ชวนไปส่องร้านดัง จานเด็ดที่ "ออกรส ฟู้ดยาร์ด" ฟู้ดเดสทิเนชั่นแห่งใหม่ ราคาน่าคบ บนชั้น 4 เกษรอัมรินทร์ ที่รวมร้าน กิน-ดื่ม กว่า 60 ร้านเด็ด สตรีทฟู้ดดัง พร้อมบาร์สุดเก๋
KEY POINTS
- "ออกรส ฟู้ดยาร์ด" คือฟู้ดคอร์ทโฉมใหม่บนชั้น 4 เกษรอัมรินทร์ ที่ปรับปรุงจากพื้นที่เดิมให้ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมือง
- รวบรวมร้านอาหารและเครื่องดื่มชื่อดังกว่า 60 ร้าน ทั้งร้านระดับตำนาน สตรีทฟู้ด และร้านที่ได้รับรางวัลการันตี ในราคาที่เข้าถึงง่าย
- มีโซนไฮไลต์ใหม่คือ "พิกุลบาร์" สำหรับเครื่องดื่มและการสังสรรค์ โดยเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 10.00 น. ถึงเที่ยงคืน
ว่าด้วย pain point เรื่องอาหารการกินของคนเมือง เห็นจะมีร่วมกันอยู่ไม่กี่อย่าง แต่ที่บ่นกันมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง “ราคา” โดยเฉพาะถ้าใครมีธุระ หรือต้องเข้ามาย่านใจกลางเมือง อย่าง สยาม-ราชประสงค์ บ่อย ๆ จะหาอะไรทานง่าย ๆ อร่อย แต่ราคาไม่แรงนั้น ถือว่า โจทย์หินอยู่ไม่น้อย
แถมถ้ามากันเป็นกลุ่ม หลายคนก็หลายความชอบ จะหาร้านที่ “ลงตัว” กันได้ทั้งแก๊ง แฮงเอาท์กันได้ยาว ๆ ก็อาจเป็นเรื่องยากของหลายคน
สำหรับโจทย์แรก หนึ่งใน “ที่กิน” ที่รู้กัน โดยเฉพาะมนุษย์เงินเดือนย่านราชประสงค์ นั่นก็คือ ฟู้ดคอร์ทบนชั้น 4 ของ เกษรอัมรินทร์ ที่ถือว่า ราคาน่าคบหา แถมยังครบครัน มีร้านอาหารหลากหลายให้เลือกได้ตามชอบ
แต่ที่หลายคนอาจยังไม่ทราบก็คือ ตอนนี้เขารีโนเวทใหม่ ยังคงร้านเด็ด สตรีทฟู้ดชื่อดังไว้แบบเดิม แต่เพิ่มเติม คือ ร้านใหม่ น่าลอง อีกเพียบ แถมด้วยบาร์เครื่องดื่ม สำหรับสังสรรค์เบาๆ ก่อนกลับบ้าน
สำหรับ “The Cook” ถือเป็นฟู้ดคอร์ทที่อยู่คู่ย่านราชประสงค์มายาวนานกว่า 20 ปี และเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่คุ้นเคยของคนทำงาน นักท่องเที่ยว และผู้คนที่แวะเวียนมา แต่ตอนนี้ขอให้อัปเดตชื่อเรียกกันใหม่ว่า “ออกรส ฟู้ดยาร์ด” (ORK-ROS Foodyard)
สิ่งที่มาพร้อมกับชื่อใหม่ก็คือ การออกแบบพื้นที่ให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองตลอดวัน บนพื้นที่กว่า 2,500 ตารางเมตร พร้อมที่นั่งมากกว่า 1,000 ที่นั่ง งานดีไซน์เด่นด้วยลวดลายดอกพิกุลบน Skylight ที่เป็นเอกลักษณ์ของอาคาร และต่อยอดมาสู่ Pikul Bar (พิกุลบาร์) ที่พร้อมเสิร์ฟเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ชา กาแฟ เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อแฮงเอาท์เบาๆ ในช่วงเย็น
และแน่นอนว่า เมื่อเป็นฟู้ดคอร์ท หัวใจสำคัญ ก็ต้องเป็น “อาหาร” โดยที่ “ออกรส” โดดเด่นเรื่องความหลากหลายที่มีให้เลือกกว่า 600 เมนู จากร้านอาหารและเครื่องดื่มกว่า 60 ร้าน ทั้งร้านระดับตำนานที่หลายคนคุ้นเคยและแบรนด์รุ่นใหม่ที่น่าลอง โดยมีทั้งร้านที่ได้การยอมรับจากมิชลิน, เชลล์ชวนชิม และ Users’ Choice
เริ่มต้นจากรสชาติแบบเหนือแท้ๆ ของ “อองตอง” ร้านอาหารเหนือจากเชียงใหม่ที่การันตีด้วย Michelin Bib Gourmand ต่อเนื่อง 4 ปี กับเมนูเด่น คือ ข้าวซอยไก่, เส้นข้าวซอยผัดไส้อั่ว และขนมจีนน้ำเงี้ยว และอีกหนึ่งที่ห้ามพลาด ก็คือ ข้าวซอยคั่วแห้ง ที่มีให้เลือกทั้งหมู เนื้อ และ ไก่
หรือใครที่กำลังมองหาอาหารจานโปรดในบรรยากาศคุ้นเคย “ชามคุณพี่” ชวนย้อนกลับไปหารสชาติในความทรงจำผ่านเมนูอย่างข้าวหมูทอดสามเกลอ, ก๋วยเตี๋ยวต้มยำแห้งชามคุณพี่ และกุ้งทอดซอสบ๊วยในตำนาน
แต่ถ้าอยากทานอะไรง่าย ๆ ไว ๆ พิซซ่าจาก “Ronin Pizza” ก็ตอบโจทย์ เพราะมาในรูปแบบ Slice Bar ทานได้ไม่ต้องรอแก๊ง โดยในงานเปิดตัว อรรถพันธ์ ภู่งาม เจ้าของร้านมาแนะนำเมนูเด่นด้วยตัวเอง โดยบอกว่า ที่โรนินพิซซ่ามีจุดเด่นที่แป้งโฮมเมด ซึ่งใช้แป้งสดหมักนาน 72 ชั่วโมง จนได้เนื้อสัมผัสนุ่มและไม่หนักท้อง ตัวเด่นคือ พิซซ่าหน้าแฮมทรัฟเฟิล ที่เป็นเมนูขายดีในทุกสาขาของ Ronin Pizza หรือจะลองพิซซ่าหน้า Parma Ham และ Honey Mustard Focaccia ก็มีให้เลือกเช่นกัน
ส่วนใครรักเมนูไข่ ขอให้เลี้ยวมาที่ “EGGAHOLIC” ร้านข้าวไข่ข้นที่ไม่ธรรมดา เพราะการันตีด้วยแบรนด์ “COPPER” บุฟเฟ่ต์ชื่อดังที่มีสาขาที่ชั้น 3 เกษร อัมรินทร์เช่นกัน เมื่อเจ้าบ้านรีโนเวทฟู้ดคอร์ทใหม่ COPPER ก็เลยคลอดน้องสาวอย่าง “EGGAHOLIC” ขึ้นมาร่วมเสิร์ฟความอร่อย
พจนีย์ พินิจศักดิ์กุล ผู้บริหาร คอปเปอร์ บียอนด์ บุฟเฟต์ เล่าว่า “EGGAHOLIC มาจากความอินกับการกับการทำเมนูไข่ของเรา แต่ในร้านคอปเปอร์ เราอาจจะไม่ได้มีเมนูไข่เยอะและหลากหลาย พอเราทำ Spin-Off ออกมา เราก็อยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องข้าวไข่ข้น”
แน่นอนว่า ตัวเด็ดอย่าง “ซุฟทรัฟเฟิล” ยังคงตามมาด้วย แต่กลายร่างจากซุปมาเป็นซอสราดสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในเมนู ข้าวไข่ข้นทรัฟเฟิล สเต๊กเนื้อสันนอก สไตล์คาเฟ่เดอปารีส แต่ถ้าใครชอบรสชาติจัดจ้าน เขาก็มี ข้าวไข่ข้นหอยเชลล์คั่วพริกเกลือ ผสมรวมด้วยความครีมมี่ของไข่ เท็กซ์เจอร์ของหอยเชลล์ บวกกับกระเทียมพริกเกลือ ให้มิติหลายเท็กซ์เจอร์ หลายรสชาติ นอกจากนี้ก็ยังมี ข้าวไข่ข้นเบคอนแผ่นหนาคั่วกระเทียม ส่วนของทานเล่นจะมี คอหมูย่างคลุกซอสแจ่ว, คางกุ้งทอดคั่วพริกเกลือ-คั่วกระเทียม
ส่วนร้านเครื่องดื่ม ก็มีร้านดังในโซเชียลอย่าง Chum Chum (ฉ่ำฉ่ำ) ร้านเครื่องดื่มสมุนไพรในรูปแบบใหม่ ที่หยิบแรงบันดาลใจจากร้านขายยา เครื่องเทศแผนโบราณ และส่วนผสมจากธรรมชาติมาเติมลูกเล่นด้วยเทคนิคและท็อปปิ้งต่างๆ
ลัทธพล ชาญสง่าเวช ผู้บริหารร้าน Chum Chum แนะนำเมนูเด่นของร้าน นำโดย อำพันดอกท้อใต้เงาจันทร์ ที่ใส่ยางอำพันจริงๆ เป็นยางจากต้นท้อ พร้อมด้วยเห็ดหูหนู และสมุนไพรต่างๆ เข้าไปในเครื่องดื่ม ช่วยเรื่องบำรุงผิวพรรณ บำรุงธาตุหยินให้มีความเห็นความขึ้น
นอกจากนี้ก็ยังมีเครื่องดื่ม “กุ้ยฮวาลำไย” เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มคู่กันกับลำไย บาลานซ์ความร้อนได้ดี รวมถึงอีกหนึ่งเมนูซิกเนเจอร์ คือ “โคโคนัทมัทฉะ”
“ฉ่ำๆ เราก็จะมีเครื่องดื่มที่เป็นโซดา พออัดโซดาเข้าไป ทำให้เครื่องดื่มสมุนไพรดื่มง่ายขึ้น ปรับของเรื่องรสชาติให้มี texture ที่ดีขึ้น ยกตัวอย่าง น้ำจับเลี้ยงที่ใส่สมุนไพร 32 ชนิด พออัดโซดาเข้าไป ก็จะได้เท็กซ์เจอร์ที่ดี
นอกจากเครื่องดื่มแล้ว ฉ่ำฉ่ำ ยังส่งน้องใหม่ คือ 'ไก่ทอดดีดี้' มาให้แฟน ๆ ได้ลองชิม โดยชูจุดขาย คือ เมนูราคาประหยัด (แบงก์แดงมีทอน) มีจานเด่น คือ 'อ่อนไหวไก่กรอบ' ไก่กรอบราดพริก ไก่กระเทียมชุบแป้งสูตรพิเศษให้กรอบนาน กินกับข้าวเหนียว และน้ำพริกขี้กา
และ 'ไก่แค่ไหนก็ใกล้' ไอเดียชื่อมาจากว่า หาดใหญ่มันไกลใช่ไหมครับ เราก็เลย เอ่อ ปรับเป็นไก่แค่ไหนได้ ตัวไก่ชุดนี้มันจะเป็นไก่สมุนไพรเราใส่สมุนไพรไป 7 ชนิด ผสมกับแป้งเติมสมุนไพรแล้วก็กระเทียมพริกไทยกับพวกเครื่องเทศเข้าไปในแป้งด้วย ก็จะได้ความกรอบอีก texture นึง กินกับข้าวเหนียวที่นึ่งด้วยน้ำอัลคาไลน์ (น้ำด่าง) ช่วยเท็กซ์เจอร์ข้าวเหนียวให้นุ่มขึ้น ซึ่งตามหลักยาจีน การใช้น้ำอัลคาไลน์เป็นเรื่องของการลดความเย็น ส่วนเครื่องดื่มที่มีอยู่ประจำ คือ อูเมะโซดา เป็นบ๊วยดองกับมะขามป้อม ช่วยให้ชุ่มคอ”
สายอาหารรสแซ่บจัดจ้านสามารถแวะไปที่ Do Nua กับเมนูอย่างตำเล็กซั่วกากหมูปลาร้านัวร์ และลาบหมั่นโถว ที่จับคู่ลาบหมูรสถึงเครื่องเข้ากับแป้งหมั่นโถวกรอบนอกนุ่มใน
หรือจะไปต่อกับ ขวัญใจ by โรงกลั่นเนื้อ ร้านก๋วยเตี๋ยวและเกาเหลาเนื้อที่พาความอร่อยจากย่านทรงวาดมาสู่ราชประสงค์ พร้อมเมนูจานข้าวอย่างข้าวหน้าไก่ทรงวาดและข้าวหมูผัดพริกขี้หนู
อีกหนึ่งรสชาติที่ชวนให้กลับมากินได้ทุกวันคืออาหารไทย-จีนแบบ Comfort Food จาก คนชง คนปรุง ร้านดีกรีมิชลินที่นำสูตรอาหารของครอบครัวมาต่อยอดเป็นเมนูอย่างข้าวไก่ทอดราดซอสแกงใต้และข้าวไข่นุ่มกุนเชียง รวมถึง AHJO ร้านข้าวหมูแดงและบะหมี่หมูแดงสไตล์ฮ่องกง พร้อมน้ำราดสูตรเฉพาะ และของกินเล่นอย่างซาลาเปาและขนมจีบกุ้ง
นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารสตรีทฟู้ด (Street Food) ที่หลายคนคุ้นชื่อกันดี ไม่ว่าจะเป็น กะเพราขุนช้าง, แอนคั่วไก่, เกตุโอชา, ตี๋เย็นตาโฟ, ข้าวขาหมูตรอกซุง, ราดหน้ายอดผักสูตร 40 ปี ศาลเจ้าพ่อเสือ, หลี เจ๊ก ตง ก๊วยจั๊บหมูกรอบ, บะหมี่บุญเลิศ, Koji (โคจิ), Kamu Kamu (คามุ คามุ), เจริญเปา By บ้านสะใภ้ใต้ และ Yoguruto (โยกุรุโตะ) รวมถึงร้านใหม่ๆ ที่เตรียมทยอยเปิดให้บริการในอนาคต
อีกหนึ่งมุมไฮไลต์ของ ORK-ROS Foodyard คือ Pikul Bar (พิกุลบาร์) บาร์เครื่องดื่มที่หยิบแรงบันดาลใจจากดอกพิกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในรายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของอาคารเกษรอัมรินทร์ มาถ่ายทอดเป็นพื้นที่สำหรับเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน ตั้งแต่ชา กาแฟ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ไปจนถึงเครื่องดื่มสำหรับช่วงเวลาสังสรรค์ในยามเย็น
อารยา ขันทปราบ ผู้บริหารเกษรวิลเลจ (Head Of Component Management) กล่าวว่า “เราอยากให้ ORK-ROS Foodyard เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับมื้ออาหาร แต่เป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนเมืองในแต่ละวัน ด้วยความหลากหลายของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงบรรยากาศที่สามารถปรับเปลี่ยนไปตามช่วงเวลา ตั้งแต่มื้อกลางวันไปจนถึงการพบปะสังสรรค์ในช่วงเย็น
ORK-ROS Foodyard เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00 น. – 24.00 น. ที่ ชั้น 4 อาคารเกษรอัมรินทร์





