วันพุธ ที่ 5 สิงหาคม 2569

Login
Login

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

โลกที่เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา การใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน ควรจะเป็นอย่างไร และควรทำอย่างไรให้โลกยั่งยืน

ทางออก ทางเลือก ในการแก้ปัญหาให้โลกใบนี้น่าอยู่ มีมากมายจากคนหลากหลายมุม

ที่เวที Philanthropy Stage มีการพูดคุยเกี่ยวกับ The Future of Philanthropy

ความใจบุญ คนใจบุญ The Business of Sustainability การให้เพื่อสังคม

ได้บุญอย่างเดียวไหม ทำยังไงให้ให้อย่างเป็นระบบ วัดผลได้จริง เกิดอิมแพคจริง

เมื่อทุนทำงานกับบุญ

"ผมเป็นนักธุรกิจมาตลอดชีวิต แล้วก็เป็นพวกที่ประกาศตัวว่าชื่นชมทุนนิยม

แต่ชื่นชมทุนนิยมที่ดี นะครับ ไม่ใช่ทุนนิยมสามัญสำนึกอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่

และเป็นที่เข้าใจแล้วคำว่า ทุน มักจะเป็นคำที่ในประเทศไทยเรารู้สึกว่ามันสกปรก มันเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาทั้งมวล โดยเฉพาะเรื่องสิ่งแวดล้อม"

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

Cr. Kanok Shokjaratkul

บรรยง พงษ์พานิช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) กล่าวบนเวที

"ถึงแม้ผมจะอยู่ฝั่งทุน แต่ก็เป็นคนโชคดีที่ได้โอกาสไปทำงานกับฝั่งไม่แสวงหากำไรหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น แม่ฟ้าหลวง, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน, สวนโมกข์ หรือ TDRI

ต้องสารภาพเลยว่าตอนเข้าไปเริ่มทำงาน สับสนมาก ๆ ว่า ทำไมเราถึงไม่เข้าใจเขา

อยากจะเล่าประสบการณ์ครั้งแรกเมื่อ 22 ปีก่อน ผมถูกเรียกตัวให้ไปช่วยองค์กรฟื้นฟูชุมชนชายฝั่งอันดามัน หรือเรียกว่า เฟดามัน Network ซึ่งเป็นการรวมตัวของ NGO ภาคใต้หลายแห่ง เช่น ประมงพื้นบ้าน สลัมสี่ภาค สมัชชาคนจน ที่ร่วมกันช่วยผู้ประสบภัยจากสึนามิ

ผมลงไปประชุมครั้งแรก ยอมรับว่างงไปหมด พูดอะไรกันวะ จะทำอะไรกันวะ เพราะว่า NGO เขาอยากเปลี่ยนโลก เขาอยากทำทุกอย่างที่ทำได้

แทนที่จะเน้นเรื่องช่วยคนสึนามิ เขาก็อยากไล่บาร์เบียร์ อยากไล่เรืออวนรุนอวนลากที่ข้ามมาฝั่งไทย ผมเลยต้องไปศึกษาว่าทำอย่างไร เราจะเข้าใจพวกเขา

ประเด็นที่จะพูดวันนี้จะอยู่ใน Article 2 อัน ซึ่งผมขอเชิญชวนให้ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นฝั่งทุนหรือฝั่งบุญ ฝั่ง NGO อ่าน Article 2 Article นี้ มันจะทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างกันได้มาก

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

อาร์ติเคิลแรก อยู่ใน Stanford Social Innovation Review ซึ่งเป็น Journal ของมหาลัย Stanford School of Social Innovation

เป็น Article ชื่อว่า What Business Don't Know About Non-Profits คือ สิ่งที่ผู้บริหารธุรกิจไม่เข้าใจ ไม่รู้ แต่ควรจะรู้เกี่ยวกับนอนโพรฟิต เพราะถ้าไม่รู้ ทำงานกันมันจะเข้ากันได้ยากมาก

อาร์ติเคิลนี้ เขาจะเน้นช่องว่างความไม่เข้าใจกันระหว่างธุรกิจกับองค์กรนอนโพรฟิต เพราะผู้บริหารธุรกิจมักจะเข้าใจว่าผู้บริหารนอนโพรฟิตไม่มีวินัย ไม่มีประสิทธิภาพ นี่คือความเข้าใจเบื้องต้น

แต่ข้อเท็จจริงคือ การที่จะประสบความสำเร็จในกิจกรรมนอนโพรฟิต ยากกว่าทำธุรกิจเยอะ

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

Cr. Kanok Shokjaratkul

เขาแยกเป็นหลายปัจจัยว่าทำไมมันยาก

1. ในองค์กรนอนโพรฟิต อำนาจของผู้บริหารธุรกิจไม่ได้มีเหนือกว่าอำนาจของผู้บริหารนอนโพรฟิต จะต้องใช้ Influence ใช้ความเป็นที่ยอมรับในพันธกิจ ซึ่งยากกว่าเยอะ เพราะว่ามันจะต้อง Convince ให้คนเห็นด้วย

เพราะสำหรับโพรฟิต สำหรับธุรกิจมันง่าย เป้าหมายคือกำไรสูงสุด แต่ Nonprofit เป้าหมายมันหลากหลายมาก เช่น เพื่อสังคม เพื่อสิ่งแวดล้อม เพื่อขจัดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งเป็นเป้าหมายที่วัดก็ยาก

2. ใน Nonprofit มี Stakeholder มากกว่าใน Profit Organization เยอะ นอกจากผู้ให้ทุน ผู้ Execute อาสาสมัครแล้ว ยังมีสังคมคอยจับตามอง แล้วก็มีคน Scrutinize คือจับตามองในวงที่กว้างกว่า

นอกจากนั้นยังมีปัญหาว่า วัด Performance ก็ยาก เพราะมันไม่มีเคลียร์เป้าหมาย มันไม่เหมือนโพรฟิตที่บอกกำไรหมื่นล้านคือเป้าหมาย อันนี้มันไม่ใช่ เพราะเป้าหมายคือทำให้โลกดีขึ้น แล้วจะวัดยังไงในจุดไหน

3 ใน Nonprofit Organization เกือบทุกแห่งมีทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะเซิร์ฟความฝัน ความตั้งใจของตัวเอง มันจะ Under-resourced ตลอดเวลา แล้วก็ไม่มีใครให้ด้วย โดยเฉพาะ Nonprofit ในประเทศไทย

ผมพบว่าจากการทำงาน ไม่มีแห่งใดเลยมีทรัพยากรเพียงพอ คนไทยบริจาคเยอะ ปีหนึ่งประมาณ 40,000 ล้าน

แต่เชื่อไหมจากงานสำรวจ 55% ไปวัด และก็ 35% ขอประทานโทษไปเจ้า มาถึง Nonprofit จริง ๆ แล้วน้อยมาก นั่นเป็นข้อสรุปจากอาร์ติเคิลแรก

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

อาร์ติเคิลที่ 2 ที่อยากให้ดู เมื่อกี้สแตนฟอร์ด ผมขอข้ามมาฮาร์วาร์ดบ้าง เป็นอาร์ติเคิลใน Harvard Business Review ทั้ง 2 Article ท่านหาได้ใน Google ทั่วไป

เขียนโดยปรมาจารย์ Peter Drucker หัวข้อว่า What Business Can Learn from Nonprofits ซึ่งเป็นประโยชน์ของฝั่ง Business มากกว่าว่าถ้าเข้าไปทำงานในนอนโพรฟิต คุณก็จะได้สิ่งที่ปกติแล้วจะไม่เข้าใจ เช่น

1. Nonprofit เขาเริ่มด้วยพันธกิจ ไม่ได้เริ่มด้วยตัวเลข เริ่มว่าพันธกิจคือจะทำอะไรให้โลกดีขึ้น ลดความเหลื่อมล้ำ แก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอะไร เขามีพันธกิจชัดเจน ถ้าคุณเอาเรื่องนี้มาแอปพลายกับธุรกิจ ก็จะมีโอกาสประสบความสำเร็จมาก

ขออนุญาตโม้คุยเรื่องตัวเองหน่อย อย่างผมทำธุรกิจตลาดทุน พันธกิจผมไม่ใช่หากำไรอย่างเดียว พันธกิจผมคือทำอย่างไรจะให้กระบวนการรวบรวมและจัดสรรทรัพยากรทางการเงินของประเทศมีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรจะให้ประเทศดีขึ้น เศรษฐกิจดีขึ้น การจ้างงานดีขึ้น

ซึ่งพอเรามีพันธกิจที่สอดคล้องกับเป้าหมายการทำธุรกิจ มันก็จะยั่งยืนกว่าเยอะ

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

ในอาร์ติเคิลของดรักเกอร์ การวัดผล ของ 2 ฝั่ง ก็ไม่เหมือนกัน ดรักเกอร์บอกว่า

การจัดการ คือทำ Strike ให้มีประสิทธิภาพ แต่การ Leader คือการเลือกที่จะทำสิ่งที่ถูกต้อง นี่เป็นข้อสรุปความเข้าใจฝั่งธุรกิจแสวงหากำไรกับองค์กรไม่แสวงหากำไร

ความเข้าใจระหว่างกัน คือพลังที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมในทางที่ดีขึ้น

ขออนุญาตขอบคุณทุกคนในที่นี้ โดยเฉพาะฝั่งนอนโพรฟิตที่ทำเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะในประเทศไทย ถ้าเราดู Index ต่าง ๆ ระหว่างประเทศแล้ว

มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น ก็คือ Environmental Performance Index ที่จัดทำโดยมหาวิทยาลัยเยลกับโคลัมเบียร่วมกัน

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช

อินเด็กซ์นั้นบอกถึงสภาพของสิ่งแวดล้อมประเทศไทย เชื่อไหมครับ 15 ปี เรา Improve จากได้คะแนนแค่ 40 กว่าคะแนน เป็น 70 กว่าคะแนน อันดับเราดีขึ้นจาก 110 มาอยู่ที่ 74

ส่วน Index อื่น ๆ ที่เกี่ยวกับสถาบันในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น Democracy Index, Corruption Perception Index, Economic Freedom Index, Education Index และ Rule of Law ทั้ง 5 ขอโทษนะ เราเลวลงทุกอย่างตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

มี Environmental อย่างเดียวที่เราดีขึ้น ขอขอบคุณทุกท่านในนามของคนไทยคนหนึ่งด้วยครับ"

การให้เพื่อสังคม ไม่ได้มีแค่การให้เพื่อทำบุญ หรือว่าให้เงินเปล่าๆ เท่านั้น แต่ถ้าการให้นั้น ถ้ามีการจัดการที่ดี มีกลยุทธ์ที่ดี และการให้นั้นอาจจะไม่ใช่เป็นแค่ตัวเงิน ยังสามารถเป็นเรื่องของความร่วมมือ เป็นทรัพยากรอื่น ๆ ก็ได้ สุดท้ายแล้วจะเกิด Impact ขึ้นได้อีกมากมาย

ดัชนีชี้วัดระหว่างประเทศ “มี Index เดียวที่ประเทศไทยดีขึ้น นั่นคือ...” บรรยง พงษ์พานิช