วันเสาร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2569

Login
Login

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

กระจูด เป็นพืชพื้นถิ่นที่เติบโตในพื้นที่ชุ่มน้ำภาคใต้ ที่ ทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง มีกระจูดมากมายเพราะเป็นแหล่งระบบนิเวศที่มีความอุดมสมบูรณ์

ส่งผลให้ก่อเกิดภูมิปัญญางานฝีมือ จักสาน กระจูดที่สืบทอดยาวนานมาหลายชั่วอายุคน

กระจูด ถูกนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภท ตั้งแต่เครื่องใช้ในครัวเรือน แฟชั่น และของตกแต่งบ้าน หลายปีที่ผ่านมา อาชีพจักสานกระจูดต้องเผชิญกับความท้าทาย ต้องแข่งขันกับสินค้าอุตสาหกรรม และการเข้าถึงตลาดที่จำกัด

ผู้สร้างผู้ผลิตมีรายได้ไม่สอดคล้องกับมูลค่าแรงงานฝีมือ ขาดแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่สืบทอดภูมิปัญญาท้องถิ่น ทำให้ช่างฝีมือที่เริ่มมีอายุมากขึ้นค่อย ๆ สูญหายไป

การพัฒนางานหัตถกรรมกระจูดในปัจจุบัน จึงไม่ใช่แค่การสร้างผลิตภัณฑ์ที่สวยงาม แต่ต้องสร้างสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตไปได้อย่างมั่นคงระยะยาวอีกด้วย

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

ต้นกระจูด วัชพืชที่ขึ้นเอง ตามพื้นที่ชุ่มน้ำ  Cr. Kanok Shokjaratkul

ขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืน

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ SACIT ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยสู่ความยั่งยืน ผ่าน Sustainable Craft Business Model

เพื่อยกระดับศักยภาพงานศิลปหัตถกรรมไทยอย่างเป็นระบบ และครอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม ตามกรอบเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

โดยยก กระจูดวรรณี (VARNI Craft) จังหวัดพัทลุง เป็นต้นแบบความสำเร็จในการสร้างความยั่งยืนให้กับงานหัตถกรรมท้องถิ่น ตามกรอบ ESG ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

ยกระดับผู้ประกอบการงานหัตถกรรมไทย

"SACIT มุ่งขับเคลื่อนงานศิลปหัตถกรรมไทยภายใต้วิสัยทัศน์ Nurturing Thai Crafts to Global Trends โดยใช้โมเดลธุรกิจ Sustainable Craft Business Model ยกระดับผู้ประกอบการงานหัตถกรรมไทยแบบบูรณาการตลอดห่วงโซ่คุณค่า

ตั้งแต่การสืบสานองค์ความรู้และทุนวัฒนธรรม การยกระดับทักษะของช่างฝีมือ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ การผลิตอย่างรับผิดชอบ การสร้างคุณค่าร่วมกับชุมชน

ตลอดจนการสร้างแบรนด์และขยายตลาด เพื่อให้งานศิลปหัตถกรรมไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดยุคใหม่ โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์และภูมิปัญญาท้องถิ่นไว้ควบคู่กับการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชุมชน"

ผศ.ดร.อนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย พูดถึงการทำงานของ SACIT

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

"Sustainable Craft Business Model คือการต่อยอดความสำเร็จแนวคิดการพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ เป็นหนึ่งในเป้าหมายการดำเนินงานของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์

โดยเชื่อมโยงผู้สร้างสรรค์ นักออกแบบ นักวิชาการ ภาคธุรกิจ และตลาดเข้าด้วยกัน ภายใต้กรอบ ESG และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางสังคม การอนุรักษ์วัฒนธรรม และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรับผิดชอบ

โมเดลนี้ยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยพลิกโฉมงานคราฟต์ไทยสู่การเป็นผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม และช่วยขับเคลื่อนระบบนิเวศงานคราฟต์ไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

โดยเฉพาะในมิติการขับเคลื่อนนวัตกรรมหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความแตกต่างให้งานคราฟต์ไทยกลายเป็น แบรนด์รักษ์โลก อย่างแท้จริง ช่วยสร้างโอกาสเจาะตลาดประเทศต่าง ๆ ที่ให้ความสำคัญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด"

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

กระจูดวรรณี (VARNI Craft) ต้นแบบแบรนด์คราฟต์ไทย สู่สากล

"ผมเป็นทายาทรุ่นที่ 5 ในเรื่องงานจักสานกระจูด เดิมทีชุมชนของเราทำเสื่อกระจูดขาย แต่คนไม่ค่อยนิยมแล้ว เพราะปัจจุบันคนเปลี่ยนไปนั่งโซฟาหรือนอนเตียงแทน

อาชีพนี้จึงค่อย ๆ หายไป สินค้าก็ราคาถูกมาก กระเป๋าใบหนึ่งขายเพียง 100 บาทชาวบ้านทำทั้งวันได้กำไรไม่ถึง 10 บาท ไม่คุ้มค่าเหนื่อยเลย

จุดเปลี่ยนสำคัญ เกิดขึ้นในปี 2542 คุณแม่วรรณี เซ่งฮวด (ครูช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2556 ของ SACIT) ได้เข้าโครงการของสมเด็จพระพันปีหลวง ท่านทรงให้คุณแม่ไปเรียนการสร้างลวดลายเพิ่มเติม จากเดิมที่มีแค่ลาย 2 ธรรมดา ก็พัฒนาเป็นลายลูกแก้ว ลายลูกจันทร์

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

พอมาถึงรุ่นนัท เราก็ใส่ลายกราฟิก ลายเรขาคณิตเข้าไป ให้ดูโมเดิร์นขึ้น มีการพัฒนาดีไซน์ไปไกลมาก เรานำเรื่อง เศรษฐกิจสร้างสรรค์ มาใช้

จากสมาชิกเริ่มแรก 8 คน ปัจจุบันเราเป็นวิสาหกิจชุมชนที่มีสมาชิกกว่า 150 คน

จากเดิมที่ชาวบ้านขายกระเป๋าใบละ 100 บาท เราก็พัฒนาดีไซน์จนสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ถึง 2,500 บาท ไปจนถึง 19,900 บาท ก็มี

นอกจากกระเป๋าแล้ว เรายังขยายไปสู่งาน Interior เช่น โต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ และวอลเปเปอร์

ซึ่งกลุ่มโรงแรมและสปาสั่งเยอะมาก เราขายวอลเปเปอร์กระจูดได้ถึงตารางเมตรละ 1,500 บาท จากที่เคยเป็นเสื่อผืนละไม่กี่ร้อยบาท"

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

นัท-มนัทพงศ์ เซ่งฮวด ทายาทช่างศิลปหัตถกรรม ปี 2557 (ประเภทเครื่องจักสาน) ของ SACIT ประธาน กระจูดวรรณี (VARNI Craft) และประธาน บริษัท พัทลุงบ้านฉัน จำกัด เล่าถึงที่มาของแบรนด์ให้ฟัง

"ปัจจุบันเรามีพันธมิตรมากมาย เช่น King Power, สยามไอคอน, เซ็นทรัล, Starbucks และยังร่วมกับ SACIT ทำสินค้า Exclusive ให้กับ การบินไทย ด้วย

สินค้าของเราไปไกลถึงญี่ปุ่น จีน เกาหลี ฝรั่งเศส และกำลังจะไปโคลัมเบีย

ความท้าทายในการสืบทอดงานนี้ ช่วงแรกยากมาก ที่จะเปลี่ยนภาพจำของลูกค้าที่คิดว่ากระจูดต้องราคา 100 บาท

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

พอเราได้รับแรงผลักดันจาก SACIT ในการสร้างแบรนด์ ทำให้เราเจอ กลุ่มลูกค้าพรีเมียม และตลาดต่างประเทศ

เรายังพัฒนาเรื่องการ ย้อมสีธรรมชาติ จากเปลือกไม้และแก่นขนุน เพื่อความยั่งยืนต่อทั้งคนทำและคนใช้

ที่ภูมิใจที่สุดคือเราได้เครื่องหมาย Net Zero Product เป็นเจ้าแรกของประเทศไทย สำหรับผลิตภัณฑ์กระจูด"

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

ถอดบทเรียนจากแบรนด์ วานี (Varni)

"SACIT ช่วยเชิดชูอัตลักษณ์ของคุณแม่วรรณีจนเป็นแบรนด์บุคคลที่คนรู้จักกว้างขวาง

ปัจจุบันเราเป็นศูนย์เรียนรู้สอนอาชีพให้คนในชุมชนและเด็ก ๆ เพื่อให้เขามีทักษะติดตัวและห่างไกลยาเสพติด

ในพื้นที่ตำบลพนางดุงและทะเลน้อย มีคนทำกระจูดกว่า 1,500 คน แทบทุกครัวเรือนมีความผูกพันกับงานสานมาตั้งแต่สมัยอยุธยา

คุณค่าของกระจูด 1 เส้น : กระเป๋า 1 ใบ ใช้คนผลิตถึง 9 คน ผ่าน 9 ขั้นตอน (เก็บ ตาก รีด ย้อม สาน ตัด เย็บ ฯลฯ) เงินจึงกระจายสู่คน 9 กลุ่ม

การจัดการทรัพยากร : เมื่อก่อนจะตัดกระจูดเอาแต่ที่จะใช้มา ทำให้ต้นอื่นล้มหมด จึงเปลี่ยนจากการ ตัด เป็นการ ถอน เพื่อให้ต้นอ่อนเติบโตต่อได้

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

และนำเศษกระจูดที่เหลือจากการสานไปทำ Workshop, ทำกระดาษ, ทำถ่าน หรือทำตุ๊กตากายบำบัด เพื่อให้เป็น Zero Waste อย่างแท้จริง

การตลาดและการรับรองระดับสากล : Net Zero Product แบรนด์วานีได้รับรองการผลิตที่ยั่งยืน ช่วยเพิ่มยอดขายในกลุ่มองค์กรและโรงแรม (Green Hotel) รวมถึงห้างสรรพสินค้าชั้นนำ

จากประสบการณ์พบว่า รสนิยมลูกค้า มาเลเซีย/จีน ชอบงานปัก, ญี่ปุ่น ชอบสีธรรมชาติแบบเรียบๆ (Pure Nature), ยุโรป ชอบลายกราฟิก ขาว-ดำ และกระเป๋าใบใหญ่

อยากฝากให้ทุกคนมาเที่ยวพัทลุง มาสัมผัสวิถีชุมชนชีวิตจริง  ติดตามเราได้ที่เพจ Varni Craft หรือที่ SACIT Shop ทั้งบางไทรและสุวรรณภูมิ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ"

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

'กระจูดเป็นมากกว่ากระจูด' เพราะมันคือชีวิตและสิ่งแวดล้อม

"สถาบันส่งเสริศิลปหัตถกรรมไทย หรือ SACIT มีภารกิจหลักคือ ทำให้คนทำงานหัตถกรรมมีรายได้ เราทำงานใน 3 ด้านคือ

การสืบสาน : การดึงคนรุ่นใหม่มาเป็นกระบอกเสียง เชิดชู ครูช่าง และสร้าง ทายาท เพื่อให้เห็นว่างานหัตถกรรมสร้างรายได้และอยู่รอดได้ในเชิงเศรษฐกิจ

การสร้างสรรค์ : ปรับเปลี่ยนลวดลายและแพทเทิร์นให้เข้ากับชีวิตประจำวัน

การส่งเสริม การสื่อสาร : ทำให้แบรนด์มีความแข็งแรง และเข้าสู่ตลาดได้อย่างยั่งยืน

แบรนด์ กระจูดวรรณี (VARNI Craft) เป็นหนึ่งในต้นแบบการนำ Sustainable Craft Business Model ไปประยุกต์ใช้จริง โดยต่อยอดภูมิปัญญาการจักสานกระจูดของชุมชนทะเลน้อยสู่ผลิตภัณฑ์ไลฟ์สไตล์ร่วมสมัย

ผ่านการพัฒนาลวดลายอัตลักษณ์ของแบรนด์, การออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานยุคใหม่ ยกระดับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) จนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ สร้างรายได้ให้แก่เครือข่ายผู้ผลิตในชุมชน และขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดทั้งในและต่างประเทศ"

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

แสงระวี สิงหวิบูลย์ รองผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย พูดถึงกระจูดวรรณี

"จุดเด่นของ VARNI Craft เป็นการพัฒนาตลอดห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การอนุรักษ์แหล่งวัตถุดิบ, การพัฒนาทักษะของช่างฝีมือ, การสร้างอาชีพให้ผู้สูงอายุ แม่บ้าน และคนรุ่นใหม่, การถ่ายทอดองค์ความรู้ผ่านศูนย์เรียนรู้ และกิจกรรม Workshop ตลอดจนการต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

สะท้อนให้เห็นว่า ภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเป็นรูปธรรม

VARNI Craft นำแนวคิด Zero Waste มาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต ลดการสูญเสียวัตถุดิบ และต่อยอดเศษกระจูดให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ดำเนินการประเมิน Carbon Footprint of Product: CFP ตลอดวัฏจักรของผลิตภัณฑ์ จนได้รับการรับรองฉลากคาร์บอนฟุตพริ้นท์

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

รวมถึงเครื่องหมาย Net Zero Product จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ TGO สะท้อนศักยภาพงานหัตถกรรมไทยก้าวสู่มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมระดับสากล

กระจูดวรรณี พิสูจน์ให้เห็นถึงการพลิกโฉม ต้นกระจูด วัชพืชริมน้ำในทะเลน้อย ให้กลายเป็นสินค้าที่มีมูลค่าผ่านกระบวนการอัพไซเคิล ใส่ความคิดสร้างสรรค์ จนเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้สู่ท้องถิ่นได้อย่างต่อเนื่อง

และได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เนื่องจาก กระจูด เติบโตในระบบนิเวศเฉพาะของพรุพัทลุงน้อยและทะเลน้อย มีคุณสมบัติพิเศษ เส้นใยเหนียว ทนทาน นุ่มมือ มีสีสันตามธรรมชาติสวยงาม

เมื่อนำมาผสานกับภูมิปัญญาการจักสานที่สืบทอดกันมา จนเป็นสินค้าคราฟต์ที่มีเรื่องราววัฒนธรรมและคุณภาพในระดับสากล

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

การพัฒนางานศิลปหัตถกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมืออย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

โดย SACIT พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนและขยายผล Sustainable Craft Business Model ไปสู่กลุ่มผู้สร้างสรรค์ทั่วประเทศ

เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของหัตถศิลป์ไทยในเวทีโลก ควบคู่กับการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

เป็นพลังสำคัญของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ไม่เพียงสร้างรายได้ แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจและความยั่งยืนให้กับชุมชนในระยะยาว

ใครที่สนใจงานหัตถกรรมสามารถสมัครสมาชิก SACIT ได้ (ปัจจุบันมีกว่า 4,500 คน) เรามีกลุ่ม The New Artisan สำหรับคนรุ่นใหม่ ติดตามได้ทุกช่องทางโซเชียลมีเดียของ SACIT"

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

Cr. Kanok Shokjaratkul

สืบสานงาน ‘กระจูด’ จากวัชพืชสู่ 'แบรนด์คราฟต์' รักษ์โลกระดับสากล

แปลงกระจูด ที่ ทุ่งหัวเขียว ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง  Cr. Kanok Shokjaratkul