วันอาทิตย์ ที่ 19 กรกฎาคม 2569

Login
Login

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

สเก็ตบอร์ด เป็นกีฬาที่น่าสนใจ ถ้าใครได้ดูเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ภาพยนตร์แนวผจญภัย-คอเมดี้ ปี 2013 ที่ตัวละครเอกออกเดินทางรอบโลกเพื่อตามหาฟิล์มภาพถ่ายชิ้นสำคัญ มีช่วงหนึ่งเขาไม่มีรถยนต์ หรือพาหนะใด ๆ ในการเดินทาง เขาได้ใช้ สเก็ตบอร์ด พาตัวเองวิ่งฉิวลงจากภูเขาไปสู่เป้าหมายได้อย่างน่าทึ่ง

นักกีฬาสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทย ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะมีอายุเพียง 10 และ 12 ขวบ ในตอนที่ออกไปแข่งขันในระดับนานาชาติ หลายคนยังไม่รู้ว่าถ้าสนใจอยากจะเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้จะต้องทำอย่างไร กรุงเทพธุรกิจ มีคำตอบ

สเก็ตบอร์ด กีฬาจากใต้ดินสู่โอลิมปิค

เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ ประเภทสตรีทหญิง (Street) ด้วยวัยเพียง 12 ปี

และเป็นผู้ถือธงชาติไทย คู่กับ บิว-ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย ในพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 (Olympic 2024 Paris 2024) ที่ประเทศฝรั่งเศส

เอสทียังคว้าอันดับที่ 17 ในการแข่งขันสเก็ตบอร์ดโอลิมปิก 2024 และผ่านเข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้ายในการแข่งขัน World Skateboarding Tour (WST) เวิลด์คัพ ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วย

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

เส้นทางฝันและแรงบันดาลใจ

"ย้อนกลับไปตอนที่หนูอายุ 7 ขวบ เรียนชั้นประถม 1 ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ไม่รู้จักสเก็ตบอร์ดเลย เพราะไม่ค่อยเล่นกีฬาอยู่แล้ว ที่รู้จักก็แค่ บาส บอล เทนนิส ตีแบด

มารู้จักเพราะคุณแม่ไปไถ Facebook เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเล่นสเกตบอร์ด ประเภท(Bowl) แม่ประทับใจเลยมาถามว่าหนูอยากลองเล่นไหม

หนูก็ดูเด็กผู้หญิงคนนั้น Sky Brown คนอเมริกา เล่นแล้วก็เท่ดีนะ แม่บอกว่าแถวนี้มีสนามเปิดพอดี คือสนามนี้ Dreg ห่างจากบ้าน 15 นาทีเอง

หลังเลิกเรียนแม่ก็พามาเล่นที่นี่ตั้งแต่ 7 ขวบ แม่จัดให้เลยค่ะ แผ่นที่แพงที่สุด ทรัคที่ดีที่สุด ทุกอย่างดีที่สุด แล้วหนูก็เริ่มติดใจ สนุกค่ะ มาทุกวันเลย ทุกเย็นหลังเลิกเรียน

เริ่มจากไถสเก็ตบอร์ดให้คล่องก่อน เลี้ยวซ้าย-ขวา รักษาความสมดุล สักพักแม่เริ่มจ้างคุณครูมาสอนจริงจังเพราะหนูอยากได้ท่าเพิ่มขึ้น ครูก็สอนหนูทำท่า ออลลี่ (Ollie) หรือการกระโดดพร้อมแผ่น

ฝึกอยู่ประมาณ 2 เดือนถึงจะได้ จากนั้นก็ขึ้นเนิน ลงสเต็ป 3 ขั้น 4 ขั้น แล้วฝึกท่า คิกฟลิป (Kickflip) กระโดดหมุนบอร์ด ท่านี้ยากมากสำหรับมือใหม่เพราะต้องแยกประสาทสองข้าง หนูใช้เวลาฝึกอยู่ 6 เดือน เตะมันอยู่อย่างนั้นทุกวันจนหงุดหงิดโมโห

จำได้ว่ามีวันหนึ่งพยายามคิกฟลิปลงสเต็ป 3 ขั้นจนร้องไห้ แม่ก็ยืนถ่ายคลิปให้นานมาก สรุปคือหนูเตะไป 93 รอบ ถึงลงได้ 1 ที ดีใจเหมือนได้เหรียญทองเลยค่ะ

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

เริ่มเป็นนักกีฬาตอน 9 ขวบค่ะ สนาม (Dreg) เขาจัดแข่งขันไถเร็ว แข่งความนิ่ง หนูแข่งไถเร็วแล้วแพ้เพื่อนไปนิดเดียว ได้ที่ 2 หนูเสียดายถึงขนาดไปนั่งร้องไห้ นั่นเป็นแรงผลักดันให้บอกแม่ว่าหนูอยากเก่งขึ้น อยากเล่นท่าแอดวานซ์ขึ้น

จากนั้นก็ไปแข่งงานใหญ่คือที่ราชมังฯ ตอนอายุ 9 ขวบ หนูได้ที่ 6 เขาแจกรางวัลแค่ 5 อันดับ หนูไม่ได้ก็ร้องไห้อีกแล้ว หลังจากนั้นก็ฝึกหนักมากกับ ครูแบงค์ จนหนูเก่งขึ้นในเวลาปีเดียว

พอ 10 ขวบ ไปแข่งคัดทีมชาติหญิงเขาจะเอา 2 คน หนูเล่นท่าบอร์ดสไลด์ (Board Slide) แล้วบังเอิญทำคิกฟลิปแบ็กไซด์ (Kickflip Backside) ลง ซึ่งเป็นท่ายากมากสำหรับผู้หญิงในตอนนั้น กรรมการอึ้งเลยค่ะ ผลออกมาหนูได้ที่ 1 ครั้งแรกในชีวิตเลย และอีก 2 อาทิตย์ต่อมาแม่ก็ได้รับข้อความจาก กกท. ว่าหนูได้เป็นทีมชาติไทยแล้ว

ไปแข่งต่างประเทศครั้งแรกที่เอเชียนเกมส์ 2023 ตอนนั้นอายุ 11-12 ปี ตื่นเต้นมาก ไปกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนและพวกพี่ ๆ ผู้ชาย พ่อแม่ไม่ได้ไปด้วย แล้วมีไปแข่งที่บาหลี เด็กบาหลีเก่งมาก

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

ตอนไปที่หางโจวสนามใหญ่มาก เหล็กสูงน่ากลัวสุด ๆ หนูได้อันดับที่ 5 เสียดายเพราะพลาดท่าฟีเบิล (Feeble) ในรอบเบสต์ทริก (Best Trick) ส่วนโอลิมปิกที่ปารีส สนุกมาก สนามสวยมากเป็นสีพาสเทล

แต่เรามีเวลาซ้อมแค่ 45 นาทีต่อวัน ต้องวางแผนให้ดีมาก ๆ วันแข่งหนูตื่นสนาม พลาดในรันแรก พอรันที่ 2 เล่นจนถึงท่าสุดท้ายแล้วขาอ่อน ก็ทรุดลงไป เสียดายมากจบอันดับที่ 17 จากคนมาแข่ง 22 คน

ชีวิตประจำวันตอนนี้ เรียนอยู่ ม.2 ที่สาธิตประสานมิตร ตื่น 04.30 น. ออกจากบ้านไม่เกิน 05.30 น. เรียนเสร็จ 14.30 น. ก็มาซ้อมต่อจนถึง 2 ทุ่ม กว่าจะกลับบ้าน สระผม เป่าผม ก็เที่ยงคืน เป็นแบบนี้ทุกวัน ช่วงคัดโอลิมปิกหนูเคยดรอปเรียนไปปีหนึ่งเพราะไม่ไหว

ฝากถึงคนที่อยากเป็นนักกีฬาสเก็ตบอร์ดว่า อย่างแรกต้องมี ใจรัก ใจต้องแข็งและเย็นมาก เพราะบางท่าต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนกว่าจะทำได้ ต้องมีความอดทน ตั้งใจ พยายาม และมีวินัย

หนูอยากให้มีคนมาเล่นเยอะ ๆ ตอนนี้ทีมชาติหญิงหลัก ๆ ก็มีหนูเป็นตัวเมนคนเดียวค่ะ"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

มินิ จันทร์เก้า อุดมเพ็ญ

นักสเก็ตบอร์ดวัย 10 ปี เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 2025 ด้วยคะแนนสูงถึง 160.34 คะแนน เอาชนะรุ่นพี่ร่วมชาติอย่าง เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักสเก็ตบอร์ดดีกรีโอลิมปิก มือ 30 ของโลก ได้อย่างน่าทึ่ง

ซึ่งจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจของมินิ ก็คือ เอสที นักสเก็ตบอร์ดหญิงคนแรกของไทยที่ได้ไปโอลิมปิกเกมส์ ที่ปารีส 2024 นั่นเอง

ปัจจุบัน มินิ เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ในโครงการ Road to LA 2028 ของสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ซึ่งเตรียมพัฒนาและส่งเสริมให้นักกีฬาไทยก้าวสู่เส้นทางโอลิมปิกเกมส์ในอีก 3 ปีข้างหน้า

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

เส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ อายุน้อยที่สุด  10 ขวบ

"มาเป็นนักกีฬาสเก็ตบอร์ดจากการไปแข่งหลาย ๆ ที่ แล้วเขาก็คัดตัวค่ะ

จุดเริ่มต้นที่มาจากหนูชอบปั่นจักรยาน แล้วก็ปั่นไปไกลมาก ตอนนั้นอยู่หนองคาย

พ่อเห็นว่ามันไกลมาก แล้วเวลาร้อน หนูก็จะไปกระโดดน้ำเล่น

พ่อเลยเอาสเก็ตบอร์ดที่เป็นของตกแต่งร้านกาแฟ มาให้หนูลองเล่นแถวริมแม่น้ำโขง หนูก็ไถเล่นอยู่ตรงนั้น แล้วมีเพื่อนมาเล่นด้วย ก็ไถ ๆ เล่นวิ่งไล่กัน

จากนั้นก็ฝึก ออลลี่ (Ollie) ท่าที่มันต้องป๊อปแล้วเอาแผ่นขึ้นมา มันเป็นสารตั้งต้น สามารถไปต่อยอดท่าอื่นได้ เช่น เล่นเหล็ก เล่นบล็อก ฝึกอยู่ 1 ปีเต็มกว่าจะได้

ถ้า ออลลี่ ไม่ได้ก็จะเล่นท่าอื่นไม่ได้ ท่าต่อมาก็คือฟรอนต์ไซด์ (Frontside) จะเป็นออลลี่แล้วก็บิดไปข้างหลัง แล้วยกมันไปด้วยกัน ส่วนแบ็คไซด์ (Backside) ก็จะเป็นออลลี่แล้วบิดไปข้างหน้า

อันนี้ฝึกแป๊บ ๆ ก็ได้ค่ะ เพราะว่าเรามีสารตั้งต้นจากออลลี่แล้ว แบ็คไซด์ ฟรอนต์ไซด์ ฝึกหน้าบ้านเลยค่ะ คุณพ่อป็นคนสอน ดูจาก YouTube แล้วพ่อก็เอามาสอน

จากนั้นก็เล่นท่าอื่น ๆ เช่น ป๊อบชูฟอิท (Pop Shuvit) คิกฟลิป (Kickflip) แต่คิกฟลิปนี่ยากมากเลย

ป๊อบชูฟอิท คือ ออลลี่แล้วบิด... เหมือนแบ็คไซด์ แต่ว่าตัวไม่ต้องไปแบบแบ็คไซด์ ตัวมันต้องอยู่ที่เดิม ส่วนฟรอนต์ป๊อบก็จะไปข้างหลังแต่ตัวอยู่ที่เดิมเหมือนชูฟอิท อันนี้พ่อก็สอนอีก"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

มาเป็นนักกีฬาทีมชาติได้ยังไง

"คุณพ่อกับคุณแม่พาไปออกแข่ง แล้วหนูชนะเยอะ สนามแรกที่กำแพงเพชร คนมาแข่งเป็นพี่อายุเยอะ 10 11 12 ตอนนั้นหนู 6-7 ขวบ บรรยากาศคนเยอะเลย ตื่นเต้นมาก

แล้วก็มีอีก 10-15 สนาม แล้วก็ไปที่สนามกีฬากกท.ไปคัดตัว มีคนมาคัดประมาณ 4-5 คน

ถ้าคัดซีเกมส์ เขาจะมีแข่ง ระบบ 2-5-3 คือ 2 รัน 5 เบสทริค (Best Trick) 3 ช่อง เอาคะแนน 1 รัน และ 2 เบสทริค

2 รัน คือเราเล่นอะไรก็ได้ภายใน 45 วินาที แล้วเขาก็จะเอารันที่ดีที่สุดจาก 2 รันมา 1 รัน ส่วนท่าเบสทริคคือเล่นท่าอะไรก็ได้

สมมติหนูเล่นคิกฟลิปฟรอนต์บอร์ด (Kickflip Frontside Boardslide) แล้วมันเป็นท่าที่ดีที่สุด เขาก็จะเอามาเป็น 2 ช่องเบสทริคที่ดีที่สุด

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

ตอนไปแข่งซีเกมส์  ตื่นเต้นนิดนึงค่ะ แต่หนูไม่ตื่นสนาม เพราะเราซ้อมที่สนามนั้นมาหลายเดือนแล้ว แต่หนูตื่นคน คนเยอะมากรู้สึกเสียงเชียร์มันดังมาก ตื่นเต้นตอนมีคนเชียร์

ก่อนเล่นเราก็ตั้งใจแล้วก็โฟกัสกับตัวเอง แล้วก็ได้เหรียญทอง ซีเกมส์ ประเภท Street Open หญิง เป็นครั้งแรกที่ได้ไปแข่งซีเกมส์

ก่อนหน้าเคยไปแข่งต่างประเทศ ที่สิงคโปร์หนูก็ชนะมา ไปเล่นกับมาร์จี้ (Margielyn Didal) ที่เขาได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ หนูได้ที่ 1 ประเภท Open คนแข่งเยอะมาก หลายประเทศเลย

สนามต่อมาเป็นที่ปีนัง มาเลเซีย ไปแข่งแล้วก็ได้ที่ 1 ที่ชนะ หนูว่าเป็นเพราะมีคุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจ แล้วก็ฝึกซ้อมมาอย่างดี

เป้าหมายต่อไป อยากเป็นนักกีฬาไปแข่งโอลิมปิก แล้วก็แข่งระดับนานาชาติ เช่น SLS, X Games อยากไปทั่วโลกเลยค่ะ

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

กับการเรียน ช่วงเปิดเทอมก็ไปเรียน ช่วงนี้เน้นเรียนเพราะอยู่ป.6 แล้ว ปีหน้าจะขึ้นม.1 เลยเรียนหนักนิดนึง วางแผนจะเข้าหอวัง หนูจะใช้พอร์ต (Portfolio) ยื่นด้วย

เรื่องเรียนก็เครียด มันเป็นเรื่องที่ยาก แต่พอเรียนได้ อยู่ห้องกิฟต์ (Gifted) มา 6 ปี สอบเลื่อนห้องทุกปี ไม่ลำบาก แต่ช่วงไหนซ้อมหนักก็ต้องกลับมาตามงาน

กับพี่เอสที อายุห่างกัน 3 ปี พี่เอสที 14 หนู 11 เวลาหนูเล่นท่าอะไรไม่ลง พี่เขาก็จะบอกให้ลองปรับตรงนั้นตรงนี้ เวลาพี่เขาเล่นไม่ลงหนูก็จะบอกให้ลองยื่นขาออกไป คุยแลกเปลี่ยนเทคนิคกัน

ฝากถึงเด็ก ๆ ที่ชอบเล่นสเก็ตบอร์ดว่า ค่อย ๆ พัฒนา ซ้อมอย่างสม่ำเสมอ แล้วต้องโฟกัสเวลาเล่น เพราะสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่อันตราย ถ้าปุ๊กเหล็กเมื่อไหร่ก็เจ็บค่ะ

ฝากถึงคนที่อยากเป็นนักกีฬาทีมชาติว่า หากีฬาที่ตัวเองชอบ แล้วลองขอคุณพ่อคุณแม่ดู ถ้าเล่นได้ก็เล่นต่อเลย ต้องมุ่งมั่น มั่นใจ และฝึกซ้อมบ่อย ๆ ค่ะ"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

Dreg Skate Academy จากใต้สะพานสู่โอลิมปิก

วันนี้เราอยู่กันที่ สนาม Dreg Skate Academy ลานสเก็ตบอร์ดและโรงเรียนสอนสเก็ตบอร์ด โดยมี จักรพล ภาคาเนตร Managing Director เป็นผู้ดูแล

"ที่นี่เปิดมาแล้ว 8 ปี จริง ๆ โมเดลธุรกิจของเราเพิ่งครบรอบ 10 ปีไป ปีนี้จะเป็นปีที่ 11 ก่อนหน้าที่จะมาอยู่ที่นี่ เราเป็นร้านสเก็ตอยู่ในตึกแถวแถวซอยติวานนท์ 30 และ 39

เริ่มแรกคุณไก่-ณัฐภัทร ปัญญารัตนา Founder เป็นคนทำแบรนด์ แล้วผมซึ่งเป็นรุ่นพี่และเพื่อนก็ได้ร่วมหุ้นตามมาทีหลัง 

เราสองคนเป็น เด็กนนทบุรี มาตั้งแต่เกิด อยากจะผลักดันสเก็ตบอร์ดในนนทบุรีให้เป็นที่รู้จัก

ตอนแรกเงินทุนน้อยก็เปิดตามตึกแถวที่เป็นบ้านพักของพวกเราเอง เป็นที่รวมตัวและขายแผ่นสเก็ตบอร์ด"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

ชอบสเก็ตบอร์ดเพราะโฆษณา

"ผมชอบเล่นสเก็ตบอร์ดมาตั้งแต่ตอน ม.2 เห็นในทีวี โฆษณาวงแรพเตอร์ (Raptor) ยุคนั้นเขาฮิตกันมาก แล้วเห็นเพื่อนถือมาเล่นเลยได้รู้จัก

ผมเรียนจบศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ถนัดเรื่องแอนิเมชันและปั้นโมเดล ซึ่งทักษะการออกแบบที่เรียนมาช่วยได้มากในการออกแบบสนามสเก็ต

สนามนี้ออกแบบเอง ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต YouTube และสอบถามเพื่อนต่างประเทศ รวมถึงบินไปดูเทคนิคที่มาเลเซียด้วย

เริ่มจากการถมพื้นที่ให้เรียบ มีตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้ และติดไฟ ค่อย ๆ สร้างมาเรื่อย ๆ  3 ปีถึงจะเป็นรูปเป็นร่าง

พื้นที่เกือบ 1 ไร่ เดิมทีเป็นป่ากล้วย คุณยายอาจารย์เจ้าของที่เห็นผมอายุ 30 ต้น ๆ ก็ไม่แน่ใจว่าผมจะมีศักยภาพพอทำธุรกิจนี้ไหม แต่เรามีภาพในหัวชัดเจนอยู่แล้วเลยลุยต่อ"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

จากลานสเก็ตกลายเป็นคอมมูนิตี้

"ตอนนี้ผู้ปกครองพาน้อง ๆ มาออกกำลังกายเยอะมาก จนกลายเป็นคอมมูนิตี้ใหม่

เริ่มแรกเพื่อนรุ่นพี่พาลูกมาลองให้พวกผมสอน พอเริ่มเห็นผล เราเลยคิดหลักสูตรขึ้นมาเพื่อให้คุณครูสอนไปในทิศทางเดียวกัน เรามีโค้ชถึง 15 คน หลักสูตร มี 3 ระดับ

1. Beginner มี 10 เซคชั่น เริ่มจากพื้นฐาน การไถลงเนิน การทรงตัว และจบด้วยท่ากระโดด

2. Basic เริ่มสอนขึ้นอุปกรณ์ที่มีความสูงระดับต่าง ๆ การหมุนตัว

3. Advance เป็นท่าคอมโบ ท่าหมุนแผ่น เหมือนที่นักกีฬาใช้ซ้อม

ทุกคนต้องสอบผ่านด่านที่กำหนดก่อนถึงจะข้ามระดับได้ เพื่อความเป็นระบบและปลอดภัย

อุปกรณ์ในสนามก็มีหลากหลาย เช่น Mini Plaza ที่รวมอุปกรณ์หลายอย่าง หรือ A-Frame ทรงเหมือนหลังคาบ้าน ส่วนใหญ่เลียนแบบสถาปัตยกรรม เช่น Hip หรือ Pyramid และ Ledge (ขอบที่นั่ง)"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

จุดกำเนิดนักกีฬาทีมชาติ

"เรามีทีมสเก็ตของเราเอง นักกีฬาคนแรกคือ ชัย (ธวัชชัย) ที่โดดเด่นมากคือ น้องเอสที ซึ่งมาเล่นที่นี่ตั้งแต่ 6-7 ขวบ ผมกับไก่เห็นแววเลยช่วยสนับสนุน จนเข้าสู่การคัดตัวของสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย และน้องเอสทีก็ได้ไปแข่งโอลิมปิก ตอนอายุเพียง 12 ปี

การเรียนการสอนที่นี่เราเราเน้น ความปลอดภัย และ ความสนุก เด็ก ๆ ทุกคนต้องใส่อุปกรณ์เซฟตี้ครบชุด เราพยายามสอนให้เขารู้สึกสนุกก่อน เพราะถ้ากดดันเกินไปเด็กจะหนีหมด

นอกจากนี้ยังมีกุศโลบายอย่าง Dex Dollar เป็นรางวัลให้เด็กที่ตั้งใจเรียนหรือทำท่าได้ เพื่อเอาไปสะสมแลกของรางวัล ซึ่งเงินจริงซื้อไม่ได้

เราเปิดเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน เล่นฟรี ช่วงเที่ยงถึง 15.00 น. และหลัง 21.00 น. เป็นต้นไป รวมถึงวันจันทร์เปิดให้เล่นฟรีทั้งวัน เพื่อสนับสนุนเด็กที่อาจจะมีงบจำกัด

ช่วงเวลาโรงเรียนของเราคือ 15.00 - 21.00 น. สำหรับนักเรียนของเราเท่านั้น

ค่าเรียน คอร์สละ 20 ชั่วโมง (เรียนตัวต่อตัว) เริ่มต้นที่ Beginner 12,000 บาท, Basic 15,000 บาท และ Advance 18,000 บาท" 

https://www.facebook.com/dregskateschool/?locale=th_TH

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

จากใต้ดินมาสู่กีฬาระดับนานาชาติ

"สเก็ตบอร์ดเปลี่ยนจากกีฬาใต้ดินมาเป็นกีฬาสากล ที่บรรจุในซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกแล้ว ภาพลักษณ์ที่ดูน่ากลัวมืด ๆ ใต้สะพานหายไป กลายเป็นสเก็ตพาร์คที่สว่างไสว มีสิ่งอำนวยความสะดวก

ปัจจุบันเรามีนักเรียนในฐานข้อมูลเกือบ 400 คน และเติบโตขึ้นตลอด

อยากชวนทุกคนมาลองเล่น กีฬานี้สร้างความอดทน ความพยายาม และลดเวลาหน้าจอของเด็ก ๆ ได้ดีมาก

ที่ Dreg Skate Park เราเปิดรับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ 3 ขวบจนถึง 50 ปี ก็มาเรียนได้

เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ เพราะเราทำในสิ่งที่รัก และใช้ชีวิตอยู่กับมันทุกวันโดยไม่เคยเบื่อ"

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul

‘สเก็ตบอร์ด’ กีฬาที่น่าสนใจ เส้นทางสู่นักกีฬาทีมชาติ ของน้อง 'เอสที' และ 'มินิ'

Cr. Kanok Shokjaratkul