วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2569

Login
Login

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026

เมื่อเทศกาลหนังเมืองคานส์แทบจะกลายเทศกาลหนังเควียร์ 'กัลปพฤกษ์' มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ ที่เข้าฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ 2026

โดนแซวไปเป็นที่เรียบร้อย สำหรับเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ครั้งที่ 79 ประจำปี 2026 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ค่าที่เมื่อมีหนังนานาชาติเล่าชีวิตของผู้คนร่วมสมัย ซึ่งความเปิดกว้างและเลื่อนไหลทางอัตลักษณ์เพศกลายเป็นสิ่งสามัญที่พบเห็นได้โดยตัวไป ตัวละครในหนังที่ฉายในเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์จึงละลานไปด้วยกลุ่มคนเพศหลากหลายในทั่วทุกสาย จนมันแทบจะกลายเป็นเทศกาลหนังเควียร์เข้าไปทุกที

คือถ้าปีหน้าเทศกาลคานส์เปลี่ยนชื่อเป็น Cannes Queer Film Festival ก็คงไม่มีใครตกอกตกใจกัน เพราะเรื่องราวชีวิตของคนทุกเพศเป็นเรื่องสำคัญ ทางเทศกาลจึงยินดีนำเสนอโดยไม่ปิดกั้น เพราะมันล้วนเป็นภาพสะท้อนของตัวละครจริงในโลกยุคปัจจุบันซึ่งมนุษย์ในวัยเจริญพันธุ์สามารถจะรักกันได้ทั่วทั้งหมดไม่ว่าจดแจ้งไว้เป็นเพศไหน

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026

และเพื่อเป็นการทิ้งทวนเดือน Pride 2026 ‘กัลปพฤกษ์’ ขอยกขบวนหนังที่มีตัวละครหลักสังกัดในกลุ่ม LGBTQ+ ที่จัดฉายในสายต่าง ๆ ของเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ มาขานชื่อให้ได้รอติดตามกันจำนวน 20 เรื่อง เผื่อเรื่องไหนมีโอกาสได้มาฉายเมืองไทยจะได้ลองหาดูกัน แล้วจะได้เห็นว่าความหลากหลายทางเพศมันกำลังจะกลายเป็นเรื่องธรรมดาสามัญเข้าทุกวัน ๆ ใครที่อยากจะทันกระแสก็แรระบายปาดไฮไลท์กันไว้ได้ หวังว่าทุกเรื่องจะมีโอกาสได้ฉายในบ้านเราโดยเร็ววัน!

  1. FJORD กำกับโดย Cristian Mungiu (โรมาเนีย-นอร์เวย์-ฝรั่งเศส-สวีเดน-เดนมาร์ก) สายประกวดหลัก-รางวัลปาล์มทองคำ

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 มาเริ่มกันตั้งแต่หนังรางวัลปาล์มทองคำ ประจำเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 เรื่องนี้ ที่แม้ว่าเนื้อหาหลักจะว่าด้วยสถานการณ์ฝันร้ายของคู่สามี-ภรรยา ชาว โรมาเนีย-นอร์เวย์ (แสดงโดย Sebastian Stan และ Renate Reinsve) ที่เพิ่งจะโยกย้ายมาหาทำเลลงหลักปักฐานใหม่ในเมืองริมแนวฟยอร์ดทอดยาวพร้อมบุตรชายและบุตรสาว ณ บ้านเกิดของฝ่ายภรรยา และกลับต้องมาเจอปัญหาเมื่อผู้เป็นมารดาเกิดอาการมือลั่นดันไปตีโดนสีข้างบุตรสาวจนฟกช้ำเป็นแนวยาว คราวนี้คุณครูที่เห็น และคนที่เป็นผู้พิทักษ์เด็กเยาวชน ก็เริ่มกังวลใจ ว่าฝ่ายมารดาเลือกใช้อารมณ์ในการทำร้ายร่างกายเพื่อสั่งสอนลูกหรือไม่ บังคับให้เด็ก ๆ ย้ายไปอยู่กับผู้อุปถัมภ์ดูแล เพื่อนำตัวพ่อแม่ไปไต่สวนคดี!

หนังเรื่องนี้มีตัวละครนักเรียนหญิงข้างบ้านที่แสดงอาการรักใคร่และเป็นห่วงเป็นใยของบุตรสาวบ้านนี้อย่างดีเป็นพิเศษ ซึ่งแม้หนังจะมิได้นำเสนอเพศสภาพของตัวละครตรง ๆ แต่ใครที่ได้ดูก็คงสรุปได้ว่ามันน่าจะเป็นความสัมพันธ์ในแบบ sapphic!

 

  1. THE BLACK BALL กำกับโดย Javier Calvo และ Javier Ambrossi (สเปน-ฝรั่งเศส) สายประกวดหลัก-รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 เล่าเรื่องราวชีวิตของเกย์หนุ่มจากสามยุคสามสมัย ได้แก่ เมื่อปี ค.ศ. 1932, 1937 และ 2017 โดยมีบทประพันธ์ที่ยังแต่งไม่เสร็จเรื่อง La bola negra หรือ The Black Ball ของ Federico García Lorca เป็นแกนกลางคอยเชื่อมต่อ  ปี ค.ศ. 1932 นำเสนอผ่านตัวละคร Carlos ด้วยการตั้งสมมติฐานว่า ถ้า Lorca ยังไม่ตาย ผลงานของเขาจะเป็นอย่างไร 

ค.ศ. 1937 เล่าชีวิตรักของสองทหารหนุ่มในโรงพยาบาลทหาร ส่วน ค.ศ. 2017 ก็ระเห็จข้ามมาในยุคสมัยปัจจุบัน ที่เกย์หนุ่มอย่าง Alberto สามารถใช้ application นัดหาคู่ได้อย่างเปิดเผย แต่ก็ลงเอยมีปัญหากับแฟนหนุ่มและมารดา ราวกับชีวิตเกย์ไม่ว่าจะสมัยไหน ก็ไม่มีทางได้อยู่สุขสบายเหมือนใคร ๆ เขา

ผู้กำกับ Javier Calvo และ Javier Ambrossi เล่ามหากาพย์ที่เชื่อมโยงกับบทประพันธ์เรื่อง La bola Negra ของนักเขียนเกย์ Federico Garcia Lorca ออกมาได้อย่างยิ่งใหญ่ตระการหูตระการตาด้วยเงินลงทุนมหาศาล แต่ลีลาการเล่ายังเห็นเค้ารอยของความทะเยอะทะยาน หลาย ๆ จุดยังเล่าแบบผ่าน ๆ จนยังไม่เห็นการเชื่อมร้อยเรื่องราวทั้งหมดได้อย่างมีเอกภาพนัก

 

  1. COWARD กำกับโดย Lukas Dhont (เบลเยียม-ฝรั่งเศส-เนเธอร์แลนด์) สายประกวดหลัก-รางวัลการแสดงยอดเยี่ยมโดยนักแสดงชาย

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 Valentin Campagne และ Emmanuel Macchia คว้ารางวัลการแสดงยอดเยี่ยมโดยนักแสดงชายไปด้วยกัน จากการเล่นเป็นพลทหารคู่รักในสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง โดย Valentin Campagne รับบทเป็น Francis เกย์หนุ่มลูกเจ้าของร้านตัดเสื้อในเมืองใหญ่ ในขณะที่ Emmanuel Macchia รับบทเป็น Pierre ลูกพระแม่โพสพ ที่มาพบรักกันในกองกำลังทัพหน้า

เมื่อ Francis ถือปรัชญาว่า “อย่าปล่อยผ้าไว้กับกะเทย” ทบเกยผ้าห่มผืนใหญ่ดัดแปลงให้เป็นอาภรณ์สตรี ร้องรำทำเพลงขับขานเมโลดี้ สร้างความสุนทรีย์ให้กองทัพขณะกำลังขับเคลื่อนสงคราม! ส่วน Pierre ก็จะคอยติดตามเป็นผู้ช่วย พอได้อยู่ด้วยกันตามลำพังทั้ง Francis และ Pierre ก็สารภาพรักกัน โดยไม่หวั่นอีกต่อไปว่าจะมีใครมาระแคะระคายหรือไม่ ครองรักอย่างหวานชื่นผ่านวันคืนแห่งไฟสงคราม กระทั่งถึงโมงยามแห่งการจากลาที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า จะมีโอกาสได้กลับมาพบหน้าค่าตากันอีกไหมในช่วงชีวิตนี้!

 

  1. NAGI NOTES กำกับโดย Koji Fukada (ญี่ปุ่น-ฝรั่งเศส-สิงคโปร์-ฟิลิปปินส์) สายประกวดหลัก

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 จริง ๆ เนื้อเรื่องหลักของ Nagi Notes จะเล่าถึงกิจกรรมสุดโปรดของ Yoriko สตรีชาวบ้านผู้มีงานหลักในการทำปศุสัตว์ในเมือง นางิ ทว่ามีงานอดิเรกเป็นประติมากริณี ชอบปั้นรูปเหมือนคนที่เธอรู้จัก วันหนึ่ง Yuri สถาปนิกาอดีตขนิษฐาสะใภ้ของเธอก็โผล่มาทักทาย หลังกลายเป็นแม่หม้ายเนื่องจากได้หย่าขาดจาก Masato พี่ชายของ Yoriko ไปก่อนหน้านี้  สตรีทั้งคู่ต่างต้อนรับขับสู้กันด้วยอัธยาศัยและมิตรไมตรีอันดี ยามที่ไม่มี Masato เข้ามายุ่มย่าม

โดยทั้งสองมีน้องนักเรียนชายข้างบ้าน Hatsuko และ Keita คอยติดตาม สนิทกันจนกล้าถามว่า Yoriko กับ Yuri กำลังแอบกุ๊กกิ๊กกันหรือไม่ ก่อนที่ทั้งสองหนุ่มจะระบายความในใจว่า ชนบทบ้านนอกในญี่ปุ่นช่างไม่เป็นใจให้ Hatsuko และ Keita คบหากันตามประสาคู่รักได้ คอยดูนะโตขึ้นพวกเขาจะเดินทางไปยังไต้หวัน เพราะที่นั่นชายกับชายสามารถจะแต่งงานครองเรือนกันได้ ไม่ต้องมานั่งเกรงอกเกรงใจใคร ๆ เหมือนตอนได้อยู่ในเมือง นางิ!  

หนังเรื่องนี้จึงวิพากษ์ถึงความล้าหลังของสังคมแบบปิตาธิปไตยในเมืองชนบทของญี่ปุ่นที่คนรุ่นใหม่ ๆ ยังคงต้องเจออยู่เสมอ ดังที่สองเกลอวัยละอ่อนต้องมานั่งถอนหายใจว่าทำไมพวกเขาจะรักกันไม่ได้ ถ้าใจจะตรงกันขนาดนี้แล้ว!

 

  1. BITTER CHRISTMAS กำกับโดย Pedro Almodóvar (สเปน) สายประกวดหลัก

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 ผู้กำกับเควียร์ Pedro Almodóvar ยังคงเลือกเล่าเนื้อหาใกล้ตัวเกี่ยวกับอาการหมดไฟไร้ความคิดสร้างสรรค์ของศิลปินนักทำหนัง โดยได้สร้างตัวละครผู้กำกับเกย์ชื่อดัง Raúl (Leonardo Sbaraglia) กำลังนั่งปั่นบทหนังเรื่องใหม่ ใน ค.ศ. 2026 ด้วยการวกกลับไปยังปี ค.ศ. 2004 แล้วสร้างตัวละครผู้กำกับหนังโฆษณาสตรี Elsa (Bábara Lennie) ที่เหมือนจะเป็น alter-ego ของตัวเขาเองอีกที กำลังชีช้ำเมื่อแฟนนักดับเพลิงหนุ่มล่ำที่หารายได้เสริมด้วยการเต้นระบำเปลื้องผ้า ได้โบกมือลาจากนางไปเพียงไม่กี่วันก่อนจะถึงคริสต์มาส บรรดาญาติสนิทมิตรสหายของเธอจึงต้องคอยเข้ามาปลอบใจไม่ให้ Elsa ต้องซึมเศร้าหรือเหงาใจ และพร้อมที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ แม้ว่าสภาพจิตใจจะยังไม่เป็นปรกติ!

Bitter Christmas จึงเป็นหนังเกี่ยวกับพลังการริเริ่มสร้างสรรค์ที่ศิลปินทุกรายต้องคอยหาแรงบันดาลใจ ไม่ว่าชีวิตรักจะมีสถานะเป็นอย่างไร จะถูกทิ้งให้อยู่อย่างเดียวดายแบบ Elsa หรือมีคู่ขาชายคอยเอาใจอย่าง Raúl ทุกคนก็ล้วนต้องเริ่มต้นจากศูนย์ทุกครั้งที่กำลังเริ่มต้นคิดสร้างผลงาน!

 

  1. A WOMAN’S LIFE กำกับโดย Charline Bourgeois-Tacquet (ฝรั่งเศส-เบลเยียม) สายประกวดหลัก

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 หนังสายประกวดเรื่องนี้แหละ ที่จะมาตีแผ่ภาพชีวิตของ Gabrielle (Léa Drucker) ศัลยแพทย์สาวใหญ่ผู้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ณ โรงพยาบาลแห่งเมืองลิยง ประเทศฝรั่งเศส เธอเป็นคนรักต่างเพศ ออกเดทกระทั่งแต่งงานอยู่กินกับสามีนาม Henri (Charles Berling) โดยมีลูกเลี้ยงวัยรุ่นพอให้เธอได้ปวดหัว ครอบครัวของเธอยังมีมารดาวัยชราที่ Gabrielle ยังต้องรับผิดชอบหาเงินและเวลามาดูแล ชีวิตของเธอกับสามีและแม่ดูจะสมถะไม่มีอะไรให้ต้องวอแว แต่พอ Frida (Mélanie Thierry) นักประพันธ์สตรีเข้ามาในชีวิตของ Gabrielle ขอติดตามชีวิตเพื่อเป็นข้อมูลในการลิขิตเขียน ความรู้สึกทั้งหมดของ Gabrielle ก็เริ่มจะแปรเปลี่ยนไป จากที่เคยมั่นอกมั่นใจว่าเธอเป็นหญิงรักต่างเพศมาตลอดชีวิต และรังเกียจความใกล้ชิดระหว่างเพศหญิงด้วยกัน แต่ทำไมพอมาเจอ Frida หัวใจเธอเริ่มไหวหวั่น ต้องเก็บใบหน้านางมาฝัน และแทบจะตอบตกลงทันทีที่ Frida เอ่ยปากขอลองคบ!

ชีวิตหญิงแกร่งอย่าง Gabrielle จึงจบลงที่การเปลี่ยนเป็นไบเซ็กชวล แพ้เสน่ห์อันเย้ายวนของผู้หญิงด้วยกันเข้าจนได้ สะท้อนภาพอัตลักษณ์ทางเพศที่เลื่อนไหล ว่าวันหนึ่งเราก็อาจจะย้ายไปอยู่ในฝั่งข้างที่ตัวเองเคยวางกำแพงตั้งแง่มาก่อน!

 

  1. GARANCE กำกับโดย Jeanne Herry (ฝรั่งเศส) สายประกวดหลัก

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 Garance จะมีความละม้ายคล้ายคลึงกับ A Woman’s Life ที่เพิ่งจะแนะนำไป เนื่องจากเป็นการเล่าถึงเพศสภาพที่เลื่อนไหลของสตรีที่เคยคบหากับผู้ชาย ทว่าสุดท้ายก็สามารถตกล่องปล่องชิ้นกับเพื่อนเพศเดียวกันได้อย่างสนิทใจ แต่ตัวละคร Garance (Adèle Exarchopoulos) ในหนังเรื่อง Garance จะมีอาชีพเป็นนักแสดงละครเวที ที่บางทีถ้าคิวว่างก็จะรับจ้างไปแสดงละครเยาวชนให้คนรุ่นใหม่ได้ enjoy กับการแสดงศิลปะ การทำงานร่วมกับคณะละครก็ดูจะทำท่าไปได้ดี ถ้า Garance จะไม่มีปัญหาเป็นสตรีขี้เหล้าเมายา ถ้าดื่มหนักในคืนไหน รุ่งเช้าเธอก็จะมาทำงานสาย หรือบางทีก็ต้องพลาดคิวไป ทำให้เจ้านายและเพื่อนร่วมงานต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดกับเธอ

สุดท้าย Garance ก็ต้องไปพบเจอแพทย์เพื่อการบำบัด ในขณะที่เธอตัดขาดความสัมพันธ์กับแฟนหนุ่มคนเก่า แล้วเข้ามาอาศัยอยู่กินกับเพื่อนหญิงด้วยกันอย่าง Pauline (Sara Giraudeau) โชว์รสนิยมในแบบไบเซ็กชวลขนานแท้ของ Garance ว่ายามใดที่เธอต้องการคนเคียงกายเป็นมนุษย์เพศไหน เธอก็สามารถสับสวิทช์ได้ในทันทีได้โดยไม่มีความสงสัยลังเล!

 

  1. THE MAN I LOVE กำกับโดย Ira Sachs (สหรัฐอเมริกา) สายประกวดหลัก

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 หนังส่วนตัวของผู้กำกับเกย์อเมริกันรุ่นใหญ่ ผู้เคยผ่านชีวิตในยุค 1980s ที่มหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ในฐานะของศิลปินไส้แห้ง! โดยในเรื่องนี้เขาให้นักแสดงหนุ่ม Rami Malek มารับบทเป็น Jimmy George ตัวละครสมมติที่ถอดแบบจุดประกายมาจากชีวิตจริงของผองเพื่อนของผู้กำกับเองในยุคสมัยนั้น 

Jimmy George เป็นศิลปินผู้มีพรสวรรค์ด้านการแสดง แต่ต้องมาไส้แห้งเพราะไม่มีเรี่ยวมีแรงจะแข็งใจขึ้นเวที หลังจากที่เขาได้รับการวินิจฉัยว่าได้รับเชื้อ HIV ที่ไม่อาจรักษาให้หายได้ ฝ่าย Dennis (Tom Sturridge) แฟนหนุ่มของเขา จึงต้องย้ายเข้ามาร่วมอาศัยคอยให้การดูแล แต่ Jimmy ก็ยังรักสนุกและซุกซน ชอบชักชวนพลพรรคศิลปินนักดนตรีมาร่วมปาร์ตี้ ทั้งยังแอบหลีเพื่อนบ้านหนุ่มที่เพิ่งย้ายเข้ามา โดยหาได้เจียมสังขารตัวเองเลยสักนิด!

หนังทั้งเรื่องเหมือนจะคิดมาให้เป็นเวทีโชว์ฝีมือทางการแสดงของ Rami Malek ในการรับบทเกย์ใจแตกแห่งยุค 1980s ซึ่งก็น่าเสียดายที่ Rami Malek ดูจะพยายามตั้งใจรับบทบาทนี้ด้วยจริตจะก้านที่ออกจะประดิษฐ์มากเกินไป ในหลาย ๆ ซีนจึงยังดูดัด ๆ และขัด ๆ จนไม่เป็นธรรมชาติ สวนทางกับบรรยากาศในแบบยุค 1980s ที่ Ira Sachs รังสรรค์ออกมาได้อย่างน่าเชื่อเหลือเกิน!

 

  1. THE UNKNOWN กำกับโดย Arthur Harari (ฝรั่งเศส-อิตาลี) สายประกวดหลัก

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 ผู้กำกับฝรั่งเศส Arthur Harari นำเอานิยายภาพ graphic novel เรื่อง The Case of David Zimmerman (2024) ที่เขาร่วมเขียนกับ Lucas Harari น้องชาย มาถ่ายทำเป็นหนังขนาดยาว โดยได้นักแสดงสาว Léa Seydoux กับนักแสดงหนุ่ม Neils Schneider มาร่วมรับบทนำเป็น Eva และ David ตามลำดับ

หนังจับเรื่องราวไปที่ David ช่างภาพหนุ่มที่ชอบใช้เวลาในการสุ่มถ่ายภาพบ้านเมืองของกรุงปารีสในแต่ละยุคสมัย สานต่อจากสิ่งที่บิดาของเขาเคยสะสมเอาไว้ ด้วยนิสัยไม่ใคร่จะสุงสิงกับใคร ๆ มากนัก วันหนึ่งเพื่อนรักได้ชวนเขาไปงานปาร์ตี้ กระทั่งเขามีโอกาสได้พบกับ Eva สตรีที่เขารู้สึกถูกชะตา ทั้งคู่หาโอกาสลอบร่วมรักกันทั้งที่สวมเสื้อผ้า โดยที่ยังไม่รู้จักกันเลยว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

งานจบทุกคนก็ได้เวลาแยกย้าย David กลับมานอนหลับเป็นตาย แต่พอตื่นเช้ามาแทนที่จะเห็นหน้าตัวเองเป็นผู้ชาย เขาก็ได้กลายร่างเป็นหญิงสาวปริศนาที่ได้ร่วมบรรเลงเพลงกามามาแบบสด ๆ ร้อน ๆ จากนั้นคู่ตัวละครต่างก็ต้องตามหาว่าอีกฝ่ายเป็นใครบ้านอยู่ที่ไหน โดยที่หนังไม่ได้อธิบายเลยว่าเกิดอะไร ทำไมชายหญิงคู่นี้จึงได้สลับร่างกัน กลายเป็นงานอาถรรพ์ body horror นำเสนอภาวะอันน่าสยดสยอง สนองบรรยากาศเควียร์แบบสลับเพศอย่างไร้ต้นสายปลายเหตุให้ได้มาวิเคราะห์เจาะเจตนากันเลย!

 

  1. TEENAGE SEX AND DEATH AT CAMP MIASMA กำกับโดย Jane Schoenbrun (สหรัฐอเมริกา-แคนาดา) สาย Un Certain Regard รางวัล Queer Palm

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 สลับย้ายมาที่สาย Un Certain Regard กันบ้าง กับหนังที่คว้ารางวัล Queer Palm หรือหนัง LGBTQ+ ยอดเยี่ยมประจำเทศกาลในปีนี้ได้ ได้แก่ Teenage Sex and Death at Camp Miasma โดยผู้กำกับทรานส์ Jane Schoenbrun เป็นหนังสยองขวัญฝีมือคนรุ่นใหม่ที่หันไปติดใจหนังสยองขวัญตระกูลไล่เชือดในยุค 1980s ที่มักจะสร้างกันออกมาหลายภาคต่อ

โดยในเรื่องนี้ Jane Schoenbrun ขอเล่าผ่านตัวละครคุณ Kris (Hannah Einbinder) ผู้กำกับหญิงเลสเบี้ยนเซียนหนังสยองขวัญแห่งยุค 1980s เพราะ she ดูมาแล้วทุกเรื่องทุกภาค โดยในขณะกำลังตกยาก เธอก็แหกปากร้องดีใจเมื่อได้รับไฟเขียวให้ทำหนังสยองขวัญเรื่องใหม่ ซึ่งจะเป็นการชุบตำนานหนังชุด Camp Miasma (อ้างอิงจาก Sleepaway Camp-1983) ในอดีตให้เป็นฉบับร่วมสมัย

ผู้กำกับ Kris จึงไม่รอช้า หาโอกาสเทียบเชิญดาราสาวจากหนังภาคแรก Billy Presley (Gillian Anderson) มาแสดงในหนังฉบับใหม่ หลังจากที่เธอหันหลังให้วงการ Kris ตามตัว Billy ไปถึงบ้าน ก่อนจะทราบว่าสถานที่ที่เธออยู่ปัจจุบันมันคือค่ายสยองขวัญที่กองถ่าย Camp Miasma เคยมาใช้ตอนถ่ายทำภาคแรก!

จากนั้นเรื่องสุดแปลกก็ทยอยค่อย ๆ วนเวียนมาหลอกหลอน ทั้งฆาตกรผีช่องแอร์ วิญญาณที่ผุดมาจากก้นแม่น้ำ ห้องฉายภาพความสำเร็จในหนหลัง และเสียงหัวใจที่ก้องดังของทั้ง Kris และ Billy ยามที่ทั้งคู่ประคองกอดกัน ในหนังสยองขวัญเลสเบี้ยนกึ่งจริงกึ่งฝัน ถูกใจคอหนังผีสายพันธุ์ 1980’s เป็นอย่างดีนักแล

 

  1. ELEPHANTS IN THE FOG กำกับโดย Abinash Bikram Shah (เนปาล-ฝรั่งเศส-เยอรมนี-บราซิล-นอร์เวย์) สาย Un Certain Regard รางวัล Jury Prize

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 เปรี้ยวที่สุดในสาย Un Certain Regard ประจำปีนี้ หนังจากเนปาลเรื่องแรกที่ได้รับคัดเลือกให้ร่วมฉายในสายทางการของเทศกาลคานส์ เล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชนเผ่าชาวทรานส์กลางป่านาม Kinnar ที่เหล่าสมาชิกสมัครใจกันมาอยู่ร่วมเป็นชุมชนเดียวกันสำหรับผู้ที่มีเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิดเท่านั้น 

Pirati รับหน้าที่สำคัญเป็น ‘แม่ใหญ่’ ของหมู่บ้าน จัดเวรให้สมาชิกนงคราญสาวทรานส์สลับกันออกไปไล่ฝูงช้าง ไม่ให้ย่างกรายมาทำลายพืชพันธุ์ที่กั้นเขตรั้วไว้ ทว่าเมื่อวันหนึ่งธิดาของเธอหายตัวไป Pirati จึงต้องร้องขอให้ตำรวจช่วยไปตามหาสมาชิกสุดที่รัก ในขณะที่เธอก็มีแผนจะหนีไปปักหลักกับแฟนหนุ่มมือกลองของนาง

ทว่าเมื่อฝ่ายตำรวจอ้างโน่นอ้างนี่ มีอคติกับเพศสภาพของคนในชุมชน Kinnar กันอย่างออกหน้า Pirati จึงไม่หวังว่าจะได้รับความร่วมมือใด ๆ อีกต่อไป เธอลงแรงออกตามล่าหาตัวธิดาที่หนีไปให้ได้ เพื่อสาวต้นสายปลายเหตุว่าทำไมนางถึงได้ทิ้งชุมชนไปอย่างลงคอ!

สิ่งที่ต้องขอชื่นชมเลยก็คือ ผู้กำกับ Abinash Bikram Shah นำเสนอบรรดาตัวละครสมาชิกของชุมชน Kinnar ได้อย่างงามสง่าและน่าเคารพยิ่ง ทุกนางมีความเป็นหญิงแกร่งดูเก่งดูแพง แต่งเนื้อแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์สตรีท้องถิ่นทั่ว ๆ ไปทว่ายังเก๋ไก๋ดูดีได้อย่างไร้ความฉูดฉาด โดยเฉพาะตัวละคร Pirati ที่ประกาศภาวะความเป็น ‘แม่ก็คือแม่’ ราวเป็นหญิงแท้ที่คลอดทุกคนมาจากร่างกายตน ยิ่งใหญ่ในคุณค่าแห่งความเป็นคน ที่จะไม่ยอมทนต่อการดูถูกดูแคลนทั้งหลาย จนกลายเป็นงานเอาใจมหาชนที่คนดูพร้อมใจกันปรบมือให้ดัง ๆ!

 

  1. CLUB KID กำกับโดย Jordan Firstman (สหรัฐอเมริกา) สาย Un Certain Regard

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหนังตลกเกย์ที่ทำออกมาเพื่อกลุ่มคนดู LGBTQ+ จัดเต็มด้วยมุกตลกแบบวงในอย่างเรื่อง Club Kid จะสามารถพิชิตใจมหาชนคนดูที่เทศกาลคานส์ สร้างเสียงหัวเราะด้วยความสนุกสนานสำราญ ดูจบแล้วทุกคนปรบมือให้ด้วยความชื่นบาน เมื่อหนังสามารถเล่าผ่านภาษาสากล จนคนดูทุกเพศทุกวัยก็ยังสามารถเข้าถึงสารัตถะของมันได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีรสนิยมเดียวกันกับตัวละคร!

Club Kid เล่าย้อนเหตุการณ์ผิดพลาดในอดีตของ Peter (Jordan Firstman แสดงเอง) เกย์หนุ่มที่เคยเผลอเมาแล้วดันไปเอากับเพื่อนหญิงที่ลอนดอน ทว่าตอนนี้เขาใช้ชีวิตอย่างสุดแฮปปี้อยู่ที่ นิวยอร์ก เข้าออกคลับบาร์ปาร์ตี้กับเหล่าเพื่อนเกย์กะเทยของเขาทุก ๆ ค่ำคืน วันดีคืนดีก็มีสตรีจากอังกฤษมายืนอยู่หน้าประตูบ้าน บอกว่ามารดาของหนุ่มน้อย Arlo (Reggie Absolom) เพิ่งฆ่าตัวตายจนตุยเย่ไป ตอนนี้ Arlo จึงไม่มีใคร ขอให้ Peter ผู้เป็นบิดา รับอุปการะในฐานะลูกในไส้

ได้ยินแบบนี้ Peter ก็ stunt จังงัง ตั้งตัวไม่ถูกเลยว่าจะทำอย่างไร สุดท้ายเขาก็ต้องพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้ว่า เกย์สายเฮฮาปาร์ตี้มีคู่ขาไม่เลือกหน้าอย่างเขา ก็สามารถเอาใจใส่ดูแลเทคแคร์บุตรชายด้วยสายเลือดแห่งการเป็น ‘พ่อคน’ จน Arlo ต้องให้ความเคารพเขาได้ เช่นกัน!

ผู้กำกับ Jordan Firstman ยกเอาสารพันมุกตลกทั้ง dirty joke และ witty joke มาทำให้ผู้ชมต้องโยกคลอนด้วยเสียงหัวเราะได้ตลอดความยาว 126 นาที เป็นอีกหนึ่งหนังเควียร์สุดเซอร์ไพรส์แห่งปีที่ไม่ว่าจะเพศไหน ๆ ก็คงอดตกหลุมรักยอดชายนาย Peter คนนี้ไม่ได้ในความรักลูกของนาง!

 

  1. JIM QUEEN กำกับโดย Marco Nguyen และ Nicolas Athane (ฝรั่งเศส) สาย Midnight Screenings

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 นอกเหนือจาก Club Kid หนัง animation สาย Midnight Screenings อย่าง Jim Queen จากฝรั่งเศส ก็สามารถสร้างความบันเทิงให้กับผู้ชมทุก ๆ เพศที่ได้เข้าไปชมจนแน่นขนัดโรงหนัง Grand Théâtre Lumière ด้วยเช่นกัน แม้ว่ามุกตลกต่าง ๆ ของมันดูจะ inside และ ‘รู้กัน’ เฉพาะกลุ่ม แต่คนดูก็ยังสามารถสุ่มเดาความหมายกันได้ว่า แต่ละมุกนั้นหมายถึงอะไรและมีความสัปดี้สัปดนกันขนาดไหน

ทำให้ Jim Queen กลายเป็นอีกหนึ่งหนังยอดฮิตประจำเทศกาล เป็นงานที่เฉลิมฉลองรสนิยมเพศที่หลากหลาย จนคนดูทั้งหญิงชาย และไม่ว่าจะเพศใด ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะขำกลิ้งไปกับแทบทุกมุกของหนัง

เนื้อเรื่องของ Jim Queen ตั้งสมมติฐานเอาไว้ได้อย่างแสนตอแหล ว่าถ้าวันดีคืนดีมีการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสร้าย ทำให้เก้งกวางทุกนายต้องกลับกลายมาเป็นชายแท้ พวกเขาจะรู้สึกแย่ขนาดไหน เมื่อหุ่นกำยำที่อุตส่าห์ปล้ำสร้างกันแทบตาย จะกลายเป็นเชื้อไฟสวาทสร้างความปรารถนาและราคะให้กับฝูงคณะชะนี! ไม่มีทางหรอก! พวกเขายอมไม่ได้ ชาตินี้ไม่มีวันทิ้งลาย เกิดมาเป็นชายรักชาย ก็ต้องตายในนามชายรักชาย ต้องช่วยกันหาวิธีแก้เผ็ดถอนเคล็ดเชื้อร้ายนี้ให้จงได้ เพราะเหล่าชายรักชาย เขาจะไม่มีวันเสียชาติเกิดที่กำเนิดกันมาเป็นเกย์!

เท่านั้นแหละมุกตลกฮาเฮจากผู้ไม่ยอมหันเหเพศสภาพก็ทำให้ผู้ชมกำซาบดื่มด่ำไปกับน้ำใจอันหนักแน่นราวหินผาจนไม่สามารถจะมาดูหมิ่นดูแคลนอะไรได้เลย!

 

  1. SPECIES กำกับโดย Marion le Corroller (ฝรั่งเศส) สาย Midnight Screenings

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 หนัง body horror ฝีมือผู้กำกับสตรี ที่เหมือนจะตามรอยงานอย่าง Raw (2016) หรือ Titane (2021) ของ Julia Ducournau หรือ The Substance (2024) ของ Coralie Fargeat โดย Mara Taquin มารับบทบาทเป็น Margot นักศึกษาแพทย์หญิงที่ยิ่งเข้ามาทำงาน ณ สถานดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินมากเท่าไหร่ เธอก็รู้สึกห่อเหี่ยวใจ เกิด burnout ไปกับความเครียดที่ต้องรับหน้าคนไข้ให้ได้เกิน 25 รายต่อวัน

กระทั่งเธอได้เข้าไปรักษาสตรีตั้งครรภ์ที่ร่างกายดันเหงื่อกาฬออกมาเป็นโลหิต Margot จนปัญญาไม่รู้ว่าจะคิดอ่านหาทางรักษาให้อย่างไร แต่ต่อมาคนไข้รายนี้ก็หายตัวไป ส่งผลให้ Margot เป็นผู้ติดเชื้อรายใหม่มีเลือดไหลออกทางผิวหนังเอวังไปด้วยประการฉะนี้

โจทย์ใหญ่ของหนังคือ Margot ต้องหาวิธีรักษาโรคร้ายนี้ให้ได้ โดยในช่วงหนึ่งหนังได้ใส่ฉากเลิฟซีนของ Margot กับเพื่อนหมอที่เป็นสตรี โดยหาได้มีการพัฒนาความสัมพันธ์เพิ่มเติมใด ๆ ดูจบแล้วทุกคนจึงตั้งข้อสงสัยว่าฉากรักเลสเบี้ยนนั้นมาได้ยังไง ไม่เห็นจะเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่เหลือ!

 

  1. ROMA ELASTICA กำกับโดย Bertrand Mandico (ฝรั่งเศส-อิตาลี) สาย Midnight Screenings

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 หนังเพี้ยน ๆ เฮี้ยน ๆ กึ่ง ๆ ล้อเลียนผลงานของผู้กำกับระดับปรมาจารย์อย่าง Federico Fellini เรื่อง Roma Elastica ที่ได้สองดาราหน้าสวยจากฝรั่งเศสอย่าง Marion Cotillard และ Noémie Merlant มารับบทเป็นสองสาว Eddie และ Valentina คนหนึ่งเป็นดาวแห่งวงการมายา อีกคนเป็นช่างแต่งหน้าประจำตัว ที่ไม่ว่าแม่ดารา Eddie she จะบินทั่วฟ้าไปหนไหน นาง Valentina ก็จะติดตามไปด้วยทุกที่

โดยหนังได้ย้อนเวลาไปยังปี 1982 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ที่ทั้ง Eddie และ Valentina จะต้องเดินทางไปทำงานสำหรับหนังเรื่องใหม่ แต่อย่าหวังเลยนะว่าใคร ๆ จะหลอกแอ้มแม่ Eddie ได้ เพราะแท้แล้ว Valentina คือยอดยาใจ เป็นคู่เลสเบี้ยนขาใหญ่ที่จะไม่ยอมให้ใครมาตีตราหรือด้อยค่ายอดยาหยีอย่าง Eddie คนนี้เลย!

 

  1. MARIE MADELEINE กำกับโดย Géssica Généus (เฮติ-ฝรั่งเศส-เบลเยียม-ลักเซมเบิร์ก-แคนาดา) สาย Cannes Premiere

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 หนังคู่มารศาสนาท้าทายพระคัมภีร์ไบเบิล เล่าเรื่องราวชีวิตและการเดินทางของ Marie Madeleine (ผู้กำกับรับบทนำด้วยตัวเอง) ซึ่งมีอาชีพเป็นโสเภณีพลีกายเพื่อหารายได้ในชุมชนเคร่งศาสนาทางตอนใต้ของประเทศเฮติ ว่าเธอมีวิธีรับมืออย่างไรให้สามารถเอาตัวรอดได้ ในสังคมหน้าไหว้หลังหลอกจอมปลอมและปอกลอกยิ่งกว่าพวกนอกศาสนา ซึ่งสุดท้ายเธอก็มาเป็นมิตรกับ Joseph (Béonard Monteau) บุตรชายบาทหลวงใหญ่ผู้มีหัวใจโต้แย้งกับหลักในพระคัมภีร์ เนื่องจากเขามีคนรักเป็นผู้ชายด้วยกัน

เท่านั้นแหละ Marie Madeleine และ Joseph ก็รู้สึกผูกพันกันในทันที เพราะพวกเขาล้วนมีวิถีทางเพศที่พ้นจากขอบเขตอันเป็นมาตรฐาน ทั้งคู่เข้าอกเข้าใจเหมือนได้รู้จักกันมานาน เพราะฝ่ายมารก็ย่อมเข้าใจหัวอกพวกมาร โดยไม่ต้องการมุมมองเห็นต่างมาคอยสร้างความขุ่นเคืองใจในสิ่งที่พวกเขาก็มิได้ทำอะไรผิด!

 

  1. MARVELOUS MORNINGS กำกับโดย Avril Besson (ฝรั่งเศส) สาย Special Screenings

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 หนัง romantic comedy เรื่องเล็ก ๆ น่ารัก ๆ ที่ทำให้เราตระหนักเลยว่า ไม่มีอะไรที่ไม่สามารถจะเกิดขึ้นได้ในโลกแห่ง ‘ความรัก’ เมื่อคุณยายของ Charlie (India Hair) สตรีฝรั่งเศสนางหนึ่งสิ้นใจ เธอจึงต้องขับรถยนต์ล่องใต้ เอาแผ่นเสียงเพลง disco โบราณไปให้ Titou (Eric Cantona) ตามคำร้องขอ และเมื่อถึงที่ Charlie ก็ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยเฉพาะเมื่อคุณเพื่อนบ้านทราบว่าเธอเพิ่งจะผ่านพ้นอะไรมา

และที่นั่นเองที่เธอได้พบกับ Marina (Raya Martigny) สาวทรานส์ผู้หยิบยื่นไมตรี และที่น่าทึ่งจนกลายเป็นความตราตรึงใจคือ สุดท้าย Charlie ก็ตกหลุมรักกับ Marina ทั้งที่เธอก็ไม่เคยคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ พัฒนาเป็นความสัมพันธ์ที่เธอเองก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไร ขอเพียงได้มี Marina อยู่ใกล้ ๆ เท่านั้นเธอก็รู้สึกอบอุ่นใจ โดยไม่ต้องการใครอื่นใดมาทำให้เธอเจ็บช้ำได้อีก!

 

  1. SIX MONTHS IN A PINK AND BLUE BUILDING กำกับโดย Bruno Santamaría Razo (เม็กซิโก-บราซิล-เดนมาร์ก) สาย Critic’s Week

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026

ข้ามมาที่สาย Critic’s Week กันบ้าง หนังเรื่อง Six Months in a Pink and Blue Building เป็นผลงานที่สร้างจากเรื่องราวส่วนตัวของผู้กำกับเกย์หน้าใหม่จากเม็กซิโก Bruno Santamaría Razo เล่าชีวิตในวัยเด็กที่เขาเติบโตมาในครอบครัวที่คุณพ่อนักวาดภาพประกอบเคยเป็นชายรักชาย ทั้งยังนำโรคร้ายอย่าง AIDS มาสู่ครอบครัวตั้งแต่ตอนที่ผู้กำกับยังเป็นตุ๊ดเด็กตัวเล็ก ๆ อายุเพียง 11 ปี ทำให้บ้านที่เคยอบอุ่นสมาชิกเคยวุ่นวายกับงานเลี้ยงฉลองวันเกิดที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แต่งกายสลับเพศ ต้องผวากับโรค AIDS ที่ไม่มีทางรักษา

ผู้กำกับ Bruno Santamaría Razo จึงต้องใช้ศาสตร์แห่งภาพยนตร์บำบัดมาคอยเยียวยา นำเรื่องราวนี้มาสร้างเป็นสารคดีขยี้ด้วยส่วน fiction ให้ทั้งโลกได้รู้ว่าเขาและครอบครัวผ่านวันคืนเหล่านั้นกันมาอย่างไร!

 

  1. FLESH AND FUEL กำกับโดย Pierre le Gall (ฝรั่งเศส-โปแลนด์) สาย Critic’s Week Special Screening

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 แม้จะไม่ได้ประกวดประชัน แต่สาย Critic’s Week ของเทศกาลคานส์ก็ขอนำเสนอหนังเกย์แนว “แมน ๆ คุยกัน” สุดดุดันอย่าง Flesh and Fuel มาร่วมฉายแบบ Special Screening อีกด้วย ซึ่งก็ช่วยให้ทั้งเทศกาลมีบรรยากาศของงานแนวเควียร์ได้คึกคักขึ้นอีกมาก

หนังเล่าเรื่องความรักวิบากระหว่างสองสารถีผู้ขับขี่รถบรรทุกขนส่งในฝรั่งเศส โดย Étienne มาจากประเทศเจ้าบ้าน ในขณะที่แรงงานข้ามถิ่นอย่าง Bartosz เขามาจากโปแลนด์แดนยุโรปตะวันออก หลังการแอบนัดเดทเพื่อบ่งบอกความต้องการระหว่างกัน พวกเขาก็ดันโดนสารวัตรตำรวจมาตรวจสอบพฤติกรรมในป่ายามค่ำ ทำให้สวรรค์ล่มหมดอารมณ์จนต้องแยกย้ายกันไป แต่ในเมื่อฝ่าย Étienne เขารู้สึกว่า Bartosz คือยอดดวงใจที่เขาใช้เวลาทั้งชีวิตตามหา Étienne จึงพยายามละเมิดทุกกฎกติกาเพียงเพื่อจะได้มีโอกาสกลับในอ้อมกอดของ Bartosz อีกครั้ง!

แม้จะจริงจังกับการถ่ายทอดฉากร่วมรักที่ ‘จัดหนัก’ กันภายในรถบรรทุก แต่ความสัมพันธ์ระหว่าง Étienne กับ Bartosz กลับอบอุ่นและดูสนุก เมื่อฝ่าย Étienne หันมาเป็นฝ่ายรุกอยากจะพิชิตดวงใจของ Bartosz ให้รู้แล้วรู้รอดกันไป

หนังสรุปจบในแนวทางที่ไม่ใคร่จะได้เห็นในงานเควียร์ร่วมสมัย ซึ่งก็เป็นอะไรที่ดีต่อใจ ขยับขยายให้วงการหนังวายขายจิ้นแบบ boys’ love กลายมาเป็น men’s love ได้อย่างไม่รู้สึกขัดเขิน

 

  1. ‘หาอะไร?’ กำกับโดย ทศพร เหรียญทอง (ไทย) สาย Critic’s Week Short Film

มัดรวม 20 หนัง LGBTQ+ จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2026 ปิดท้ายกันด้วยหนังสั้นไทยในสายประกวดของ Critic’s Week ประจำปีนี้ ได้แก่หนังเกย์สุดบัดสีบัดเถลิงเรื่อง ‘หาอะไร?’ หรือ What Do You Seek in the Dark? ของผู้กำกับหนุ่มหน้าใส ทศพร เหรียญทอง จาก Thailand ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันเป็น 19 นาทีที่แสนจะหงี่เงี่ยนเสี้ยนเซี้ยะโลมเลียลูบไล้สวาทใคร่เรามา ‘เอากัน’ ได้อย่างมีรสนิยม!

เนื้อหาว่าถึงกิจกรรมของชมรมเกย์หิวที่อาศัยโรงหนังชั้นสองวนฉายหนังสยองเงียบในความมืดที่ไม่มีใครเหลียวมอง เพราะต่างฝ่ายต่างจับจ้องเรียกร้องว่าเรามามีเซ็กซ์กันดีไหม อาศัยความอนธกาลในโรงหนังนี่แหละมาเป็นเครื่องอำพรางกำบัง ความมืดที่ไม่เคยตั้งตนมาพิพากษาตัดสินคุณค่าใคร ๆ และเมื่อมีเกย์หนุ่มละอ่อนหน้าใหม่หลงเข้ามา เขาก็เกร็งจนไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร แม้จะได้สบตากับหนุ่มผมยาวที่ถูกใจ แต่ก็ทำไก๋ไขสือไปว่าที่มานี่คืออยากดู Nosferatu!

‘หาอะไร?’ จึงเป็นหนังสั้นที่จับคู่ ‘ตัณหาราคะ’ ระหว่างการระบายความต้องการทางกามารมณ์ กับวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ในโรงหนังเก่าเข้าด้วยกันได้อย่างสร้างสรรค์และคมคาย ถ่ายทอดทุกความเซ็กซี่เย้ายวนชวนฝันได้อย่างแสบร้าย ชวนให้ใจหายเมื่อโรงภาพยนตร์ได้กลายเป็นสถานที่ปรนเปรออารมณ์สวาทใคร่ของเหล่าชายเกย์!