อากาศร้อนจริงจังแต่ก็ยังไม่อยากนั่งอยู่กับบ้าน เราจึงใช้บริการเรือข้ามฟากจากท่าเรืออัษฎางค์ ไปยังท่าเรือกุฎีจีนหน้าวัดซางตาครู้ส ไปรับลมเย็นๆริมแม่น้ำเจ้าพระยา ไปหาขนมจีนโปรตุเกสกินกันค่ะ
จากวัดซางตาครู้สจะมีทางเดินเล็กๆพาไปยังตรอกซอกซอยที่เชื่อมโยงไปถึงกันได้เป็นวงกลม ดังนั้นจะเลือกเดินไปทางขวาหรือทางซ้ายก็ได้ทั้งนั้น แต่จุดหมายแรกของเรา คือ พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน จึงเลือกเดินไปทางซ้ายแล้วเลี้ยวขวาเข้าซอย 3 เดินมาเรื่อยๆจะผ่านร้านขนมฝรั่งหลานแม่เป้า หนึ่งในร้านขนมฝรั่งเก่าแก่ของกุฎีจีนที่ยังคงทำขนมอร่อยๆให้เราได้รับประทานกัน แนะนำให้แวะซื้อเลยนะคะเดี๋ยวจะเดินเที่ยวเพลินจนกลับมาซื้อทีหลังไม่ทันแบบเรา
พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน
จากร้านขนมฝรั่งหลานแม่เป้า เดินต่อมาอีกหน่อยจะถึงบ้านสกุลทอง ที่เราจะมาแวะรับประทานขนมจีนโปรตุเกสกันที่นี่ แต่เราจะเดินผ่านไปก่อนเพื่อที่จะไปพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เพื่อทำความรู้จักกับที่มาของ “ฝรั่งกุฎีจีน” ก่อน
พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เป็นพิพิธภัณฑ์เล็กๆขนาดกะทัดรัดที่บ่งบอกความหมายของคำว่า “บ้าน” ได้อย่างอบอุ่น ก่อตั้งโดยคุณฉัตรชัย และคุณนาวินี (พงศ์ไทย) ทรรทรานนท์ และครอบครัว ในปีพ.ศ.2560
ชั้นล่างเป็นคาเฟ่ที่ร่มรื่นไปด้วยสวนสวย พิพิธภัณฑ์อยู่บนชั้น 2 และ 3 ดำเนินเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ชุมชนชาวโปรตุเกสที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบ้านเราตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยามาจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน
เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีว่าขนมไทยได้รับอิทธิพลมาจากขนมโปรตุเกส แต่ยังมีศัพท์ภาษาโปรตุเกสอีกหลายคำที่กลายเป็นคำภาษาไทยที่เราคุ้นชิน ไม่ว่าจะเป็น ชา กาแฟ มะนาว ขนมปัง ขนมบ้าบิ่น สบู่ ศาลา ไปจนถึงกะละมัง เป็นอาทิ
ข้อมูลของพิพิธภัณฑ์พาเราย้อนไปถึงกำเนิด “กุฎีจีน” ที่หลายคนสงสัยว่าเป็นย่านของเชื้อสายฝรั่งแต่ทำไมจึงมีชื่อเป็นกุฎีจีน นั่นเป็นเพราะว่าเมื่อครั้งที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี โปรดให้คนจีนที่อพยพมาจากอยุธยามาตั้งบ้านเรือนอยู่เหนือคลองกุฎีจีน
ส่วนฝรั่งเชื้อสายโปรตุเกสที่เคยอยู่อยุธยาและร่วมรบในสงครามกู้เอกราช โปรดให้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมน้ำด้านใต้คลองกุฎีจีน จึงเป็นที่มาของ “ฝรั่งกุฎีจีน”
ทั้งนี้ ชาวฝรั่งกุฎีจีน ไม่ได้มีแต่เชื้อชาติโปรตุเกสสยามแต่อย่างเดียว ยังประกอบไปด้วยเชื้อชาติโปรตุเกสเขมร จีน และญวน ที่มีความแตกต่างกันทางวัฒนธรรมแต่หลอมรวมกันด้วย “คริสต์ศาสนา” กลายเป็นเอกลักษณ์ของชาวกุฎีจีนที่ไม่เหมือนใคร
วิถีชีวิตดังกล่าว พิพิธภัณฑ์ถ่ายทอดผ่านการจำลองห้องต่างๆภายในบ้าน ได้แก่ ห้องนอน ห้องอาหาร และครัว ที่ไม่เพียงทำให้เราได้เห็นภาพชีวิตของผู้คนที่ใช้ชีวิตอยู่ ทั้งได้รับรู้เรื่องราวของความเชื่อต่างๆ เช่น ผีหัวพริก หรือ ผีหนูเลี๊ยบ ผีน้อยขี้เหงาประจำหมู่บ้านที่ผู้ใหญ่ใช้เป็นกุศลโลบายให้รีบกลับบ้านทันทีที่ได้ยินเสียงระฆังวัดตีบอกเวลาหกโมงเย็น มิเช่นนั้นจะโดนผีหัวพริกจับตัวไปซ่อนไว้เป็นเพื่อนเล่น
รวมถึงที่มาของอาหารจานอร่อยที่เรียกว่า ขนมจีนโปรตุเกส ที่ความจริงแล้วไม่ใช่อาหารโปรตุเกส เรื่องนี้มีต้นกำเนิดมาจากชาวเขมรเชื้อสายโปรตุเกสที่อพยพจากกัมพูชามาในสมัยรัชกาลที่ 1 และได้อัญเชิญพระรูปแม่พระไถ่ทาส หรือ แม่พระขนมจีน เข้ามาด้วย
ในงานฉลองแม่พระไถ่ทาส ราววันที่ 24 กันยายน ของทุกปี หลังพิธีจะมีการเลี้ยงขนมจีนแกงไก่คั่ว เป็นประเพณี อาหารจานนี้ต่อมาเรียกขานกันว่า ขนมจีนโปรตุเกส นั่นเอง
ก่อนโบกมือลาพิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เราแนะนำให้เดินขึ้นไปบนดาดฟ้าเพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบของชุมชนและมองได้ไกลไปถึงฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เห็นสะพานพระพุทธยอดฟ้าที่อยู่ไม่ไกล กรุงเทพฯของเราช่างสวยงาม
สัญญากับตัวเองว่าจะกลับมานั่งจิบกาแฟที่บ้านพิพิธภัณฑ์กุฎีจีน คู่กับของว่างชื่อแปลก “สัพพแหยก” เนื้อหมู หรือไก่สับผัดกับเครื่องแกงกะหรี่สด พริกบด มันฝรั่ง ปรุงรสเปรี้ยวเค็ม สูตรอาหารที่ได้มาจากชาวอินเดียเชื้อสายโปรตุเกสที่นำมากินกับขนมปัง เพราะครั้งนี้พลาดไปอย่างน่าเสียดาย
คราวนี้ได้เวลาอิ่มอร่อยกันแล้ว ขนมจีนโปรตุเกส รสชาติเป็นอย่างไร สำหรับเราแล้วรสชาติคล้ายกินขนมจีนกับแกงไก่ที่เป็นพริกแกงแดง ปรุงรสมาค่อนข้างละมุนกลมกล่อมไม่เผ็ด มีพริกเหลืองบดแนมมาให้เติมเพิ่มความเผ็ด
ขนิษฐา สกุลทอง เล่าให้ฟังว่าขนมจีนโปรตุเกส หรือ ขนมจีนแกงไก่คั่ว เป็นอาหารที่คุณย่าอัมพร สกุลทอง (คุณย่าของสามี) มักทำกินกันในบ้าน ส่วนประกอบหลัก ได้แก่ ไก่สับ เลือดไก่ ตับไก่ นำไปผัดกับพริกแกงแดงและน้ำกะทิ
“รสชาติของแต่ละบ้านก็จะแตกต่างกันเล็กน้อย ของคุณย่าค่อนไปทางหวาน เราก็มาปรับให้หวานน้อยลง กลมกล่อมมากขึ้น”
ด้วยความรักในการทำอาหาร ประกอบกับได้เรียนรู้การทำอาหารไทยชาววังมาจากญาติผู้ใหญ่ เมื่อมาเป็นสะใภ้บ้านสกุลทองที่มีเชื้อสายสยามโปรตุเกส ขนิษฐากับสามี (ประวีร์ สกุลทอง) จึงร่วมมือกันเปิดบ้านเพื่อสืบทอดมรดกอาหารสยามโปรตุเกส โดยมีของว่างไทยชาววังและอาหารโปรตุเกสให้บริการไปด้วยกัน
อิ่มแล้วเดินย่อยไปร้านธนูสิงห์ ร้านขนมฝรั่งชื่อดังของย่านกุฎีจีนต่อ โชคดีที่ยังพอมีให้ซื้อกลับไปกินต่อที่บ้าน เพราะกว่าจะมาถึงที่นี่ก็บ่ายมากแล้ว
เป็นอีกหนึ่งวันดีๆที่ได้มาเดินหลบร้อนในย่านกุฎีจีนที่มีต้นไม้ใหญ่น้อยให้ชื่นชมตลอดทาง มีพิพิธภัณฑ์น่ารัก มีอาหารอร่อย และผู้คนที่มีอัธยาศัยไมตรี ทุกอย่างล้วนดีต่อใจลืมความร้อนไปได้เลย
ต้นไม้รายทาง
พิพิธภัณฑ์บ้านกุฎีจีน เฟซบุ๊ก Baan Kudichin Museum
เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันเว้นวันจันทร์ 10.00 - 17.30 น
บ้านสกุลทอง เฟซบุ๊ก อาหารบ้านสกุลทอง – กุฎีจีน
เปิดทุกวันเว้นวันจันทร์ 10.00 – 16.00 น. โทร.06 2605 5665
พิกัด : ชุมชนกุฎีจีน แขวงวัดกัลยา เขตธนบุรี กทม.
การเดินทาง : MRT สนามไชย ทางออกท่าเรือราชินี ขึ้นเรือข้ามฟากท่าอัษฎางค์ (อยู่ใกล้กับท่าเรือราชินี) ไปยังท่าเรือกุฎีจีน

