เที่ยวแม่ฮ่องสอน แนะนำแหล่งท่องเที่ยว "น้ำตกซู่ซ่า" และ "เวิ้งผาถ้ำผาวัว" สองสถานที่ท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอนที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ตั้งอยู่ตรงข้ามกันบนถนนสาย 1095 บริเวณบ้านรุ่งอรุณ น้ำตกซู่ซ่าเป็นน้ำตกหินปูนหลายจุดท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ เป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมล่องแก่ง แต่ไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์ เวิ้งผาถ้ำผาวัวเป็นที่ตั้งของ "วัดป่าถ้ำวัวสุญญตาราม" ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ร่มรื่นและเป็นที่รู้จัก
KEY POINTS
- แนะนำแหล่งท่องเที่ยว "น้ำตกซู่ซ่า" และ "เวิ้งผาถ้ำผาวัว" สองสถานที่ท่องเที่ยวในแม่ฮ่องสอนที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก ตั้งอยู่ตรงข้ามกันบนถนนสาย 1095 บริเวณบ้านรุ่งอรุณ
- น้ำตกซู่ซ่าเป็นน้ำตกหินปูนหลายจุดท่ามกลางธรรมชาติที่เงียบสงบ เป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมล่องแก่ง แต่ไม่มีไฟฟ้าและสัญญาณโทรศัพท์
- เวิ้งผาถ้ำผาวัวเป็นที่ตั้งของ "วัดป่าถ้ำวัวสุญญตาราม" ซึ่งเป็นสถานปฏิบัติธรรมที่ร่มรื่นและเป็นที่รู้จัก
เวลาผ่านไปแป๊บๆ เร็วมาก ยังไม่ทันไร จะเข้าสู่ช่วงปลายปีอีกแล้ว นั่นแสดงว่า ฤดูกาลขับรถตระเวนเที่ยวทางเหนือในช่วงเวลาที่ธรรมชาติเป็นใจทุกอย่าง กำลังมาถึงอีกแล้ว แต่ปีนี้พิเศษขึ้นมาอย่างหนึ่งคือ “น้ำมันแพง” เพราะปัญหาทางตะวันออกกลางยังไม่เรียบร้อย ทำให้น้ำมัน ณ ขณะที่ผมกำลังเขียนต้นฉบับนี้ ราคาน้ำมันสูงขึ้นเกือบเท่าตัวกับช่วงต้นปี 2569
เราเป็นประเทศที่ต้องซื้อน้ำมันจากต่างประเทศ คงทำอะไรไม่ได้มาก นอกจากทำใจ และปรับตัวเข้าตามสถานการณ์เอา คราวนี้ผมมีจุดแวะใหม่ (อย่างน้อยก็ใหม่สำหรับผม) ที่นั่นเป็นสองสถานที่ 2 บรรยากาศ อยู่ตรงข้ามกัน คนละฟากฝั่งถนน 1095 (แม่ฮ่องสอน-ปาย-ห้วยน้ำดัง-แม่แตง) นั่นเอง
ถนนเส้นนี้ถือเป็นถนนที่ขับรถเที่ยวดีงามที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี ผมก็ไปบ่อยมาก เพราะสวยและชอบ จุดที่ผมจะพาไปแวะชมนี้ อยู่ตรงบ้านรุ่งอรุณ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน นี่เอง
ออกจาก "ถ้ำปลา" มาตามถนน 1095 มุ่งหน้าไปทาง "อ.ปาย" ไม่ไกล ก็จะถึงพื้นที่ตำบลห้วยผา ตรงนี้จะเห็นเป็นเวิ้งที่ราบไม่กว้างนัก ทางซ้ายจะมีภูเขาหินปูน สูงตระหง่าน สังเกตซุ้มประตูทางขวามือ จะเป็นซุ้มประตูแบบจีน นี่แหละบ้านรุ่งอรุณ เป็นหมู่บ้านชาวจีนคณะชาติ กลุ่มเดียวกับที่ดอยแม่สลอง ผาตั้ง บ้านอรุโณทัย นั่นแหละใช่หมด
ผมไม่เล่าที่มาที่ไปนะ ท่านผู้อ่านไปค้นคว้าเพิ่มเติมได้ ผ่านมา 2-3 ชั่วคนแล้ว ป่านนี้ลูกหลานคนจีนเหล่านั้นเป็นคนไทยไปหมดแล้ว ตรงนี้ผมจะพาเข้าไปเที่ยว “น้ำตกซู่ซ่า” ไม่อยากใช้คำว่ามุมลับ แต่ถ้าคนที่ไม่รู้ว่าเข้าตรงนี้ก็จะเลยผ่านไป
เข้าไปในหมู่บ้านรุ่งอรุณ จะเจอด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องลงทะเบียนเข้าพื้นที่ แจ้งความประสงค์เขาก็แล้วกัน จากนั้นก็ขับรถไปตามทาง ซึ่งมีอยู่ทางเดียวทางก็จะขึ้นเนิน ลงห้วย ข้ามน้ำ ทางไม่ยากนะ ถ้าไม่ใช่หน้าฝน เป็นทางดิน ทางปูน ทางทรายสลับกัน
แป๊บเดียว ถนนก็จะเลียบไปกับลำห้วย ขับไปอีกนิด จะผ่านหน่วยพิทักษ์ ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าลุ่มน้ำปาย เลยที่ทำการหน่วยพิทักษ์ไปอีกราว 1 กม. ก็จะสุดทาง
ตรงนั้นจะมีศาลาหกเหลี่ยม มีลานโล่งริมน้ำ ตรงนี้จะเป็นจุดลงเรือยาง ซึ่งจะมีทัวร์จากตัวอำเภอปาย พอลูกทัวร์เขามาล่องเรือยางที่นี่ แล้วจะไปสิ้นสุดการล่องที่บริเวณลานกางเต็นท์ของ "อุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์" นั่นเอง
ทัวร์เขาก็จะมีรถไปรับลูกทัวร์ รับเรือ กลับเข้าอำเภอปาย และลานตรงนี้ ผมคิดว่าน่าจะกางเต็นท์พักแรม หรือเอารถนอนมาจอดได้ แต่ยังไงให้ถามตรงด่านตรวจบ้านรุ่งอรุณอีกที จากศาลาหกเหลี่ยมนี้ก็จะมองเห็น น้ำตกซู่ซ่า จุดที่หนึ่งแล้ว
ที่บอกว่า น้ำตกซู่ซ่า จุดที่หนึ่งเพราะ ลักษณะของน้ำตกซู่ซ่านี้ไม่ได้มีแห่งเดียว แต่ตกลงสู่ลำห้วยเบื้องล่างราว 3-4 จุด เรียงกันลงไปตามแนวน้ำ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่ามีมากกว่าที่เดินเท้าไปดูได้นั้นอีกหรือเปล่า น้ำตกเป็นน้ำตกหินปูน สูงตั้งแต่ 3-7 เมตร ตกลงสู่ลำห้วยโดยตรง แล้วลำห้วยนี้ก็จะไปไหลรวมกับแม่น้ำปายอีกทีหนึ่ง
ตัวน้ำตกอาจจะไม่ได้ดูยิ่งใหญ่นัก แต่เมื่อผนวกรวมกับบรรยากาศป่าเขาริมห้วย ที่มีภูเขาหินปูนสูงตระหง่านเป็นฉาก ดูรวมๆ ก็น่าพักแรมมาก เงียบสงบ น้ำท่าอุดมสมบูรณ์ ห้องน้ำมี แต่ไฟฟ้าไม่มี สัญญาณโทรศัพท์ไม่มี และเดินทางสะดวก รถไปจอดถึงศาลาทางลงน้ำเลย ผมถึงไม่กล้าพูดว่ามุมลับ เพราะมันก็มีนักล่องแก่งเขามาล่องกันบ่อยๆ แต่บรรดาชาวแคมป์เองคงไม่ค่อยได้มากันนัก
จากน้ำตกซู่ซ่า เราออกมาเริ่มกันที่บ้านรุ่งอรุณอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้ไปตรงกันข้ามครับ จะมีทางเข้าไป วัดถ้ำผาวัว เข้าไปตามทางราว 2 กม. ก็จะรู้ว่าเรากำลังเข้าไปสู่สถานปฏิบัติธรรมที่เป็นที่รู้จักกันดีของชาวต่างชาติ อยู่ท่ามกลางการโอบล้อมของภูเขาหินปูนขนาดใหญ่ มีศาลาปฏิบัติธรรมหลายหลัง เห็นผู้ปฏิบัติธรรม ดูหนาตา ส่วนใหญ่จะเป็นต่างชาติ
วัดแห่งนี้ มีชื่อเต็มๆว่า วัดป่าถ้ำวัวสุญญตาราม มีพระครูวิมลภาวนานุสาสน์ หรือหลวงพ่อสายหยุด ปญฺญาธโร อายุเกือบ 70 ปี พรรษา ก็น่าจะใกล้ 50 พรรษา เป็นเจ้าอาวาส เริ่มสร้างขึ้นในปี 2536 แต่ทว่าเริ่มสร้างอย่างจริงจังในปี 2540 โดยพระอาจารย์สายหยุด เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน
หลังจากบวชพระเมื่อปี 2517 ได้มีโอกาสปฏิบัติสมาธิกับศิษย์ของพระอาจารย์ชา แห่งวัดหนองป่าพง รวมทั้งได้ศึกษาจากพระอาจารย์รูปอื่นๆ เช่น หลวงปู่เทสก์ เทสรํสี หลวงพ่อพุธ ฐานิโย หลวงพ่อพุทธทาส ฯลฯ จากนั้นได้ออกเดินธุดงค์ไปทั่วประเทศเป็นเวลา 10 ปี ก่อนที่ต่อมาได้ธุดงค์มาที่ จ.แม่ฮ่องสอน อันเป็นสถานที่ตั้งวัดในปัจจุบัน
ธุดงค์มาถึงที่นี่ มีชาวบ้านมาบอกว่ามีถ้ำที่สงบเงียบ ดูเหมาะกับการภาวนา ขอให้อยู่ก่อน พออยู่ก็มีชาวบ้านมาฝึกปฏิบัติภาวนา ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนสมัยนั้น (นายประมวล รุจนเสรี ดำรงตำแหน่ง พ.ศ. 2531-2533) ได้เข้ามานมัสการสนทนาธรรม และเห็นคุณค่าของการฝึกสมาธิว่ามีประโยชน์ต่อการทำงาน เช่น มีความอดทน หนักแน่น มีสติในการทำงาน ได้นำผู้ใหญ่บ้าน กำนันทั้งจังหวัดมาปฏิบัติธรรม ต่อมาจึงได้ขอตั้งวัด
ต่อมามีฝรั่งชาวเนเธอร์แลนด์คนหนึ่งมาปฏิบัติธรรมอยู่สัปดาห์หนึ่ง พอเขากลับไป ก็มีบทความเกี่ยวกับการศึกษาธรรมะที่นี่ ต่อมาก็มีสื่อจากนานาชาติมาทำสกู๊ป มาสัมภาษณ์ วัดแห่งนี้จึงเป็นที่รู้จักกันในหมู่คนต่างชาติมากมายนั่นเอง
ทีนี้...เราขึ้นไปดูถ้ำ ขึ้นไปตามบันไดปูนไม่กี่ขั้น ก็ขึ้นไปถึงลานปฏิบัติธรรม ซึ่งเป็นเพิงเว้าเข้าไปของภูเขาหินปูน ไม่ได้เป็นตัวถ้ำแบบถ้ำภูเขาหินปูนทั่วไปที่เราเข้าใจ จะมีทางเดินเลาะโคนเขา ก็ยังมีลักษณะแบบเวิ้งใต้ผาเช่นเดิม มีเพียงหลืบถ้ำเล็กๆ ที่เรียกว่า ถ้ำมืด ทางเข้าแคบ เข้าไปไม่ถึง 5 เมตร ก็เป็นโถงไม่กว้างนัก เหมาะกับการเจริญสติจริงๆ
พื้นที่โดยรวมแล้วสงบเงียบมาก แม้จะดูว่ามีคนเยอะ แต่กลับไม่พลุกพล่าน สงบ ร่มรื่น เป็นทั้งที่พักกายและพักใจอย่างดี
มาแม่ฮ่องสอนเที่ยวนี้ จึงอยากนำทั้ง 2 สถานที่มาบอกเล่าสู่ท่านผู้อ่านให้รับทราบกัน ถ้ามีโอกาส ก็ขอเชิญชวนให้ไปเห็นกับตา คนต่างบ้านต่างเมืองมากันให้เพียบ คนไทยเราเองก็อย่าน้อยหน้า
เพราะบ้านเรามีดี เขาจึงมาเยี่ยมชม...





