วันพฤหัสบดี ที่ 5 พฤศจิกายน 2569

Login
Login

เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ‘เจีย สฤญรัตน์’ ผ่านวันยากด้วยการไว้ใจตัวเอง

เมื่อไม่มีคนดู ไม่มีภาพลักษณ์ให้ต้องรักษา ข้างในเรารู้สึกอย่างไร ‘เจีย สฤญรัตน์’ สำรวจ ‘เวทีภายใน’ ผ่านหนังสือเล่มแรก จากสัญชาตญาณดูแลตัวเองในวัยเด็ก สู่การค้นพบว่าเรามีตัวตนมากกว่าความเจ็บปวด และมีศักยภาพให้กลับมาไว้ใจตัวเองอีกครั้ง

KEY POINTS

  • "เจีย สฤญรัตน์" ใช้จินตนาการและการแสดงบทบาทสมมติสร้าง "เวทีภายใน" หรือพื้นที่ปลอดภัย เพื่อดูแลตัวเองจากความรุนแรงในครอบครัวตั้งแต่วัยเด็ก
  • เมื่อรู้จักศาสตร์ละครบำบัด เธอจึงพบความเชื่อมโยงกับสิ่งที่เคยทำ ประสบการณ์เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางสู่อาชีพนักละครบำบัด และเรื่องราวในหนังสือเล่มแรก "THE THOUSAND CHARACTERS IN YOU เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด"
  • "เวทีภายใน" คือสภาวะข้างในตัวเองในยามที่ไม่มีใครมอง ซึ่งเจียเชื่อว่าสำคัญที่สุด เพราะเป็นการกลับมาเชื่อมั่นในศักยภาพการดูแลและเยียวยาตัวเอง

หลายคนรู้จัก "เจีย–สฤญรัตน์ โทมัส" นักแสดงจากภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ และนักละครบำบัดอาวุโสของ SOULSMITH ผ่านบทบาทบนจอหรือการทำงานบำบัด แต่เบื้องหลังบทบาทเหล่านั้น คือเด็กคนหนึ่งที่เคยร้องเพลงกล่อมตัวเอง เล่นบทบาทสมมติ และใช้จินตนาการสร้างพื้นที่ปลอดภัยในห้องนอน ท่ามกลางความรุนแรงในครอบครัว

เวลานั้นเธอยังไม่รู้จักศาสตร์ละครบำบัด สิ่งที่ทำเป็นเพียงสัญชาตญาณในการดูแลตัวเอง ก่อนจะค้นพบในภายหลังว่า สิ่งเหล่านั้นเชื่อมโยงกับศาสตร์ที่เธอเลือกศึกษาและทำงานด้วย

ในหนังสือเล่มแรก "THE THOUSAND CHARACTERS IN YOU เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด" จากสำนักพิมพ์ SOULSMITH PUBLISHING เจียจึงย้อนเล่าทั้งความเจ็บปวดและสิ่งที่เคยช่วยพาเธอผ่านมา เพื่อชวนผู้อ่านกลับไปมองชีวิตของตัวเองว่า เราเคยใช้ทักษะอะไรผ่านเรื่องยาก และยังมีตัวตนด้านใดที่อาจหลงลืมไป

จากการดูแลใจในวัยเด็ก สู่ละครบำบัด

ภาพของนักแสดง นักจิตบำบัด นักละครบำบัด และแม่ อาจทำให้คนภายนอกมองว่าเจียมีชีวิตที่ดี หรือจัดการทุกอย่างได้เสมอ แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ เธอผ่านทั้งความกดดัน การถูกล่วงละเมิด และความรุนแรงในครอบครัว

“มีคนรู้จักบางคนบอกว่า ‘ชีวิตเจียดีมากเลย’ เหมือนเราไม่เคยเจออะไร หรือถึงเจอ เราก็จัดการทุกอย่างได้เรียบร้อยหมด คิดว่าถึงเวลาแล้วที่จะเล่าให้ฟังว่า จริงๆ ชีวิตมันเข้มข้น และความเข้มข้นนั้นก็เป็นสิ่งที่ภูมิใจ เพราะมันทำให้เรามายืนอยู่ตรงนี้”

หนังสือจึงเป็นโอกาสเล่าประสบการณ์ที่คนรอบตัวอาจไม่เคยรับรู้ รวมถึงวิธีที่เธอพยายามดูแลตัวเองตั้งแต่ยังไม่มีใครสอนให้รับมือ

“ลองย้อนดูว่า ทำไมเด็กอนุบาลคนหนึ่งถึงเข้าไปในห้อง ร้องเพลงกล่อมตัวเอง เล่นบทบาทสมมติเพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงพ่อแม่ทะเลาะกัน หรือจินตนาการว่าเราอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ไม่ได้อยู่ตรงนี้ ตอนนั้นเราไม่รู้หรอกว่าถูกหรือผิด แต่มันเป็นสัญชาตญาณในการดูแลตัวเอง”

เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ‘เจีย สฤญรัตน์’ ผ่านวันยากด้วยการไว้ใจตัวเอง

หลายปีต่อมา เมื่อได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับละครบำบัด เธอจึงพบคำอธิบายที่ทำให้มองสิ่งที่เคยทำด้วยความเข้าใจอีกแบบหนึ่ง

“รู้สึกทึ่งมาก เพราะพื้นฐานบางอย่างที่เขาพูดถึง เช่น บทบาทสมมติ การละคร การร้องเพลง การฮัมเพลง หรือการฝึกสติ เป็นสิ่งที่เราเคยทำในห้องนอนเพื่อดูแลตัวเองโดยสัญชาตญาณ ในหนังสือเขาอธิบายเป็นหลักวิชาการ และพูดถึงขั้นต่อไปว่าจะทำอะไรได้อีก แต่พื้นฐานขั้นแรกของการเยียวยาตัวเอง เราเคยทำมาแล้ว”

การค้นพบครั้งนั้นเป็นส่วนหนึ่งที่พาเธอเข้าสู่เส้นทางนักละครบำบัด และทำให้เห็นว่า ในประสบการณ์ยากลำบาก เธอเคยบ่มเพาะวิธีดูแลตัวเองไว้ด้วย

ย้อนมองวันยากๆ เพื่อเห็นพลังที่เรามี

สิ่งหนึ่งที่เจียอยากส่งต่อผ่านหนังสือ คือการกลับไปค้นหาว่า อะไรเคยช่วยให้เราผ่านช่วงเวลายากลำบาก เธอยกตัวอย่างวันที่อกหัก บางคนอาจออกกำลังกาย พูดคุยกับใครสักคน หรือหันไปทำอะไรให้ผู้อื่น สิ่งเหล่านี้อาจช่วยประคองความรู้สึก โดยเราไม่ทันมองว่าเป็นทักษะที่ตัวเองมี

“กว่าจะผ่านประสบการณ์ต่างๆ มาได้ แน่นอนว่ามันยาก แต่การที่เราผ่านมาได้ แปลว่าเราใช้ทักษะบางอย่าง ขอให้เชื่อว่าทักษะเหล่านั้นไม่ได้หายไปไหน ถ้าเราจับมันได้ เราก็อาจดึงกลับมาใช้ และบอกตัวเองได้ว่า ‘เราทำได้นะ เราจัดการกับมันได้’”

การย้อนมองอดีตจึงมีเป้าหมายเพื่อค้นหาสิ่งที่นำกลับมาใช้ในปัจจุบันได้ สำหรับเจีย การช่วยเหลือคนอื่นทำให้เธอรู้สึกดีกับตัวเองและเห็นคุณค่าของตนมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะเชื่อมต่อมาสู่งานบำบัด เธอมองว่านี่เป็นความแข็งแรงด้านหนึ่ง ขณะที่คนอื่นอาจมีความแข็งแรงต่างออกไป

“ความแข็งแรงของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่เชื่อว่าเราต้องแข็งแรงไปหมดทุกด้านถึงจะอยู่รอดในโลกนี้ได้ แต่เราควรรู้ว่าความแข็งแรงของเราคืออะไร แล้วบ่มเพาะด้านนั้นให้ชัดขึ้น เหมือนรดน้ำให้มันเติบโตจนออกดอก”

เธอยังอยากให้เรากลับมารับรู้สัญชาตญาณในการดูแลตัวเอง และดึงศักยภาพนั้นมาใช้ โดยยังเปิดรับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากผู้อื่น

“ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ต้องไปพบนักบำบัด แต่คนที่เราใช้ชีวิตอยู่ด้วยมากที่สุด และรู้จักเรามากที่สุดก็คือตัวเราเอง การพึ่งพาตัวเองได้ในระดับหนึ่ง ทั้งการดูแลตัวเอง ดึงสัญชาตญาณกลับมา และสร้างแรงผลักดันให้ตัวเอง จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก”

ยอมรับความรู้สึก และเดินต่อโดยไม่รอคำขอโทษ

การเล่าเรื่องศักยภาพภายในต้องซื่อสัตย์กับวันที่ดูแลตัวเองได้ไม่ดีด้วย เจียเล่าว่า เมื่อโตขึ้นเคยใช้แอลกอฮอล์เพื่อระบาย และไม่อยากให้คนในครอบครัวรู้ว่ากำลังเสียใจ เพราะรู้สึกว่าการเปิดเผยอาจทำให้ถูกข่มหรือถูกกระทำมากขึ้น

“เราจึงมีหน้ากากว่า ‘เราโอเค ไม่มีอะไร’ นั่นก็เป็นการจัดการแบบหนึ่ง แต่เป็นการเก็บ กัก และอัดความรู้สึกไว้ข้างใน แล้วใส่หน้ากากว่าเราไม่เป็นอะไร แต่การจัดการที่ถูกต้องคือการยอมรับว่า เวลาเจอพ่อพูดแบบนี้ หรือเจอใครทำอะไรบางอย่าง แม้เราโตแล้วก็ยังสั่นคลอนและรู้สึกไม่โอเค แล้วลองเข้าใจว่ามันมาจากไหน อาจเป็นเพราะเราเคยเจอแบบนี้มาก่อน”

เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ‘เจีย สฤญรัตน์’ ผ่านวันยากด้วยการไว้ใจตัวเอง สิ่งที่เธอค่อยๆ เรียนรู้คือการยอมรับความรู้สึก ทำความเข้าใจที่มา และพิจารณาว่าจะดูแลมันอย่างไร พร้อมมองเห็นว่าประสบการณ์ยากเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ยังมีด้านอื่นอยู่ด้วย

อีกบทเรียนหนึ่งมาจากความสัมพันธ์กับแม่ เธอเล่าว่า ทุกวันนี้ให้อภัยแล้ว แม้ไม่เคยได้รับคำขอโทษ เพราะในความเข้าใจของเธอ แม่ไม่มีศักยภาพที่จะมอบสิ่งนั้นให้

“ถ้า A คือคำขอโทษ แล้ว B คือการที่เรารู้สึกโอเค ให้อภัย และปลดปล่อยตัวเอง มันไม่ได้เกิดขึ้นตามลำดับแบบนั้นเสมอไป เราอาจไม่จำเป็นต้องรอให้คนอื่นขอโทษ ได้สติ รู้สึกผิด หรือเห็นคุณค่าเราก่อน เพราะเราอาจไม่ได้สิ่งนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องมองโลกในแง่ร้ายว่าไม่มีทางได้เลย แต่เราต้องเผื่อใจว่ามันอาจไม่เกิดขึ้น”

สิ่งหนึ่งที่ช่วยให้เธอเดินต่อคือการมองเห็นตัวตนด้านอื่น นอกเหนือจากการเป็นเด็กที่เคยถูกทำร้าย

“นานมาแล้ว เรามองย้อนดูชีวิตตัวเองตอนเด็ก แล้วรู้สึกว่า ‘เจีย รู้ตัวหรือเปล่าว่าเธอมีด้านอื่นตั้งเยอะ เธอเป็นคนตลก เป็นคนบ๊องๆ ทำได้หลายอย่าง ชอบทำให้เพื่อนหัวเราะ ชอบฟังเพื่อน’ สิ่งเหล่านี้คือตัวตนด้านอื่นที่ไม่ใช่แค่ ‘เจีย เด็กที่โดนแม่ทำร้าย’ เรายังมีอีกหลายด้าน เราดึงด้านเหล่านี้กลับมาใช้ เพื่อไม่ต้องจมอยู่กับเรื่องเดิม”

สำหรับเจีย ตัวตนเหล่านี้ช่วยให้เธอมองเห็นชีวิตส่วนอื่นที่มีความหมาย และไม่ฝากความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดไว้กับวันที่อีกฝ่ายจะรู้สึกผิดหรือเห็นคุณค่าของเธอ

แบบฝึกหัด ลองฟังเสียงข้างในตัวเอง

เจียนำเรื่องราวชีวิตแต่ละช่วงมาเชื่อมกับแบบฝึกหัดท้ายบท โดยดัดแปลงวิธีการทางการละครให้ผู้อ่านได้ลองสำรวจตัวเอง แม้ไม่ได้เริ่มจากการเข้าเวิร์กช็อป ตัวอย่างหนึ่งคือการนึกถึงช่วงเวลาที่รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวเองมากที่สุด แล้วลองบรรยายว่า ตอนนั้นอยู่ในสถานการณ์แบบไหน กำลังทำอะไร และอะไรทำให้รู้สึกเป็นตัวเอง

หากคำตอบคือการดูหนัง เธอชวนให้สำรวจต่อว่า สิ่งที่ชอบคืออะไร การได้อยู่คนเดียว การมีเวลาให้ตัวเอง การพักจากเรื่องที่หมกมุ่น หรือการได้มองชีวิตคนอื่นแทนการวนอยู่กับปัญหาของตัวเอง

เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ‘เจีย สฤญรัตน์’ ผ่านวันยากด้วยการไว้ใจตัวเอง

ผู้อ่านอาจเขียน วาดรูป บันทึก หรือใช้ภาพถ่ายช่วยทบทวน เช่น ภาพจากวันที่เคยไปเดินเล่นแล้วรู้สึกดี ก่อนลองถามว่า อะไรทำให้วันนั้นมีความหมาย และเพราะอะไรจึงไม่ได้กลับไปมีช่วงเวลาเช่นนั้นอีก

“เราได้อะไรจากสิ่งนั้น แล้วลองถามตัวเองว่า เรามีคุณค่าพอที่จะกลับไปมีความรู้สึกแบบนั้นอีกไหม ต้องรอให้ใครทำให้หรือเปล่า หรือเรากลับมาทำให้ตัวเองได้”

เธอมองว่าผู้อ่านไม่จำเป็นต้องผ่านเหตุการณ์เหมือนกันหรือกำลังเผชิญปัญหา เรื่องเล่าจากหลายช่วงวัย รวมถึงบริบทครอบครัว วัฒนธรรม และความแตกต่างระหว่างรุ่น อาจเชื่อมกับประสบการณ์ของแต่ละคนในจุดที่ต่างกัน

“หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นคำแนะนำเฉพาะวัยใดวัยหนึ่ง แต่เป็นเรื่องราวชีวิต ต่อให้ยังเรียนมัธยมและรู้สึกว่าตัวเองมีประสบการณ์แค่นี้ เรื่องราวของเราก็สำคัญ คุณอาจผ่านอะไรมามากกว่าเราด้วยซ้ำ แม้จะอายุเพียง 15–16 ปี หรือยี่สิบกว่า”

‘เวทีภายใน’ ในวันที่ไม่มีคนดู

เมื่อชวนให้พูดถึงสิ่งที่ภูมิใจ เจียเล่าถึงการเป็นแม่ และการเลือกไม่ส่งต่อความรุนแรงที่ตัวเองเคยได้รับไปสู่ลูก

“จากสิ่งที่เรียนรู้ตอนเด็ก เราไม่ได้คิดว่าจะเป็นแม่ที่ดีที่สุดหรือเลิศเลอ แต่รู้ว่าเราจะไม่เป็นแม่แบบไหน เราดีใจที่ลูกเป็นคนมีความลึกซึ้ง ใส่ใจคนอื่น ใจดี และอยากทำอะไรที่มีความหมายในชีวิต เราไม่ติดว่าเขาจะทำอาชีพอะไร ช่วงหนึ่งเขาก็ใช้เวลาคิดเรื่องนี้อยู่ปีสองปี ซึ่งเราคิดว่าโอเค ไม่ใช่ทุกคนจบมหาวิทยาลัยแล้วจะรู้ทันทีว่าอยากเป็นอะไร”

การไม่เดินตามรอยเดิมเป็นความสำเร็จด้านหนึ่งที่เธอให้คุณค่า และสะท้อนว่าความเข้าใจในประสบการณ์ของตัวเองช่วยให้เธอเห็นสิ่งที่อยากเลือกทำในปัจจุบัน

เวทีภายในสำคัญกว่าอะไรทั้งหมด ‘เจีย สฤญรัตน์’ ผ่านวันยากด้วยการไว้ใจตัวเอง

จากบทบาทแม่ บทสนทนาพากลับมาสู่คำถามเบื้องหลังชื่อหนังสือ เมื่อผ่านบทบาทต่างๆ ในชีวิตแล้ว ในเวลาที่ไม่มีคนดูและไม่มีภาพลักษณ์ให้ต้องรักษา ข้างในของเราเป็นอย่างไร

“คนเราผ่านหลายช่วงชีวิต หลายเวที แนวคิดนี้อาจมาจากพื้นฐานที่เราทำงานบนเวทีด้วย แต่เวทีที่สำคัญที่สุดคือเวลาที่ไม่มีคนดู ไม่มีใครที่เราต้องคอยห่วงเรื่องภาพลักษณ์ สิ่งสำคัญที่สุดคือ ข้างในของเราตอนนั้นเป็นอย่างไร”

ผ่านร้อยพันคาแรกเตอร์ในชีวิต เจียชวนให้ผู้อ่านกลับมาค้นพบด้านต่างๆ ของตัวเอง ทั้งด้านที่เปราะบาง ด้านที่เคยถูกมองข้าม และด้านที่ช่วยพาเราผ่านเรื่องยากมาแล้ว เพราะก่อนจะมาถึงวันนี้ เราอาจเคยทำอะไรเพื่อตัวเองมากกว่าที่จำได้ และการกลับไปมองเห็นสิ่งเหล่านั้น อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการไว้ใจตัวเองอีกครั้ง

ภาพ : ณัฐริณีย์ พร้อมวงศ์

สถานที่ : SOLID Coffee & Bar (SOULSMITH)