารริมทางรสเลิศ พระราชวังและวัดวาอาราม ไปจนถึงร้านอาหารระดับมิชลิน บาร์บนรูฟท็อป โรงแรม และแหล่งความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ
กรุงเทพฯ เมืองที่มีทั้งความคึกคัก ประวัติศาสตร์ และอาหารที่ดึงดูดนักเดินทาง
Condé Nast Traveller อธิบายว่า กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีชีวิตชีวาและเต็มไปด้วยพลังมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จุดเด่นคือการผสมผสานระหว่างความคึกคักของเมืองใหญ่เข้ากับมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังคงมีชีวิตอยู่ในทุกมุมเมือง
ใจกลางย่านประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ เป็นที่ตั้งของสถานที่สำคัญอย่าง พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) ซึ่งโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไทยอันงดงาม ขณะที่ไม่ไกลกันคือ วัดโพธิ์ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์อันเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของกรุงเทพฯ
แต่สิ่งที่ทำให้การเดินทางในกรุงเทพฯ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การเที่ยวชมสถานที่ทางประวัติศาสตร์ คือ อาหารที่พบได้แทบทุกพื้นที่ของเมือง ตั้งแต่ร้านอาหารริมทางที่เสิร์ฟเมนูไทยแบบง่ายๆ ไปจนถึงร้านอาหารระดับมิชลิน รวมถึงบาร์บนชั้นดาดฟ้าที่เปิดให้เห็นวิวเมืองในมุมกว้างสุดสายตา
นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังมีโรงแรมระดับโลกและสถานที่จัดแสดงความบันเทิงหลากหลายรูปแบบ ทำให้เมืองนี้สามารถตอบโจทย์นักเดินทางได้ตั้งแต่สายกิน สายวัฒนธรรม ไปจนถึงคนที่ต้องการสัมผัสสีสันของเมืองใหญ่ในยามค่ำคืน
จากไม่ติด Top 20 ในปีก่อน สู่เมืองอันดับ 1 ของโลกในปี 2026
สิ่งที่น่าสนใจคือ กรุงเทพฯ ไม่ได้ติดอันดับ 20 เมืองที่ดีที่สุดในโลกที่จัดทำโดย Condé Nast Traveller ของปี 2025 ด้วยซ้ำ โดยปีที่แล้วแชมป์ในรายการนี้ตกเป็นของ "วัลเลตตา" เมืองหลวงของ "ประเทศมอลตา" ขึ้นเป็นอันดับ 1 ท่ามกลางกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
แต่ในปี 2026 สถานการณ์กลับเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน เมื่อกรุงเทพฯ กระโดดขึ้นมาคว้าอันดับ 1 ด้วยคะแนน 97.68 คะแนน สะท้อนถึงความนิยมของประเทศไทยในหมู่นักเดินทางที่เพิ่มขึ้น และความโดดเด่นของกรุงเทพฯ ในฐานะเมืองที่สามารถรวมทั้งวัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ร่วมสมัยไว้ด้วยกัน
สำหรับเกณฑ์การพิจารณาของ Condé Nast Traveller นั้น การคัดเลือกเมืองที่จะติดโผในหัวข้อ “เมืองที่ดีที่สุดในโลก” ไม่ได้วัดจากการมีสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังเพียงอย่างเดียว แต่ยังครอบคลุมประสบการณ์ของนักเดินทางในหลายมิติ ตั้งแต่ประสบการณ์ในการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์และแกลเลอรีระดับโลก การมีกิจกรรมสำหรับครอบครัว มีอาหารริมทางที่อร่อยคุ้มค่า รวมถึงการมีร้านอาหารระดับมิชลิน บาร์ โรงแรม ตลอดจนความเป็นมิตรและการต้อนรับของผู้คนในเมือง
ทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้การจัดอันดับ Readers’ Choice Awards ไม่ได้มองเพียงว่าเมืองไหนมีสถานที่ท่องเที่ยวมากที่สุด แต่สะท้อนว่า เมืองไหนสามารถสร้างประสบการณ์ที่ทำให้นักเดินทางอยากกลับไปเยือนอีกครั้ง
20 เมืองที่ดีที่สุดในโลก ประจำปี 2026
จากผลโหวตของผู้อ่าน Condé Nast Traveller และการรวบรวมและวิเคราะห์ของทีมงาน ทำให้ได้รายชื่อเมืองที่ได้รับการจัดอันดับสูงสุดในปีนี้ จำนวน 20 เมืองได้แก่
อันดับ 1 กรุงเทพฯ ประเทศไทย — 97.68 คะแนน
อันดับ 2 ปารีส ฝรั่งเศส — 97.14 คะแนน
อันดับ 3 อิสตันบูล ตุรกี (ทูร์เคีย) — 96.67 คะแนน
อันดับ 4 โรม อิตาลี — 95.96 คะแนน
อันดับ 5 วัลเลตตา มอลตา — 95.76 คะแนน
อันดับ 6 เซี่ยงไฮ้ จีน — 95.19 คะแนน
อันดับ 7 โตเกียว ญี่ปุ่น — 94.76 คะแนน
อันดับ 8 โซล เกาหลีใต้ — 93.76 คะแนน
อันดับ 9 ซิดนีย์ ออสเตรเลีย — 92.72 คะแนน
อันดับ 10 อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ — 92.44 คะแนน
อันดับ 11 สตอกโฮล์ม สวีเดน — 91.17 คะแนน
อันดับ 12 เวียนนา ออสเตรีย — 90.97 คะแนน
อันดับ 13 ลิสบอน โปรตุเกส — 89.70 คะแนน
อันดับ 14 ฮ่องกง — 89.47 คะแนน
อันดับ 15 เคปทาวน์ แอฟริกาใต้ — 88.33 คะแนน
อันดับ 16 ปอร์โต โปรตุเกส — 87.78 คะแนน
อันดับ 17 มาดริด สเปน — 87.70 คะแนน
อันดับ 18 นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา — 86.47 คะแนน
อันดับ 19 ชัยปุระ (ไจปูร์) อินเดีย — 86.22 คะแนน
อันดับ 20 สิงคโปร์ — 85.85 คะแนน
ปารีส ฝรั่งเศส คะแนนเฉือนฉิวเฉียด แต่พลาดแชมป์ให้กรุงเทพฯ
อันดับ 2 ตกเป็นของ ปารีส ด้วยคะแนน 97.14 คะแนน ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 0.54 คะแนน โดยเมืองหลวงของฝรั่งเศสแห่งนี้ ยังคงเป็นจุดหมายในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยวัฒนธรรมอาหารที่โดดเด่น สถาปัตยกรรมและอนุสรณ์สถานสำคัญ รวมถึงพิพิธภัณฑ์ระดับโลก
หอไอเฟล ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง ขณะที่พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดในโลก เป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำคัญ ส่วนมหาวิหารน็อทร์-ดาม หลังได้รับการบูรณะเสร็จสมบูรณ์ ก็กลับมาเปิดต้อนรับผู้มาเยือนอีกครั้ง โดยเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ที่สนใจประวัติศาสตร์
อิสตันบูล เมืองสองทวีปคว้าอันดับ 3 ในลิสต์นี้
อิสตันบูล ประเทศตุรกี คว้าอันดับ 3 ด้วยคะแนน 96.67 คะแนน เมืองที่ตั้งอยู่ระหว่างยุโรปและเอเชียแห่งนี้มีแม่น้ำบอสฟอรัสเป็นเส้นแบ่งระหว่างสองทวีป พร้อมด้วยภาพเรือสำราญ เรือยอชต์ และเรือขนส่งที่แล่นผ่านไปมา
เสน่ห์ของอิสตันบูลอยู่ที่การอยู่ร่วมกันของประวัติศาสตร์หลายศตวรรษกับวัฒนธรรมร่วมสมัย นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมพระราชวังท็อปกาปี มัสยิดบลู และแกรนด์บาซาร์ ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปเดินชมร้านบูติกและผลงานของช่างฝีมือรุ่นใหม่ในย่านต่างๆ ของเมือง
โรมและวัลเลตตา ติด Top 5 ของเมืองที่ดีที่สุดในโลก
อันดับ 4 คือ โรม ประเทศอิตาลี ด้วยคะแนน 95.96 คะแนน เมืองที่เต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์แห่งนี้มีสถานที่สำคัญจำนวนมากจนยากจะเที่ยวให้ครบภายในเวลาไม่กี่วัน ตั้งแต่โคลอสเซียมไปจนถึงนครรัฐวาติกัน
ส่วน วัลเลตตา ประเทศมอลตา แชมป์จากปี 2025 หล่นมาอยู่ที่อันดับ 5 ด้วยคะแนน 95.76 คะแนน แต่ยังคงเป็นหนึ่งในเมืองที่ได้รับความนิยมอย่างสูง ด้วยเสน่ห์ของเมืองเมดิเตอร์เรเนียนที่ผสมผสานประวัติศาสตร์เข้ากับวัฒนธรรมร่วมสมัย
จุดเด่นของวัลเลตตา คือ อาคารเก่าแก่และตรอกซอกซอยสีทองที่สร้างขึ้นบนรากฐานทางประวัติศาสตร์ของเมือง ขณะเดียวกันก็มีร้านอาหาร โรงแรม และฉากสร้างสรรค์ร่วมสมัยที่ช่วยเติมชีวิตชีวาให้เมืองเก่าแห่งนี้
สิงคโปร์ปิดท้าย Top 20 ด้วยคะแนน 85.85
ด้าน สิงคโปร์ อยู่ในอันดับ 20 ด้วยคะแนน 85.85 คะแนน และเป็นหนึ่งในเมืองที่เข้ามาติดอันดับในปีนี้ Condé Nast Traveller มองว่าสิงคโปร์เป็นหนึ่งในมหานครที่โดดเด่นที่สุดของเอเชีย ด้วยสถาปัตยกรรมแห่งอนาคต พื้นที่สีเขียว และวัฒนธรรมอาหารที่มีเอกลักษณ์
ตั้งแต่เส้นขอบฟ้าของย่าน Marina Bay, Supertree Grove, อาคารช็อปเฮาส์เก่าแก่ใน Chinatown ไปจนถึง Little India สิงคโปร์จึงเป็นเมืองที่สะท้อนให้เห็นการอยู่ร่วมกันระหว่างความทันสมัยกับรากวัฒนธรรมได้อย่างชัดเจน
แม้ Top 20 จะเต็มไปด้วยเมืองท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลก ตั้งแต่ปารีส อิสตันบูล โรม ไปจนถึงโตเกียวและสิงคโปร์ แต่กรุงเทพฯ กลับทำคะแนนสูงสุดที่ 97.68 คะแนน และคว้าอันดับ 1 ไปครองได้สำเร็จ สะท้อนว่าในมุมมองของนักเดินทาง กรุงเทพฯ สามารถมอบประสบการณ์ได้ไม่แพ้เมืองท่องเที่ยวระดับโลกเมืองอื่นๆ ทั้งอาหาร วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ความบันเทิง และสีสันของชีวิตเมือง ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบที่ทำให้กรุงเทพฯ โดดเด่นจนก้าวขึ้นเป็นเมืองอันดับ 1 ของโลกในปีนี้





