เมื่อเทศกาลหนังเมืองคานส์แทบจะกลายเทศกาลหนังเควียร์ 'กัลปพฤกษ์' มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ ที่เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2026
โดนแซวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ค่าที่เมื่อมีหนังนานาชาติเล่าชีวิตของผู้คนร่วมสมัย ซึ่งความเปิดกว้างและเลื่อนไหลทางอัตลักษณ์เพศกลายเป็นสิ่งสามัญที่พบเห็นได้โดยตัวไป ตัวละครในหนังที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จึงละลานไปด้วยกลุ่มคนเพศหลากหลายในทั่วทุกสาย จนมันแทบจะกลายเป็นเทศกาลหนังเควียร์เข้าไปทุกที
คือถ้าปีหน้าเทศกาลคานส์เปลี่ยนชื่อเป็น Cannes Queer Film Festival ก็คงไม่มีใครตกอกตกใจกัน เพราะเรื่องราวชีวิตของคนทุกเพศเป็นเรื่องสำคัญ ทางเทศกาลจึงยินดีนำเสนอโดยไม่ปิดกั้น เพราะมันล้วนเป็นภาพสะท้อนของตัวละครจริงในโลกยุคปัจจุบันซึ่งมนุษย์ในวัยเจริญพันธุ์สามารถจะรักกันได้ทั่วทั้งหมดไม่ว่าจดแจ้งไว้เป็นเพศไหน
และเพื่อเป็นการทิ้งทวนเดือน Pride 2026 ‘กัลปพฤกษ์’ ขอยกขบวนหนังที่มีตัวละครหลักสังกัดในกลุ่ม LGBTQ+ ที่จัดฉายในสายต่าง ๆ ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ มาขานชื่อให้ได้รอติดตามกันจำนวน 20 เรื่อง เผื่อเรื่องไหนมีโอกาสได้มาฉายเมืองไทยจะได้ลองหาดูกัน แล้วจะได้เห็นว่าความหลากหลายทางเพศมันกำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญเข้าทุกวัน ๆ ใครที่อยากจะทันกระแสก็แรระบายปาดไฮไลท์กันไว้ได้ หวังว่าทุกเรื่องจะมีโอกาสได้ฉายในบ้านเราโดยเร็ววัน!
- FJORD กำกับโดย Cristian Mungiu (โรมาเนีย-นอร์เวย์-ฝรั่งเศส-สวีเดน-เดนมาร์ก) สายประกวดหลัก-รางวัลปาล์มทองคำ
หนังเรื่องนี้มีตัวละครนักเรียนหญิงข้างบ้านที่แสดงอาการรักใคร่และเป็นห่วงเป็นใยของบุตรสาวบ้านนี้อย่างดีเป็นพิเศษ ซึ่งแม้หนังจะมิได้นำเสนอเพศสภาพของตัวละครตรง ๆ แต่ใครที่ได้ดูก็คงสรุปได้ว่ามันน่าจะเป็นความสัมพันธ์ในแบบ sapphic!
- THE BLACK BALL กำกับโดย Javier Calvo และ Javier Ambrossi (สเปน-ฝรั่งเศส) สายประกวดหลัก-รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม
ค.ศ. 1937 เล่าชีวิตรักของสองทหารหนุ่มในโรงพยาบาลทหาร ส่วน ค.ศ. 2017 ก็ระเห็จข้ามมาในยุคสมัยปัจจุบัน ที่เกย์หนุ่มอย่าง Alberto สามารถใช้ application นัดหาคู่ได้อย่างเปิดเผย แต่ก็ลงเอยมีปัญหากับแฟนหนุ่มและมารดา ราวกับชีวิตเกย์ไม่ว่าจะสมัยไหน ก็ไม่มีทางได้อยู่สุขสบายเหมือนใคร ๆ เขา
ผู้กำกับ Javier Calvo และ Javier Ambrossi เล่ามหากาพย์ที่เชื่อมโยงกับบทประพันธ์เรื่อง La bola Negra ของนักเขียนเกย์ Federico Garcia Lorca ออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่ตระการหูตระการตาด้วยเงินลงทุนมหาศาล แต่ลีลาการเล่ายังเห็นเค้ารอยของความทะเยอะทะยาน หลาย ๆ จุดยังเล่าแบบผ่าน ๆ จนยังไม่เห็นการเชื่อมร้อยเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างมีเอกภาพนัก
- COWARD กำกับโดย Lukas Dhont (เบลเยียม-ฝรั่งเศส-เนเธอร์แลนด์) สายประกวดหลัก-รางวัลการแสดงยอดเยี่ยมโดยนักแสดงชาย
เมื่อ Francis ถือปรัชญาว่า “อย่าปล่อยผ้าไว้กับกะเทย” ทบเกยผ้าห่มผืนใหญ่ดัดแปลงให้เป็นอาภรณ์สตรี ร้องรำทำเพลงขับขานเมโลดี้ สร้างความสุนทรีย์ให้กองทัพขณะกำลังขับเคลื่อนสงคราม! ส่วน Pierre ก็จะคอยติดตามเป็นผู้ช่วย พอได้อยู่ด้วยกันตามลำพังทั้ง Francis และ Pierre ก็สารภาพรักกัน โดยไม่หวั่นอีกต่อไปว่าจะมีใครมาระแคะระคายหรือไม่ ครองรักอย่างหวานชื่นผ่านวันคืนแห่งไฟสงคราม กระทั่งถึงโมงยามแห่งการจากลาที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า จะมีโอกาสได้กลับมาพบหน้าค่าตากันอีกไหมในช่วงชีวิตนี้!
- NAGI NOTES กำกับโดย Koji Fukada (ญี่ปุ่น-ฝรั่งเศส-สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์) สายประกวดหลัก
โดยทั้งสองมีน้องนักเรียนชายข้างบ้าน Hatsuko และ Keita คอยติดตาม สนิทกันจนกล้าถามว่า Yoriko กับ Yuri กำลังแอบกุ๊กกิ๊กกันหรือไม่ ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะระบายความในใจว่า ชนบทบ้านนอกในญี่ปุ่นช่างไม่เป็นใจให้ Hatsuko และ Keita คบหากันตามประสาคู่รักได้ คอยดูนะโตขึ้นพวกเขาจะเดินทางไปยังไต้หวัน เพราะที่นั่นชายกับชายสามารถจะแต่งงานครองเรือนกันได้ ไม่ต้องมานั่งเกรงอกเกรงใจใคร ๆ เหมือนตอนได้อยู่ในเมือง นางิ!
หนังเรื่องนี้จึงวิพากษ์ถึงความล้าหลังของสังคมแบบปิตาธิปไตยในเมืองชนบทของญี่ปุ่นที่คนรุ่นใหม่ ๆ ยังคงต้องเจออยู่เสมอ ดังที่สองเกลอวัยละอ่อนต้องมานั่งถอนหายใจว่าทำไมพวกเขาจะรักกันไม่ได้ ถ้าใจจะตรงกันขนาดนี้แล้ว!
- BITTER CHRISTMAS กำกับโดย Pedro Almodóvar (สเปน) สายประกวดหลัก
Bitter Christmas จึงเป็นหนังเกี่ยวกับพลังการริเริ่มสร้างสรรค์ที่ศิลปินทุกรายต้องคอยหาแรงบันดาลใจ ไม่ว่าชีวิตรักจะมีสถานะเป็นอย่างไร จะถูกทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดายแบบ Elsa หรือมีคู่ขาชายคอยเอาใจอย่าง Raúl ทุกคนก็ล้วนต้องเริ่มต้นจากศูนย์ทุกครั้งที่กำลังเริ่มต้นคิดสร้างผลงาน!
- A WOMAN’S LIFE กำกับโดย Charline Bourgeois-Tacquet (ฝรั่งเศส-เบลเยียม) สายประกวดหลัก
ชีวิตหญิงแกร่งอย่าง Gabrielle จึงจบลงที่การเปลี่ยนเป็นไบเซ็กชวล แพ้เสน่ห์อันเย้ายวนของผู้หญิงด้วยกันเข้าจนได้ สะท้อนภาพอัตลักษณ์ทางเพศที่เลื่อนไหล ว่าวันหนึ่งเราก็อาจจะย้ายไปอยู่ในฝั่งข้างที่ตัวเองเคยวางกำแพงตั้งแง่มาก่อน!
- GARANCE กำกับโดย Jeanne Herry (ฝรั่งเศส) สายประกวดหลัก
สุดท้าย Garance ก็ต้องไปพบเจอแพทย์เพื่อการบำบัด ในขณะที่เธอตัดขาดความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มคนเก่า แล้วเข้ามาอาศัยอยู่กินกับเพื่อนหญิงด้วยกันอย่าง Pauline (Sara Giraudeau) โชว์รสนิยมในแบบไบเซ็กชวลขนานแท้ของ Garance ว่ายามใดที่เธอต้องการคนเคียงกายเป็นมนุษย์เพศไหน เธอก็สามารถสับสวิทช์ได้ในทันทีได้โดยไม่มีความสงสัยลังเล!
- THE MAN I LOVE กำกับโดย Ira Sachs (สหรัฐอเมริกา) สายประกวดหลัก
Jimmy George เป็นศิลปินผู้มีพรสวรรค์ด้านการแสดง แต่ต้องมาไส้แห้งเพราะไม่มีเรี่ยวมีแรงจะแข็งใจขึ้นเวที หลังจากที่เขาได้รับการวินิจฉัยว่าได้รับเชื้อ HIV ที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ ฝ่าย Dennis (Tom Sturridge) แฟนหนุ่มของเขา จึงต้องย้ายเข้ามาร่วมอาศัยคอยให้การดูแล แต่ Jimmy ก็ยังรักสนุกและซุกซน ชอบชักชวนพลพรรคศิลปินนักดนตรีมาร่วมปาร์ตี้ ทั้งยังแอบหลีเพื่อนบ้านหนุ่มที่เพิ่งย้ายเข้ามา โดยหาได้เจียมสังขารตัวเองเลยสักนิด!
หนังทั้งเรื่องเหมือนจะคิดมาให้เป็นเวทีโชว์ฝีมือทางการแสดงของ Rami Malek ในการรับบทเกย์ใจแตกแห่งยุค 1980s ซึ่งก็น่าเสียดายที่ Rami Malek ดูจะพยายามตั้งใจรับบทบาทนี้ด้วยจริตจะก้านที่ออกจะประดิษฐ์มากเกินไป ในหลาย ๆ ซีนจึงยังดูดัด ๆ และขัด ๆ จนไม่เป็นธรรมชาติ สวนทางกับบรรยากาศในแบบยุค 1980s ที่ Ira Sachs รังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าเชื่อเหลือเกิน!
- THE UNKNOWN กำกับโดย Arthur Harari (ฝรั่งเศส-อิตาลี) สายประกวดหลัก
หนังจับเรื่องราวไปที่ David ช่างภาพหนุ่มที่ชอบใช้เวลาในการสุ่มถ่ายภาพบ้านเมืองของกรุงปารีสในแต่ละยุคสมัย สานต่อจากสิ่งที่บิดาของเขาเคยสะสมเอาไว้ ด้วยนิสัยไม่ใคร่จะสุงสิงกับใคร ๆ มากนัก วันหนึ่งเพื่อนรักได้ชวนเขาไปงานปาร์ตี้ กระทั่งเขามีโอกาสได้พบกับ Eva สตรีที่เขารู้สึกถูกชะตา ทั้งคู่หาโอกาสลอบร่วมรักกันทั้งที่สวมเสื้อผ้า โดยที่ยังไม่รู้จักกันเลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร
งานจบทุกคนก็ได้เวลาแยกย้าย David กลับมานอนหลับเป็นตาย แต่พอตื่นเช้ามาแทนที่จะเห็นหน้าตัวเองเป็นผู้ชาย เขาก็ได้กลายร่างเป็นหญิงสาวปริศนาที่ได้ร่วมบรรเลงเพลงกามามาแบบสด ๆ ร้อน ๆ จากนั้นคู่ตัวละครต่างก็ต้องตามหาว่าอีกฝ่ายเป็นใครบ้านอยู่ที่ไหน โดยที่หนังไม่ได้อธิบายเลยว่าเกิดอะไร ทำไมชายหญิงคู่นี้จึงได้สลับร่างกัน กลายเป็นงานอาถรรพ์ body horror นำเสนอภาวะอันน่าสยดสยอง สนองบรรยากาศเควียร์แบบสลับเพศอย่างไร้ต้นสายปลายเหตุให้ได้มาวิเคราะห์เจาะเจตนากันเลย!
- TEENAGE SEX AND DEATH AT CAMP MIASMA กำกับโดย Jane Schoenbrun (สหรัฐอเมริกา-แคนาดา) สาย Un Certain Regard รางวัล Queer Palm
โดยในเรื่องนี้ Jane Schoenbrun ขอเล่าผ่านตัวละครคุณ Kris (Hannah Einbinder) ผู้กำกับหญิงเลสเบี้ยนเซียนหนังสยองขวัญแห่งยุค 1980s เพราะ she ดูมาแล้วทุกเรื่องทุกภาค โดยในขณะกำลังตกยาก เธอก็แหกปากร้องดีใจเมื่อได้รับไฟเขียวให้ทำหนังสยองขวัญเรื่องใหม่ ซึ่งจะเป็นการชุบตำนานหนังชุด Camp Miasma (อ้างอิงจาก Sleepaway Camp-1983) ในอดีตให้เป็นฉบับร่วมสมัย
ผู้กำกับ Kris จึงไม่รอช้า หาโอกาสเทียบเชิญดาราสาวจากหนังภาคแรก Billy Presley (Gillian Anderson) มาแสดงในหนังฉบับใหม่ หลังจากที่เธอหันหลังให้วงการ Kris ตามตัว Billy ไปถึงบ้าน ก่อนจะทราบว่าสถานที่ที่เธออยู่ปัจจุบันมันคือค่ายสยองขวัญที่กองถ่าย Camp Miasma เคยมาใช้ตอนถ่ายทำภาคแรก!
จากนั้นเรื่องสุดแปลกก็ทยอยค่อย ๆ วนเวียนมาหลอกหลอน ทั้งฆาตกรผีช่องแอร์ วิญญาณที่ผุดมาจากก้นแม่น้ำ ห้องฉายภาพความสำเร็จในหนหลัง และเสียงหัวใจที่ก้องดังของทั้ง Kris และ Billy ยามที่ทั้งคู่ประคองกอดกัน ในหนังสยองขวัญเลสเบี้ยนกึ่งจริงกึ่งฝัน ถูกใจคอหนังผีสายพันธุ์ 1980’s เป็นอย่างดีนักแล
- ELEPHANTS IN THE FOG กำกับโดย Abinash Bikram Shah (เนปาล-ฝรั่งเศส-เยอรมนี-บราซิล-นอร์เวย์) สาย Un Certain Regard รางวัล Jury Prize
Pirati รับหน้าที่สำคัญเป็น ‘แม่ใหญ่’ ของหมู่บ้าน จัดเวรให้สมาชิกนงคราญสาวทรานส์สลับกันออกไปไล่ฝูงช้าง ไม่ให้ย่างกรายมาทำลายพืชพันธุ์ที่กั้นเขตรั้วไว้ ทว่าเมื่อวันหนึ่งธิดาของเธอหายตัวไป Pirati จึงต้องร้องขอให้ตำรวจช่วยไปตามหาสมาชิกสุดที่รัก ในขณะที่เธอก็มีแผนจะหนีไปปักหลักกับแฟนหนุ่มมือกลองของนาง
ทว่าเมื่อฝ่ายตำรวจอ้างโน่นอ้างนี่ มีอคติกับเพศสภาพของคนในชุมชน Kinnar กันอย่างออกหน้า Pirati จึงไม่หวังว่าจะได้รับความร่วมมือใด ๆ อีกต่อไป เธอลงแรงออกตามล่าหาตัวธิดาที่หนีไปให้ได้ เพื่อสาวต้นสายปลายเหตุว่าทำไมนางถึงได้ทิ้งชุมชนไปอย่างลงคอ!
สิ่งที่ต้องขอชื่นชมเลยก็คือ ผู้กำกับ Abinash Bikram Shah นำเสนอบรรดาตัวละครสมาชิกของชุมชน Kinnar ได้อย่างงามสง่าและน่าเคารพยิ่ง ทุกนางมีความเป็นหญิงแกร่งดูเก่งดูแพง แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สตรีท้องถิ่นทั่ว ๆ ไปทว่ายังเก๋ไก๋ดูดีได้อย่างไร้ความฉูดฉาด โดยเฉพาะตัวละคร Pirati ที่ประกาศภาวะความเป็น ‘แม่ก็คือแม่’ ราวเป็นหญิงแท้ที่คลอดทุกคนมาจากร่างกายตน ยิ่งใหญ่ในคุณค่าแห่งความเป็นคน ที่จะไม่ยอมทนต่อการดูถูกดูแคลนทั้งหลาย จนกลายเป็นงานเอาใจมหาชนที่คนดูพร้อมใจกันปรบมือให้ดัง ๆ!
- CLUB KID กำกับโดย Jordan Firstman (สหรัฐอเมริกา) สาย Un Certain Regard
Club Kid เล่าย้อนเหตุการณ์ผิดพลาดในอดีตของ Peter (Jordan Firstman แสดงเอง) เกย์หนุ่มที่เคยเผลอเมาแล้วดันไปเอากับเพื่อนหญิงที่ลอนดอน ทว่าตอนนี้เขาใช้ชีวิตอย่างสุดแฮปปี้อยู่ที่ นิวยอร์ก เข้าออกคลับบาร์ปาร์ตี้กับเหล่าเพื่อนเกย์กะเทยของเขาทุก ๆ ค่ำคืน วันดีคืนดีก็มีสตรีจากอังกฤษมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน บอกว่ามารดาของหนุ่มน้อย Arlo (Reggie Absolom) เพิ่งฆ่าตัวตายจนตุยเย่ไป ตอนนี้ Arlo จึงไม่มีใคร ขอให้ Peter ผู้เป็นบิดา รับอุปการะในฐานะลูกในไส้
ได้ยินแบบนี้ Peter ก็ stunt จังงัง ตั้งตัวไม่ถูกเลยว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายเขาก็ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ว่า เกย์สายเฮฮาปาร์ตี้มีคู่ขาไม่เลือกหน้าอย่างเขา ก็สามารถเอาใจใส่ดูแลเทคแคร์บุตรชายด้วยสายเลือดแห่งการเป็น ‘พ่อคน’ จน Arlo ต้องให้ความเคารพเขาได้ เช่นกัน!
ผู้กำกับ Jordan Firstman ยกเอาสารพันมุกตลกทั้ง dirty joke และ witty joke มาทำให้ผู้ชมต้องโยกคลอนด้วยเสียงหัวเราะได้ตลอดความยาว 126 นาที เป็นอีกหนึ่งหนังเควียร์สุดเซอร์ไพรส์แห่งปีที่ไม่ว่าจะเพศไหน ๆ ก็คงอดตกหลุมรักยอดชายนาย Peter คนนี้ไม่ได้ในความรักลูกของนาง!
- JIM QUEEN กำกับโดย Marco Nguyen และ Nicolas Athane (ฝรั่งเศส) สาย Midnight Screenings
ทำให้ Jim Queen กลายเป็นอีกหนึ่งหนังยอดฮิตประจำเทศกาล เป็นงานที่เฉลิมฉลองรสนิยมเพศที่หลากหลาย จนคนดูทั้งหญิงชาย และไม่ว่าจะเพศใด ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะขำกลิ้งไปกับแทบทุกมุกของหนัง
เนื้อเรื่องของ Jim Queen ตั้งสมมติฐานเอาไว้ได้อย่างแสนตอแหล ว่าถ้าวันดีคืนดีมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสร้าย ทำให้เก้งกวางทุกนายต้องกลับกลายมาเป็นชายแท้ พวกเขาจะรู้สึกแย่ขนาดไหน เมื่อหุ่นกำยำที่อุตส่าห์ปล้ำสร้างกันแทบตาย จะกลายเป็นเชื้อไฟสวาทสร้างความปรารถนาและราคะให้กับฝูงคณะชะนี! ไม่มีทางหรอก! พวกเขายอมไม่ได้ ชาตินี้ไม่มีวันทิ้งลาย เกิดมาเป็นชายรักชาย ก็ต้องตายในนามชายรักชาย ต้องช่วยกันหาวิธีแก้เผ็ดถอนเคล็ดเชื้อร้ายนี้ให้จงได้ เพราะเหล่าชายรักชาย เขาจะไม่มีวันเสียชาติเกิดที่กำเนิดกันมาเป็นเกย์!
เท่านั้นแหละมุกตลกฮาเฮจากผู้ไม่ยอมหันเหเพศสภาพก็ทำให้ผู้ชมกำซาบดื่มด่ำไปกับน้ำใจอันหนักแน่นราวหินผาจนไม่สามารถจะมาดูหมิ่นดูแคลนอะไรได้เลย!
- SPECIES กำกับโดย Marion le Corroller (ฝรั่งเศส) สาย Midnight Screenings
กระทั่งเธอได้เข้าไปรักษาสตรีตั้งครรภ์ที่ร่างกายดันเหงื่อกาฬออกมาเป็นโลหิต Margot จนปัญญาไม่รู้ว่าจะคิดอ่านหาทางรักษาให้อย่างไร แต่ต่อมาคนไข้รายนี้ก็หายตัวไป ส่งผลให้ Margot เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่มีเลือดไหลออกทางผิวหนังเอวังไปด้วยประการฉะนี้
โจทย์ใหญ่ของหนังคือ Margot ต้องหาวิธีรักษาโรคร้ายนี้ให้ได้ โดยในช่วงหนึ่งหนังได้ใส่ฉากเลิฟซีนของ Margot กับเพื่อนหมอที่เป็นสตรี โดยหาได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์เพิ่มเติมใด ๆ ดูจบแล้วทุกคนจึงตั้งข้อสงสัยว่าฉากรักเลสเบี้ยนนั้นมาได้ยังไง ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่เหลือ!
- ROMA ELASTICA กำกับโดย Bertrand Mandico (ฝรั่งเศส-อิตาลี) สาย Midnight Screenings
โดยหนังได้ย้อนเวลาไปยังปี 1982 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่ทั้ง Eddie และ Valentina จะต้องเดินทางไปทำงานสำหรับหนังเรื่องใหม่ แต่อย่าหวังเลยนะว่าใคร ๆ จะหลอกแอ้มแม่ Eddie ได้ เพราะแท้แล้ว Valentina คือยอดยาใจ เป็นคู่เลสเบี้ยนขาใหญ่ที่จะไม่ยอมให้ใครมาตีตราหรือด้อยค่ายอดยาหยีอย่าง Eddie คนนี้เลย!
- MARIE MADELEINE กำกับโดย Géssica Généus (เฮติ-ฝรั่งเศส-เบลเยียม-ลักเซมเบิร์ก-แคนาดา) สาย Cannes Premiere
เท่านั้นแหละ Marie Madeleine และ Joseph ก็รู้สึกผูกพันกันในทันที เพราะพวกเขาล้วนมีวิถีทางเพศที่พ้นจากขอบเขตอันเป็นมาตรฐาน ทั้งคู่เข้าอกเข้าใจเหมือนได้รู้จักกันมานาน เพราะฝ่ายมารก็ย่อมเข้าใจหัวอกพวกมาร โดยไม่ต้องการมุมมองเห็นต่างมาคอยสร้างความขุ่นเคืองใจในสิ่งที่พวกเขาก็มิได้ทำอะไรผิด!
- MARVELOUS MORNINGS กำกับโดย Avril Besson (ฝรั่งเศส) สาย Special Screenings
และที่นั่นเองที่เธอได้พบกับ Marina (Raya Martigny) สาวทรานส์ผู้หยิบยื่นไมตรี และที่น่าทึ่งจนกลายเป็นความตราตรึงใจคือ สุดท้าย Charlie ก็ตกหลุมรักกับ Marina ทั้งที่เธอก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ที่เธอเองก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ขอเพียงได้มี Marina อยู่ใกล้ ๆ เท่านั้นเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจ โดยไม่ต้องการใครอื่นใดมาทำให้เธอเจ็บช้ำได้อีก!
- SIX MONTHS IN A PINK AND BLUE BUILDING กำกับโดย Bruno Santamaría Razo (เม็กซิโก-บราซิล-เดนมาร์ก) สาย Critic’s Week
ข้ามมาที่สาย Critic’s Week กันบ้าง หนังเรื่อง Six Months in a Pink and Blue Building เป็นผลงานที่สร้างจากเรื่องราวส่วนตัวของผู้กำกับเกย์หน้าใหม่จากเม็กซิโก Bruno Santamaría Razo เล่าชีวิตในวัยเด็กที่เขาเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อนักวาดภาพประกอบเคยเป็นชายรักชาย ทั้งยังนำโรคร้ายอย่าง AIDS มาสู่ครอบครัวตั้งแต่ตอนที่ผู้กำกับยังเป็นตุ๊ดเด็กตัวเล็ก ๆ อายุเพียง 11 ปี ทำให้บ้านที่เคยอบอุ่นสมาชิกเคยวุ่นวายกับงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แต่งกายสลับเพศ ต้องผวากับโรค AIDS ที่ไม่มีทางรักษา
ผู้กำกับ Bruno Santamaría Razo จึงต้องใช้ศาสตร์แห่งภาพยนตร์บำบัดมาคอยเยียวยา นำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นสารคดีขยี้ด้วยส่วน fiction ให้ทั้งโลกได้รู้ว่าเขาและครอบครัวผ่านวันคืนเหล่านั้นกันมาอย่างไร!
- FLESH AND FUEL กำกับโดย Pierre le Gall (ฝรั่งเศส-โปแลนด์) สาย Critic’s Week Special Screening
หนังเล่าเรื่องความรักวิบากระหว่างสองสารถีผู้ขับขี่รถบรรทุกขนส่งในฝรั่งเศส โดย Étienne มาจากประเทศเจ้าบ้าน ในขณะที่แรงงานข้ามถิ่นอย่าง Bartosz เขามาจากโปแลนด์แดนยุโรปตะวันออก หลังการแอบนัดเดทเพื่อบ่งบอกความต้องการระหว่างกัน พวกเขาก็ดันโดนสารวัตรตำรวจมาตรวจสอบพฤติกรรมในป่ายามค่ำ ทำให้สวรรค์ล่มหมดอารมณ์จนต้องแยกย้ายกันไป แต่ในเมื่อฝ่าย Étienne เขารู้สึกว่า Bartosz คือยอดดวงใจที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตตามหา Étienne จึงพยายามละเมิดทุกกฎกติกาเพียงเพื่อจะได้มีโอกาสกลับในอ้อมกอดของ Bartosz อีกครั้ง!
แม้จะจริงจังกับการถ่ายทอดฉากร่วมรักที่ ‘จัดหนัก’ กันภายในรถบรรทุก แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง Étienne กับ Bartosz กลับอบอุ่นและดูสนุก เมื่อฝ่าย Étienne หันมาเป็นฝ่ายรุกอยากจะพิชิตดวงใจของ Bartosz ให้รู้แล้วรู้รอดกันไป
หนังสรุปจบในแนวทางที่ไม่ใคร่จะได้เห็นในงานเควียร์ร่วมสมัย ซึ่งก็เป็นอะไรที่ดีต่อใจ ขยับขยายให้วงการหนังวายขายจิ้นแบบ boys’ love กลายมาเป็น men’s love ได้อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน
- ‘หาอะไร?’ กำกับโดย ทศพร เหรียญทอง (ไทย) สาย Critic’s Week Short Film
เนื้อหาว่าถึงกิจกรรมของชมรมเกย์หิวที่อาศัยโรงหนังชั้นสองวนฉายหนังสยองเงียบในความมืดที่ไม่มีใครเหลียวมอง เพราะต่างฝ่ายต่างจับจ้องเรียกร้องว่าเรามามีเซ็กซ์กันดีไหม อาศัยความอนธกาลในโรงหนังนี่แหละมาเป็นเครื่องอำพรางกำบัง ความมืดที่ไม่เคยตั้งตนมาพิพากษาตัดสินคุณค่าใคร ๆ และเมื่อมีเกย์หนุ่มละอ่อนหน้าใหม่หลงเข้ามา เขาก็เกร็งจนไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร แม้จะได้สบตากับหนุ่มผมยาวที่ถูกใจ แต่ก็ทำไก๋ไขสือไปว่าที่มานี่คืออยากดู Nosferatu!
‘หาอะไร?’ จึงเป็นหนังสั้นที่จับคู่ ‘ตัณหาราคะ’ ระหว่างการระบายความต้องการทางกามารมณ์ กับวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ในโรงหนังเก่าเข้าด้วยกันได้อย่างสร้างสรรค์และคมคาย ถ่ายทอดทุกความเซ็กซี่เย้ายวนชวนฝันได้อย่างแสบร้าย ชวนให้ใจหายเมื่อโรงภาพยนตร์ได้กลายเป็นสถานที่ปรนเปรออารมณ์สวาทใคร่ของเหล่าชายเกย์!


