มุ่งหน้าสู่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อไปพบกับ แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับ โกโก้ เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ Tree to Bar
เรียนรู้ทุกขั้นตอนของการผลิตช็อกโกแลต ตั้งแต่การเก็บเกี่ยวผลโกโก้ การหมัก การตาก การคั่ว จนถึงการแปรรูปมาเป็นคราฟต์ช็อกโกแลต
เข้าร่วมเวิร์คชอป ลงมือทำกันอย่างจริงจัง ลิ้มรสผลิตภัณฑ์โกโก้ท้องถิ่น ที่เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากโกโก้ธรรมชาติ
เชื่อมโยง Wellness Tourism ผ่านการเรียนรู้วิถีเกษตร และการบริโภค อย่างตั้งใจ ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ที่เติมเต็มทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ
Cr. Kanok Shokjaratkul
'Rose Cocoa Garden' พลิกฟื้นสวนโกโก้สู่ศูนย์เรียนรู้
"เมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว เรามีพื้นที่ที่ท่าศาลาที่ปลูกโกโก้อยู่แล้ว ทำให้เกิดความคิดอยากทำเรื่องแปรรูป ก็ไปเรียนเกี่ยวกับการแปรรูปช็อกโกแลตมา เพราะเราเห็นว่าโกโก้เหมือนทองคำชนิดหนึ่ง
ที่สามารถเอามาต่อยอด แบ่งปันเรื่องราวให้คนไทยและชาวต่างชาติได้รับรู้ว่าโกโก้เรามีคุณค่า
คุณค่าที่แปรรูปเป็น คราฟต์ช็อกโกแลต (Craft Chocolate) หรือส่วนต่าง ๆ ของโกโก้ก็สามารถเอาไปต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่นได้อีกมากมาย
ถ้าคนมาเยี่ยมสวน เราจะพาไปเรียนรู้ตั้งแต่รู้จักกับต้นโกโก้ ว่าเป็นยังไง ไปเก็บลูกโกโก้ ได้ชิมผลสด และเอาลูกโกโก้มาเข้ากระบวนการแปรรูปช็อกโกแลตท้องถิ่นของนครศรีธรรมราช
ให้นักท่องเที่ยวได้ลงมือทำ Workshop ทั้งการคั่ว การหั่น การเมลติ้ง (Melting) การทำช็อกโกแลตบาร์ กลับบ้านไปฝากคนที่รัก ได้รับแรงบันดาลใจไปต่อยอดเป็นอาชีพได้"
Cr. Kanok Shokjaratkul
น้ำผึ้ง-เจนจิรา อินทร์คง เจ้าของสวนโกโก้ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ช็อกโกแลต Rose Cocoa Garden อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าความเป็นมาให้ฟัง
"ในโกโก้ 1 ผล เราสามารถใช้ได้ตั้งแต่ เปลือก เอาไปทำอาหารสัตว์ หรือสกัดเป็นเซรั่มเครื่องสำอาง, ปุยขาว ๆ เอานำมาทำเป็นน้ำคาเคาจูซ (Cacao Juice) เครื่องดื่ม ไอศกรีม, เมล็ด เอานำไปทำช็อกโกแลต ขนม เบเกอรี่ เครื่องดื่ม, น้ำมัน เอาไปทำเครื่องสำอางหรือยารักษาโรค
โกโก้ มีสารฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย หลั่งสารความสุข ช่วยให้ผิวพรรณดี ทำให้ตื่นตัว สมองโล่ง คนที่เป็นโรคซึมเศร้า หากได้ทานต่อเนื่องจะช่วยป้องกันได้
นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจะว้าวมากเมื่อได้สัมผัสโกโก้สายพันธุ์เทสต์โน้ต (Taste notes) และความพิถีพิถันของบ้านเราที่ไม่เหมือนที่อื่น"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ศูนย์การเรียนรู้เรื่องโกโก้
"การสอนทำโกโก้ มีแบรนด์พาราดิ (Paradai) ที่ทำก่อน เราน่าจะเป็นที่ 2 เริ่มจากน้ำผึ้งอยากเรียนรู้เรื่องโกโก้เลยเปิดเพจเล่าเรื่องราวในสวนลง Facebook
จนไปเจอกับคอร์สสอนของอาจารย์จากเชียงใหม่ที่กรุงเทพฯ ได้ไปเรียนกระบวนการทำคราฟต์ช็อกโกแลตที่ถูกต้องมา รู้สึกอยากทำจริงจัง เลยเปิดบ้านเป็นศูนย์เรียนรู้เพื่อแบ่งปันให้กับผู้ที่สนใจ
ตอนเปิดแรก ๆ องค์ความรู้เรื่องโกโก้ยังไม่แพร่หลาย มีคนจากภาคเหนือและภาคตะวันออกบินมาเรียนที่บ้านเรา แล้วก็กลับไปสร้างแบรนด์จนโด่งดังและได้รางวัลระดับโลกหลายที่
Cr. Kanok Shokjaratkul
ตอนนี้เรามี 2 สาขา คือที่ ท่าศาลา (ที่แรก) และที่นี่ (ปากพนัง) ซึ่งขยายมารองรับนักท่องเที่ยวและกลุ่ม MICE ที่มาเยี่ยมชม เป็นการต่อยอดเชิงธุรกิจและการท่องเที่ยว
เรามองว่าเรื่องราวของโกโก้ สามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวในนครศรีธรรมราชได้ เช่น ไปไหว้ที่วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร หรือวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) แล้วก็มาผ่อนคลายที่บ้านของเราได้
มานั่งดื่มโกโก้ รับลมเย็น ๆ สัมผัสธรรมชาติและวิถีชีวิตลุ่มน้ำปากพนัง ชมสวนโกโก้และสวนส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งเป็นผลไม้ GI ของที่นี่ได้
Cr. Kanok Shokjaratkul
ส้มโอที่นี่รสชาติอร่อยไม่เหมือนที่อื่นเพราะปลูกในพื้นที่น้ำกร่อย เป็นผลมาจากโครงการพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ที่แยกน้ำเค็มกับน้ำจืดเพื่อให้คนในพื้นที่ปากพนังได้มีชีวิตที่ดีขึ้น
ชาวต่างชาติชอบโกโก้ของเรามาก ด้วยรสชาติเทสต์โน้ตที่แตกต่าง รวมถึงกระบวนการหมักที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ชาวต่างชาติต้องการคราฟต์ช็อกโกแลตจากเราที่ไม่ใช่รสชาติแบบอุตสาหกรรม
ส่วนใหญ่จะมีคำสั่งซื้อเป็นเมล็ดดิบและตัวแมส (Cocoa Mass) ประมาณ 40-50 กิโลกรัมต่อครั้ง ช่วยสร้างรายได้เพิ่มให้กับคนในชุมชนและเกษตรกร ทำให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น"
Cr. Kanok Shokjaratkul
มาทำ 'ช็อกโกแลต' กัน
จากการได้ไปเดินดูต้นโกโก้ สัมผัสกับลูกโกโก้สด ๆ ดูการผ่าโกโก้ แล้วชิมน้ำจากผลสด ๆ ก็มาถึงการลงมือเวิร์คชอปกัน
"น้ำโกโก้สดเอาไว้ดื่ม เอาไปทำเป็นไอศกรีม เอาไปคั้นเป็นโกโก้ชีสได้ เราเอาข้างในมาเก็บไว้ในถังแล้วให้มันหยดลงมา ปริมาณ 100 กก. เราจะได้น้ำปุยขาว 500 ml. รสชาติเหมือนน้ำผลไม้ มีวิตามินซี ไม่ได้มีกลิ่นโกโก้ เหมือนน้อยหน่า
จังหวัดนครศรีธรรมราชมีความหลากหลายทั้ง ป่า เขา นา เล (ทะเล) สามารถปลูกโกโก้ได้ทุกพื้นที่ ซึ่งรสชาติก็จะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ จุลินทรีย์แต่ละพื้นที่, การหมัก, อากาศแต่ละพื้นที่ และฝีมือของช็อกโกแลตเมเกอร์ของแต่ละพื้นที่
Cr. Kanok Shokjaratkul
เมื่อเราปลูกโกโก้มาประมาณปีครึ่ง จะได้ลูกโกโก้มาแบบนี้ แต่ถ้าจะให้อร่อยต้อง 3 ปี ถึงจะเอามาทำเป็นช็อกโกแลต
เวลาเก็บผลสดมาแล้วเราจะควักปุยขาว ๆ มาไว้ในภาชนะ มีลังไม้ในการหมัก ใช้ใบกล้วยน้ำว้าที่มีมีจุลินทรีย์ท้องถิ่นของแต่ละที่มาหมัก เป็นกระบวนการย่อยย่อยจุลินทรีย์
ก่อนหมัก เมล็ดจะเป็นสีม่วง แต่พอเราหมักไป 7 วันจะเป็นสีน้ำตาล จากรสชาติที่เฝื่อนก็จะมีรสชาติที่ดีขึ้น หมักไว้ 7 วัน แล้วเอาไปตากแดด 7-10 แดด วัดอุณหภูมิความชื้นไม่เกิน 7 จะเป็นเมล็ดแห้ง ที่เก็บไว้ได้นาน 3-4 ปี
จากนั้นนำมาคั่ว คั่วเหมือนกาแฟ ของเราคั่วอ่อน กลิ่นจะชัดเจนมากกว่า ใช้เครื่องคั่วกาแฟก็ได้ กระทะก็ได้ ตู้อบก็ได้
Cr. Kanok Shokjaratkul
แต่ก่อนคั่วต้องคัดเมล็ดที่สมบูรณ์ ไม่แตก ไม่มีแมลงเจาะออกก่อน ซึ่งสัดส่วนเม็ดดีกับเม็ดเสีย เม็ดเสียมีประมาณ 20%
คั่วที่ความร้อนประมาณ 110 ใช้เวลา 25 นาที คั่วเสร็จก็แยกเปลือก ได้เป็นตัวนิบกับเปลือก
ถ้าเราคั่ว 1 กก. จะเป็นเปลือก 20% เนื้อ 80 %
ตัวนิบเอามาเข้าเครื่องโม่ 72 ชม. ได้เนื้อกับน้ำมันออกมา (เมล็ดโกโก้เป็นของแข็งที่มีน้ำมันอยู่ประมาณ 58%)
Cr. Kanok Shokjaratkul
เมื่อได้เหลว ๆ แบบนี้มาแล้ว เทลงบนหินอ่อน วัดอุณหภูมิให้ได้ 28 องศา ทำในห้องแอร์ดีกว่าเพราะควบคุมอุณหภูมิได้ แล้วเทลงในพิมพ์ นำไปแช่ตู้เย็น 45 นาที จะได้ช็อกโกแลตบาร์ มีประโยชน์ครบถ้วน เพราะยังไม่ได้สกัดอะไรออกไป
ช็อกโกแลต จะมี 3 อย่าง มี dark ช็อกโกแลต milk ช็อกโกแลต white ช็อกโกแลต จะมีช็อกโกแลตอีกเกรดหนึ่งที่ไม่สามารถเอามาทำเป็นเครื่องดื่มได้ ก็เอามาทำเป็นเครื่องสำอาง สบู่จริง ๆ ทุกส่วนของโกโก้สามารถใช้ได้เกือบทั้งหมดเลย
ช็อกโกแลตที่เข้มข้น 100 % คือดาร์กช็อกโกแลต ช็อกโกแลตที่ดีต่อสุขภาพต้อง 70% ขึ้นไปปริมาณที่แนะนำต่อวัน คือ 30 กรัม"
ผู้สนใจติดต่อได้ที่เพจ Rose Cocoa Garden โทร 064-697-4659
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
ก้อนนี้ 1 กิโลกรัม ราคา 1200 บาท Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul



