สเก็ตบอร์ด เป็นกีฬาที่น่าสนใจ ถ้าใครได้ดูเรื่อง The Secret Life of Walter Mitty ภาพยนตร์แนวผจญภัย-คอเมดี้ ปี 2013 ที่ตัวละครเอกออกเดินทางรอบโลกเพื่อตามหาฟิล์มภาพถ่ายชิ้นสำคัญ มีช่วงหนึ่งเขาไม่มีรถยนต์ หรือพาหนะใด ๆ ในการเดินทาง เขาได้ใช้ สเก็ตบอร์ด พาตัวเองวิ่งฉิวลงจากภูเขาไปสู่เป้าหมายได้อย่างน่าทึ่ง
นักกีฬาสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทย ก็น่าสนใจไม่น้อย เพราะมีอายุเพียง 10 และ 12 ขวบ ในตอนที่ออกไปแข่งขันในระดับนานาชาติ หลายคนยังไม่รู้ว่าถ้าสนใจอยากจะเริ่มเล่นกีฬาชนิดนี้จะต้องทำอย่างไร กรุงเทพธุรกิจ มีคำตอบ
สเก็ตบอร์ด กีฬาจากใต้ดินสู่โอลิมปิค
เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักกีฬาสเก็ตบอร์ดทีมชาติไทย ผู้สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกีฬาไทยที่อายุน้อยที่สุดที่ได้เข้าร่วมการแข่งขัน โอลิมปิกเกมส์ ประเภทสตรีทหญิง (Street) ด้วยวัยเพียง 12 ปี
และเป็นผู้ถือธงชาติไทย คู่กับ บิว-ภูริพล บุญสอน นักกรีฑาทีมชาติไทย ในพิธีเปิดโอลิมปิก 2024 (Olympic 2024 Paris 2024) ที่ประเทศฝรั่งเศส
เอสทียังคว้าอันดับที่ 17 ในการแข่งขันสเก็ตบอร์ดโอลิมปิก 2024 และผ่านเข้าสู่รอบ 32 คนสุดท้ายในการแข่งขัน World Skateboarding Tour (WST) เวิลด์คัพ ที่ประเทศญี่ปุ่น ด้วย
Cr. Kanok Shokjaratkul
เส้นทางฝันและแรงบันดาลใจ
"ย้อนกลับไปตอนที่หนูอายุ 7 ขวบ เรียนชั้นประถม 1 ที่โรงเรียนเซนต์ฟรังซีสซาเวียร์คอนแวนต์ ไม่รู้จักสเก็ตบอร์ดเลย เพราะไม่ค่อยเล่นกีฬาอยู่แล้ว ที่รู้จักก็แค่ บาส บอล เทนนิส ตีแบด
มารู้จักเพราะคุณแม่ไปไถ Facebook เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเล่นสเกตบอร์ด ประเภท(Bowl) แม่ประทับใจเลยมาถามว่าหนูอยากลองเล่นไหม
หนูก็ดูเด็กผู้หญิงคนนั้น Sky Brown คนอเมริกา เล่นแล้วก็เท่ดีนะ แม่บอกว่าแถวนี้มีสนามเปิดพอดี คือสนามนี้ Dreg ห่างจากบ้าน 15 นาทีเอง
หลังเลิกเรียนแม่ก็พามาเล่นที่นี่ตั้งแต่ 7 ขวบ แม่จัดให้เลยค่ะ แผ่นที่แพงที่สุด ทรัคที่ดีที่สุด ทุกอย่างดีที่สุด แล้วหนูก็เริ่มติดใจ สนุกค่ะ มาทุกวันเลย ทุกเย็นหลังเลิกเรียน
เริ่มจากไถสเก็ตบอร์ดให้คล่องก่อน เลี้ยวซ้าย-ขวา รักษาความสมดุล สักพักแม่เริ่มจ้างคุณครูมาสอนจริงจังเพราะหนูอยากได้ท่าเพิ่มขึ้น ครูก็สอนหนูทำท่า ออลลี่ (Ollie) หรือการกระโดดพร้อมแผ่น
ฝึกอยู่ประมาณ 2 เดือนถึงจะได้ จากนั้นก็ขึ้นเนิน ลงสเต็ป 3 ขั้น 4 ขั้น แล้วฝึกท่า คิกฟลิป (Kickflip) กระโดดหมุนบอร์ด ท่านี้ยากมากสำหรับมือใหม่เพราะต้องแยกประสาทสองข้าง หนูใช้เวลาฝึกอยู่ 6 เดือน เตะมันอยู่อย่างนั้นทุกวันจนหงุดหงิดโมโห
จำได้ว่ามีวันหนึ่งพยายามคิกฟลิปลงสเต็ป 3 ขั้นจนร้องไห้ แม่ก็ยืนถ่ายคลิปให้นานมาก สรุปคือหนูเตะไป 93 รอบ ถึงลงได้ 1 ที ดีใจเหมือนได้เหรียญทองเลยค่ะ
เริ่มเป็นนักกีฬาตอน 9 ขวบค่ะ สนาม (Dreg) เขาจัดแข่งขันไถเร็ว แข่งความนิ่ง หนูแข่งไถเร็วแล้วแพ้เพื่อนไปนิดเดียว ได้ที่ 2 หนูเสียดายถึงขนาดไปนั่งร้องไห้ นั่นเป็นแรงผลักดันให้บอกแม่ว่าหนูอยากเก่งขึ้น อยากเล่นท่าแอดวานซ์ขึ้น
จากนั้นก็ไปแข่งงานใหญ่คือที่ราชมังฯ ตอนอายุ 9 ขวบ หนูได้ที่ 6 เขาแจกรางวัลแค่ 5 อันดับ หนูไม่ได้ก็ร้องไห้อีกแล้ว หลังจากนั้นก็ฝึกหนักมากกับ ครูแบงค์ จนหนูเก่งขึ้นในเวลาปีเดียว
พอ 10 ขวบ ไปแข่งคัดทีมชาติหญิงเขาจะเอา 2 คน หนูเล่นท่าบอร์ดสไลด์ (Board Slide) แล้วบังเอิญทำคิกฟลิปแบ็กไซด์ (Kickflip Backside) ลง ซึ่งเป็นท่ายากมากสำหรับผู้หญิงในตอนนั้น กรรมการอึ้งเลยค่ะ ผลออกมาหนูได้ที่ 1 ครั้งแรกในชีวิตเลย และอีก 2 อาทิตย์ต่อมาแม่ก็ได้รับข้อความจาก กกท. ว่าหนูได้เป็นทีมชาติไทยแล้ว
ไปแข่งต่างประเทศครั้งแรกที่เอเชียนเกมส์ 2023 ตอนนั้นอายุ 11-12 ปี ตื่นเต้นมาก ไปกับเพื่อนผู้หญิงอีกคนและพวกพี่ ๆ ผู้ชาย พ่อแม่ไม่ได้ไปด้วย แล้วมีไปแข่งที่บาหลี เด็กบาหลีเก่งมาก
Cr. Kanok Shokjaratkul
ตอนไปที่หางโจวสนามใหญ่มาก เหล็กสูงน่ากลัวสุด ๆ หนูได้อันดับที่ 5 เสียดายเพราะพลาดท่าฟีเบิล (Feeble) ในรอบเบสต์ทริก (Best Trick) ส่วนโอลิมปิกที่ปารีส สนุกมาก สนามสวยมากเป็นสีพาสเทล
แต่เรามีเวลาซ้อมแค่ 45 นาทีต่อวัน ต้องวางแผนให้ดีมาก ๆ วันแข่งหนูตื่นสนาม พลาดในรันแรก พอรันที่ 2 เล่นจนถึงท่าสุดท้ายแล้วขาอ่อน ก็ทรุดลงไป เสียดายมากจบอันดับที่ 17 จากคนมาแข่ง 22 คน
ชีวิตประจำวันตอนนี้ เรียนอยู่ ม.2 ที่สาธิตประสานมิตร ตื่น 04.30 น. ออกจากบ้านไม่เกิน 05.30 น. เรียนเสร็จ 14.30 น. ก็มาซ้อมต่อจนถึง 2 ทุ่ม กว่าจะกลับบ้าน สระผม เป่าผม ก็เที่ยงคืน เป็นแบบนี้ทุกวัน ช่วงคัดโอลิมปิกหนูเคยดรอปเรียนไปปีหนึ่งเพราะไม่ไหว
ฝากถึงคนที่อยากเป็นนักกีฬาสเก็ตบอร์ดว่า อย่างแรกต้องมี ใจรัก ใจต้องแข็งและเย็นมาก เพราะบางท่าต้องใช้เวลาเป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือนกว่าจะทำได้ ต้องมีความอดทน ตั้งใจ พยายาม และมีวินัย
หนูอยากให้มีคนมาเล่นเยอะ ๆ ตอนนี้ทีมชาติหญิงหลัก ๆ ก็มีหนูเป็นตัวเมนคนเดียวค่ะ"
Cr. Kanok Shokjaratkul
มินิ จันทร์เก้า อุดมเพ็ญ
นักสเก็ตบอร์ดวัย 10 ปี เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 2025 ด้วยคะแนนสูงถึง 160.34 คะแนน เอาชนะรุ่นพี่ร่วมชาติอย่าง เอสที-วารีรยา สุขเกษม นักสเก็ตบอร์ดดีกรีโอลิมปิก มือ 30 ของโลก ได้อย่างน่าทึ่ง
ซึ่งจุดเริ่มต้น แรงบันดาลใจของมินิ ก็คือ เอสที นักสเก็ตบอร์ดหญิงคนแรกของไทยที่ได้ไปโอลิมปิกเกมส์ ที่ปารีส 2024 นั่นเอง
ปัจจุบัน มินิ เป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ในโครงการ Road to LA 2028 ของสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย ซึ่งเตรียมพัฒนาและส่งเสริมให้นักกีฬาไทยก้าวสู่เส้นทางโอลิมปิกเกมส์ในอีก 3 ปีข้างหน้า
เส้นทางสู่การเป็นนักกีฬาทีมชาติ อายุน้อยที่สุด 10 ขวบ
"มาเป็นนักกีฬาสเก็ตบอร์ดจากการไปแข่งหลาย ๆ ที่ แล้วเขาก็คัดตัวค่ะ
จุดเริ่มต้นที่มาจากหนูชอบปั่นจักรยาน แล้วก็ปั่นไปไกลมาก ตอนนั้นอยู่หนองคาย
พ่อเห็นว่ามันไกลมาก แล้วเวลาร้อน หนูก็จะไปกระโดดน้ำเล่น
พ่อเลยเอาสเก็ตบอร์ดที่เป็นของตกแต่งร้านกาแฟ มาให้หนูลองเล่นแถวริมแม่น้ำโขง หนูก็ไถเล่นอยู่ตรงนั้น แล้วมีเพื่อนมาเล่นด้วย ก็ไถ ๆ เล่นวิ่งไล่กัน
จากนั้นก็ฝึก ออลลี่ (Ollie) ท่าที่มันต้องป๊อปแล้วเอาแผ่นขึ้นมา มันเป็นสารตั้งต้น สามารถไปต่อยอดท่าอื่นได้ เช่น เล่นเหล็ก เล่นบล็อก ฝึกอยู่ 1 ปีเต็มกว่าจะได้
ถ้า ออลลี่ ไม่ได้ก็จะเล่นท่าอื่นไม่ได้ ท่าต่อมาก็คือฟรอนต์ไซด์ (Frontside) จะเป็นออลลี่แล้วก็บิดไปข้างหลัง แล้วยกมันไปด้วยกัน ส่วนแบ็คไซด์ (Backside) ก็จะเป็นออลลี่แล้วบิดไปข้างหน้า
อันนี้ฝึกแป๊บ ๆ ก็ได้ค่ะ เพราะว่าเรามีสารตั้งต้นจากออลลี่แล้ว แบ็คไซด์ ฟรอนต์ไซด์ ฝึกหน้าบ้านเลยค่ะ คุณพ่อป็นคนสอน ดูจาก YouTube แล้วพ่อก็เอามาสอน
จากนั้นก็เล่นท่าอื่น ๆ เช่น ป๊อบชูฟอิท (Pop Shuvit) คิกฟลิป (Kickflip) แต่คิกฟลิปนี่ยากมากเลย
ป๊อบชูฟอิท คือ ออลลี่แล้วบิด... เหมือนแบ็คไซด์ แต่ว่าตัวไม่ต้องไปแบบแบ็คไซด์ ตัวมันต้องอยู่ที่เดิม ส่วนฟรอนต์ป๊อบก็จะไปข้างหลังแต่ตัวอยู่ที่เดิมเหมือนชูฟอิท อันนี้พ่อก็สอนอีก"
Cr. Kanok Shokjaratkul
มาเป็นนักกีฬาทีมชาติได้ยังไง
"คุณพ่อกับคุณแม่พาไปออกแข่ง แล้วหนูชนะเยอะ สนามแรกที่กำแพงเพชร คนมาแข่งเป็นพี่อายุเยอะ 10 11 12 ตอนนั้นหนู 6-7 ขวบ บรรยากาศคนเยอะเลย ตื่นเต้นมาก
แล้วก็มีอีก 10-15 สนาม แล้วก็ไปที่สนามกีฬากกท.ไปคัดตัว มีคนมาคัดประมาณ 4-5 คน
ถ้าคัดซีเกมส์ เขาจะมีแข่ง ระบบ 2-5-3 คือ 2 รัน 5 เบสทริค (Best Trick) 3 ช่อง เอาคะแนน 1 รัน และ 2 เบสทริค
2 รัน คือเราเล่นอะไรก็ได้ภายใน 45 วินาที แล้วเขาก็จะเอารันที่ดีที่สุดจาก 2 รันมา 1 รัน ส่วนท่าเบสทริคคือเล่นท่าอะไรก็ได้
สมมติหนูเล่นคิกฟลิปฟรอนต์บอร์ด (Kickflip Frontside Boardslide) แล้วมันเป็นท่าที่ดีที่สุด เขาก็จะเอามาเป็น 2 ช่องเบสทริคที่ดีที่สุด
Cr. Kanok Shokjaratkul
ตอนไปแข่งซีเกมส์ ตื่นเต้นนิดนึงค่ะ แต่หนูไม่ตื่นสนาม เพราะเราซ้อมที่สนามนั้นมาหลายเดือนแล้ว แต่หนูตื่นคน คนเยอะมากรู้สึกเสียงเชียร์มันดังมาก ตื่นเต้นตอนมีคนเชียร์
ก่อนเล่นเราก็ตั้งใจแล้วก็โฟกัสกับตัวเอง แล้วก็ได้เหรียญทอง ซีเกมส์ ประเภท Street Open หญิง เป็นครั้งแรกที่ได้ไปแข่งซีเกมส์
ก่อนหน้าเคยไปแข่งต่างประเทศ ที่สิงคโปร์หนูก็ชนะมา ไปเล่นกับมาร์จี้ (Margielyn Didal) ที่เขาได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ หนูได้ที่ 1 ประเภท Open คนแข่งเยอะมาก หลายประเทศเลย
สนามต่อมาเป็นที่ปีนัง มาเลเซีย ไปแข่งแล้วก็ได้ที่ 1 ที่ชนะ หนูว่าเป็นเพราะมีคุณพ่อคุณแม่ให้กำลังใจ แล้วก็ฝึกซ้อมมาอย่างดี
เป้าหมายต่อไป อยากเป็นนักกีฬาไปแข่งโอลิมปิก แล้วก็แข่งระดับนานาชาติ เช่น SLS, X Games อยากไปทั่วโลกเลยค่ะ
Cr. Kanok Shokjaratkul
กับการเรียน ช่วงเปิดเทอมก็ไปเรียน ช่วงนี้เน้นเรียนเพราะอยู่ป.6 แล้ว ปีหน้าจะขึ้นม.1 เลยเรียนหนักนิดนึง วางแผนจะเข้าหอวัง หนูจะใช้พอร์ต (Portfolio) ยื่นด้วย
เรื่องเรียนก็เครียด มันเป็นเรื่องที่ยาก แต่พอเรียนได้ อยู่ห้องกิฟต์ (Gifted) มา 6 ปี สอบเลื่อนห้องทุกปี ไม่ลำบาก แต่ช่วงไหนซ้อมหนักก็ต้องกลับมาตามงาน
กับพี่เอสที อายุห่างกัน 3 ปี พี่เอสที 14 หนู 11 เวลาหนูเล่นท่าอะไรไม่ลง พี่เขาก็จะบอกให้ลองปรับตรงนั้นตรงนี้ เวลาพี่เขาเล่นไม่ลงหนูก็จะบอกให้ลองยื่นขาออกไป คุยแลกเปลี่ยนเทคนิคกัน
ฝากถึงเด็ก ๆ ที่ชอบเล่นสเก็ตบอร์ดว่า ค่อย ๆ พัฒนา ซ้อมอย่างสม่ำเสมอ แล้วต้องโฟกัสเวลาเล่น เพราะสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่อันตราย ถ้าปุ๊กเหล็กเมื่อไหร่ก็เจ็บค่ะ
ฝากถึงคนที่อยากเป็นนักกีฬาทีมชาติว่า หากีฬาที่ตัวเองชอบ แล้วลองขอคุณพ่อคุณแม่ดู ถ้าเล่นได้ก็เล่นต่อเลย ต้องมุ่งมั่น มั่นใจ และฝึกซ้อมบ่อย ๆ ค่ะ"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Dreg Skate Academy จากใต้สะพานสู่โอลิมปิก
วันนี้เราอยู่กันที่ สนาม Dreg Skate Academy ลานสเก็ตบอร์ดและโรงเรียนสอนสเก็ตบอร์ด โดยมี จักรพล ภาคาเนตร Managing Director เป็นผู้ดูแล
"ที่นี่เปิดมาแล้ว 8 ปี จริง ๆ โมเดลธุรกิจของเราเพิ่งครบรอบ 10 ปีไป ปีนี้จะเป็นปีที่ 11 ก่อนหน้าที่จะมาอยู่ที่นี่ เราเป็นร้านสเก็ตอยู่ในตึกแถวแถวซอยติวานนท์ 30 และ 39
เริ่มแรกคุณไก่-ณัฐภัทร ปัญญารัตนา Founder เป็นคนทำแบรนด์ แล้วผมซึ่งเป็นรุ่นพี่และเพื่อนก็ได้ร่วมหุ้นตามมาทีหลัง
เราสองคนเป็น เด็กนนทบุรี มาตั้งแต่เกิด อยากจะผลักดันสเก็ตบอร์ดในนนทบุรีให้เป็นที่รู้จัก
ตอนแรกเงินทุนน้อยก็เปิดตามตึกแถวที่เป็นบ้านพักของพวกเราเอง เป็นที่รวมตัวและขายแผ่นสเก็ตบอร์ด"
Cr. Kanok Shokjaratkul
ชอบสเก็ตบอร์ดเพราะโฆษณา
"ผมชอบเล่นสเก็ตบอร์ดมาตั้งแต่ตอน ม.2 เห็นในทีวี โฆษณาวงแรพเตอร์ (Raptor) ยุคนั้นเขาฮิตกันมาก แล้วเห็นเพื่อนถือมาเล่นเลยได้รู้จัก
ผมเรียนจบศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ถนัดเรื่องแอนิเมชันและปั้นโมเดล ซึ่งทักษะการออกแบบที่เรียนมาช่วยได้มากในการออกแบบสนามสเก็ต
สนามนี้ออกแบบเอง ศึกษาจากอินเทอร์เน็ต YouTube และสอบถามเพื่อนต่างประเทศ รวมถึงบินไปดูเทคนิคที่มาเลเซียด้วย
เริ่มจากการถมพื้นที่ให้เรียบ มีตู้คอนเทนเนอร์ 3 ตู้ และติดไฟ ค่อย ๆ สร้างมาเรื่อย ๆ 3 ปีถึงจะเป็นรูปเป็นร่าง
พื้นที่เกือบ 1 ไร่ เดิมทีเป็นป่ากล้วย คุณยายอาจารย์เจ้าของที่เห็นผมอายุ 30 ต้น ๆ ก็ไม่แน่ใจว่าผมจะมีศักยภาพพอทำธุรกิจนี้ไหม แต่เรามีภาพในหัวชัดเจนอยู่แล้วเลยลุยต่อ"
Cr. Kanok Shokjaratkul
จากลานสเก็ตกลายเป็นคอมมูนิตี้
"ตอนนี้ผู้ปกครองพาน้อง ๆ มาออกกำลังกายเยอะมาก จนกลายเป็นคอมมูนิตี้ใหม่
เริ่มแรกเพื่อนรุ่นพี่พาลูกมาลองให้พวกผมสอน พอเริ่มเห็นผล เราเลยคิดหลักสูตรขึ้นมาเพื่อให้คุณครูสอนไปในทิศทางเดียวกัน เรามีโค้ชถึง 15 คน หลักสูตร มี 3 ระดับ
1. Beginner มี 10 เซคชั่น เริ่มจากพื้นฐาน การไถลงเนิน การทรงตัว และจบด้วยท่ากระโดด
2. Basic เริ่มสอนขึ้นอุปกรณ์ที่มีความสูงระดับต่าง ๆ การหมุนตัว
3. Advance เป็นท่าคอมโบ ท่าหมุนแผ่น เหมือนที่นักกีฬาใช้ซ้อม
ทุกคนต้องสอบผ่านด่านที่กำหนดก่อนถึงจะข้ามระดับได้ เพื่อความเป็นระบบและปลอดภัย
อุปกรณ์ในสนามก็มีหลากหลาย เช่น Mini Plaza ที่รวมอุปกรณ์หลายอย่าง หรือ A-Frame ทรงเหมือนหลังคาบ้าน ส่วนใหญ่เลียนแบบสถาปัตยกรรม เช่น Hip หรือ Pyramid และ Ledge (ขอบที่นั่ง)"
Cr. Kanok Shokjaratkul
จุดกำเนิดนักกีฬาทีมชาติ
"เรามีทีมสเก็ตของเราเอง นักกีฬาคนแรกคือ ชัย (ธวัชชัย) ที่โดดเด่นมากคือ น้องเอสที ซึ่งมาเล่นที่นี่ตั้งแต่ 6-7 ขวบ ผมกับไก่เห็นแววเลยช่วยสนับสนุน จนเข้าสู่การคัดตัวของสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย และน้องเอสทีก็ได้ไปแข่งโอลิมปิก ตอนอายุเพียง 12 ปี
การเรียนการสอนที่นี่เราเราเน้น ความปลอดภัย และ ความสนุก เด็ก ๆ ทุกคนต้องใส่อุปกรณ์เซฟตี้ครบชุด เราพยายามสอนให้เขารู้สึกสนุกก่อน เพราะถ้ากดดันเกินไปเด็กจะหนีหมด
นอกจากนี้ยังมีกุศโลบายอย่าง Dex Dollar เป็นรางวัลให้เด็กที่ตั้งใจเรียนหรือทำท่าได้ เพื่อเอาไปสะสมแลกของรางวัล ซึ่งเงินจริงซื้อไม่ได้
เราเปิดเที่ยงวันถึงเที่ยงคืน เล่นฟรี ช่วงเที่ยงถึง 15.00 น. และหลัง 21.00 น. เป็นต้นไป รวมถึงวันจันทร์เปิดให้เล่นฟรีทั้งวัน เพื่อสนับสนุนเด็กที่อาจจะมีงบจำกัด
ช่วงเวลาโรงเรียนของเราคือ 15.00 - 21.00 น. สำหรับนักเรียนของเราเท่านั้น
ค่าเรียน คอร์สละ 20 ชั่วโมง (เรียนตัวต่อตัว) เริ่มต้นที่ Beginner 12,000 บาท, Basic 15,000 บาท และ Advance 18,000 บาท"
https://www.facebook.com/dregskateschool/?locale=th_TH
Cr. Kanok Shokjaratkul
จากใต้ดินมาสู่กีฬาระดับนานาชาติ
"สเก็ตบอร์ดเปลี่ยนจากกีฬาใต้ดินมาเป็นกีฬาสากล ที่บรรจุในซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกแล้ว ภาพลักษณ์ที่ดูน่ากลัวมืด ๆ ใต้สะพานหายไป กลายเป็นสเก็ตพาร์คที่สว่างไสว มีสิ่งอำนวยความสะดวก
ปัจจุบันเรามีนักเรียนในฐานข้อมูลเกือบ 400 คน และเติบโตขึ้นตลอด
อยากชวนทุกคนมาลองเล่น กีฬานี้สร้างความอดทน ความพยายาม และลดเวลาหน้าจอของเด็ก ๆ ได้ดีมาก
ที่ Dreg Skate Park เราเปิดรับทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ 3 ขวบจนถึง 50 ปี ก็มาเรียนได้
เราเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ เพราะเราทำในสิ่งที่รัก และใช้ชีวิตอยู่กับมันทุกวันโดยไม่เคยเบื่อ"
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul
Cr. Kanok Shokjaratkul


