นี่คือเหตุผลที่คนเราเก็บ ภาพถ่าย ที่ดูธรรมดา แต่กลับทำให้เราประทับใจจนไม่อาจลืมเลือน เมื่อได้ย้อนรำลึกอีกครั้งก็ยังรู้สึกถึงมนต์ขลังติดตรึงใจ ไม่เช่นนั้นหลายคนคงไม่เก็บภาพถ่ายเอาไว้มากมาย
ไม่ว่าจะเป็นเช้าบนยอดดอยสูงที่ต้องดั้นด้นค้นหา หรือเช้าชื่นสายตาบนผืนทรายริมชายหาดไกลแสนไกล ก็คงไม่ต่างอะไรกับเช้าที่เรียบง่ายในวันธรรมดาอีกวัน หากมันก็คือหนึ่งในความทรงจำที่ไม่เคยลบเลือน
เช้าในวันธรรมดา...ที่ทองผาภูมิ
การตื่นเช้าที่ทองผาภูมิก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ท่ามกลางความสลับซับซ้อนของ เทือกเขาตะนาวศรี ที่โอบล้อมป่าใหญ่อันเป็นต้นกำเนิดลำน้ำใหญ่ ทั้งแม่น้ำบีคี่ใหญ่ ซองกาเลีย และรันตี ก่อนที่จะไหลมาที่ด่านสามสบในอำเภอสังขละบุรี ผ่านมายังอำเภอทองผาภูมิ เรียกว่า แม่น้ำแควน้อย โดยมีเขื่อนวชิราลงกรณขวางกั้นอยู่ ก่อนจะไหลไปบรรจบกับแม่น้ำแควใหญ่
คำว่า ทองผาภูมิ มีความหมายจาก 2 ประเด็นหลัก ทั้งแบบดั้งเดิมที่เรียกว่า ท้องผาภูมิ ซึ่งเชื่อมโยงมาจากพื้นที่หุบเขาที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาสูงชันและมีพื้นที่ราบตรงกลาง
อีกนัยหนึ่งคือคำว่า “ทอง” อันสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ด้านทรัพยากรธรรมชาติ รวมทั้งแหล่งแร่ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต ส่วนคำว่า “ผาภูมิ” ก็หมายถึงพื้นที่สูงและภูเขา
ในตัวเมืองทองผาภูมิมีจุดชมวิวริมแม่น้ำแควน้อย เป็นภูมิทัศน์ที่ออกแบบมาเป็นอย่างดี สามารถเดินเลียบจากแหล่งชุมชนไปจนถึงสะพานแขวนหลวงปู่สาย
หากเลือกที่พักริมแม่น้ำแควน้อยบริเวณใกล้กับตลาดเช้าในทองผาภูมิ เราสามารถเดินออกจากรีสอร์ทไปยังตลาดเพียงไม่กี่นาที เดินต่ออีกนิดก็จะถึงตัวสะพาน ที่โดดเด่นเห็นชัดแต่ไกลคือเจดีย์รูปทรงแปลกตาบนยอดเขา นั่นคือที่ตั้งของ วัดท่าขนุน เจดีย์ที่ว่านั้น คือ พระพุทธเจติยคีรี ซึ่งเป็นศิลปะแบบเมียนมา หากอยากขึ้นไปเที่ยวชมหรือสักการะต้องเดินข้ามสะพานแขวนหลวงปู่สายเพื่อข้ามแม่น้ำแควน้อย และขึ้นบันไดอีก 1,173 ขั้น
บริเวณสะพานแขวน เป็นเส้นทางที่พระสงฆ์จากวัดท่าขนุนใช้สัญจรเพื่อออกมาบิณฑบาตที่ฝั่งตลาดทองผาภูมิในทุกเช้า เป็นภาพที่ชินตา เป็นแค่วันธรรมดาแต่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้มาเยือนเสมอ ด้วยสภาพของชุมชนที่ยังคงความสงบ ผู้คนเริ่มต้นวันใหม่กันอย่างเรียบง่าย แลกเปลี่ยนซื้อหาจับจ่ายกันเป็นกิจวัตร บ้านเรือนเก่าใหม่เรียงรายไปตามซอกซอย ฉากหลังคือภูเขาที่โอบล้อม สร้างพลังที่เรียบนิ่งในความเคลื่อนไหวได้อย่างน่าประทับใจ
สิ่งที่ตราตรึงใจได้แบบไม่รู้ลืมเลือนคือสายหมอกที่ปกคลุมในช่วงปลายฝนไปจนหน้าหนาว รวมทั้งช่วงที่แสงเช้าเริ่มถักทอ หากธรรมชาติเป็นใจ เราก็จะได้เห็นดวงอาทิตย์กลมโตปรากฏเป็นฉากหลังของเจดีย์
มุมมองที่งดงามเริ่มตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ขณะที่แสงสีสันยังไม่ปรากฏ เงามืดที่เข้มและจางจนเป็นสีเทาคุมโทนภาพเขียนยามเช้าอันแสนสงบ รบเร้าให้ออกไปยลด้วยสายตา จนถึงเวลาที่แสงแรกออกมาเฉลย ภาพที่เผยยิ่งเพิ่มอีกหน้าบันทึกดี ๆ ให้จดจำ แม้จะเป็นเพียงวันธรรมดา แม้ไม่ต้องดั้นด้นค้นหาก็ตรึงใจ
การเฝ้ารอแสงเช้าอาจจะดึงเราออกจากตัวตลาดไปสักพัก หลังจากพระสงฆ์รับบิณฑบาตเรียบร้อยแล้วก็จะวกกลับข้ามสะพานไปยังตัววัด ส่วนเราที่ยังเฝ้ามองอาจจะต้องหันกลับเช่นกัน เพราะเป็นช่วงที่ร้านรวงกำลังคึกคัก ของกินหลากหลายเรียงรายให้เลือกชิม ไม่ลืมที่จะแวะร้านกาแฟเล็ก ๆ ในตลาด ซึ่งมีผู้คนมาจบกลุ่มสนทนากันอย่างออกรส สำเนียงของคนเมืองกาญจน์เป็นที่กล่าวขานว่าน่ารักน่าชังยิ่งนัก
ตลาดเช้าทองผาภูมิ เป็นแหล่งรวมวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันและมีชีวิตชีวา ชาวบ้านทั้งชาวไทย ชาวกะเหรี่ยง และชาวมอญ จะนำพืชผักพื้นบ้าน รวมทั้งผลผลิตจากผืนป่า รวมทั้งปลาแม่น้ำมาวางขาย
หลังจากเติมพลังกันแล้วจะออกไปเที่ยวไหนต่อกันดี ในอำเภอทองผาภูมิยังมีมุมมองอันน่าประทับใจอีกหลายแห่ง หากจะเชื่อมโยงกับสายน้ำและขุนเขาก็มีทั้ง น้ำตกผาดาด และ บ่อน้ำพุร้อนหินดาด ฯลฯ
นี่คือเสน่ห์แห่งความเรียบง่ายในทองผาภูมิ โดยเฉพาะสภาพอากาศดี ๆ ในยามเช้าที่ไม่ต้องรอหน้าหนาวก็ชื่นใจ แค่ได้นั่งมองความเคลื่อนไหวของผู้คนในวันธรรมดาของเขา ก็สร้างความรู้สึกเหมือนกับเราได้เป็นคนพิเศษ
ความธรรมดาที่ว่า มันธรรมดาจริง ๆ หรือไม่ พอ ๆ กับสิ่งที่เรียกว่าประทับใจ บางครั้งอาจจะลืมเลือนไปบ้าง แต่เมื่อปลุกความทรงจำขึ้นมาอีกครั้ง ก็ยังชัดเจน
ล่องเรือชมผืนน้ำสีมรกต เขื่อนวชิราลงกรณ หรือเขื่อนเขาแหลม
อีกหนึ่งมุมมองที่อยากชวนออกไปทอดสายตาอยู่ที่ เขื่อนวชิราลงกรณ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เขื่อนเขาแหลม นอกจากการชมวิวบนสันเขื่อนแล้ว เราสามารถเช่าเรือล่องออกไปชมบรรยากาศของผืนน้ำสีมรกตในอ่างเก็บน้ำที่กว้างไกลสุดสายตา
นอกจากผืนน้ำและผืนป่าอันยิ่งใหญ่ จะได้พบกับวิถีชาวประมงพื้นบ้านบริเวณท้ายเขื่อน หรือจะล่องไปเยือนเขาหัวสิงห์อันเป็นไฮไลท์ ที่ไม่ควรพลาดคือการมองหาเมนูปลาแม่น้ำในร้านอาหารบรรยากาศดี ๆ หรือจะนั่งจิบกาแฟริมอ่างเก็บน้ำ ฯลฯ ถ้าจะให้ดีก็อยากให้ลองเข้าพักในแพสไตล์แคมป์ปิ้งอีกสักคืน


