background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

'อมก๋อย' โอเอซิสภาคเหนือกับการจัดการ'ฝุ่นควัน'ที่ดี

'อมก๋อย' โอเอซิสภาคเหนือกับการจัดการ'ฝุ่นควัน'ที่ดี

การเผาเพื่อทำการเกษตร ก่อให้เกิดมลพิษ'ฝุ่นควัน'ในภาคเหนือ จนน่าเป็นห่วง แต่อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่นควันต่ำมาก เพราะชุมชนเน้นใช้ไฟน้อยที่สุด ถ้าไม่จำเป็นไม่เผาข้ามคืน

ฤดูแล้งของทุกปี นับจากกุมภาพันธ์เป็นต้นไปจนถึงเมษายน คือฤดูฝุ่นควันไฟ pm2.5 ถล่มภาคเหนือ อันเนื่องมาจากการเผาที่โล่ง ทั้งการเผาในป่าและแปลงเกษตร จนฝรั่งเรียกว่า burning season ทุกจังหวัดประสบปัญหานี้ถ้วนหน้า เพราะฝุ่นขนาดเล็กมันลอยไปมาตามลมได้เป็นระยะไกลๆ ต่อให้ไม่เผาในพื้นที่ตัวเองก็ได้รับ pm2.5 หอบมาจากพื้นที่อื่นอยู่ดี 

ระดับความเข้มข้นของ ฝุ่นpm2.5 ในภาคเหนือช่วงกุมภาพันธ์-มีนาคม เฉลี่ยเกินค่ามาตรฐานไทย 50 ไมโครกรัม/ลบ.ม.แทบทุกวัน หลายพื้นที่ขึ้นไปหลักร้อย

ส่วนเขตที่มีไฟป่าขนาดใหญ่เช่น อ.ฮอด เชียงใหม่ มีไฟในอุทยานออบหลวง ขึ้นไปแตะ 300-400 ไมโครกรัม ซึ่งมันสูงสาหัสมาก มีบางครั้งที่เลย 500 ไมโครกรัม/ลบ.ม. สหรัฐอเมริกาจัดให้เป็นระดับร้ายแรงเกินมาตรวัดที่เกินจะรับไหว คือ Beyond AQI 

แต่อมก๋อยไม่ได้เป็นเช่นนั้น !   
อมก๋อย เป็นอำเภอเล็กๆ ที่ห่างไกลตัวจังหวัดที่สุด กันดารที่สุด ขึ้นดอยขึ้นเขาด้วยทางเล็กๆโขยกเขยกขนาดคนเชียงใหม่ที่เคยไปถึงมีน้อยกว่าคนไม่ได้ไป เพราะไม่รู้จะทนลำบากตรากตรำไปถึงแถวนั้นทำไม ตัวอำเภอพอมีที่พักแรมอยู่ แต่เลยขึ้นไปในเขตตำบลที่ต้องไต่ดอยไปอีก ตำบลแรก ๆ ใช้เวลา 40-50 นาที ระยะทางแค่ 30-40 กิโลเมตร

แต่พอตำบลเขตบ้านท้าย ๆ ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมง ที่พักไม่มี ไฟฟ้าก็ไม่ถึง ด้วยมันเป็นเขตแดนที่ต่อกับป่าเขากันดารของจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน  ซึ่งหากมีคนนึกอยากเดินทางจากศาลากลางแม่ฮ่องสอน/ตาก ไปยังพรมแดนที่ติดกับอมก๋อย มันก็ยิ่งสาหัสกว่า อาจจะใช้เวลามากกว่าหนึ่งวัน 

  • การเผาในพื้นที่ป่าอมก๋อย 

อมก๋อยเป็นพื้นที่มีป่าไม้มาก ชุมชนอยู่ในเขตป่า สิทธิทำกินรุงรังอยู่พอสมควร และมีการทำไร่หมุนเวียนมากชนเผ่าพื้นเมืองที่สูงไม่ได้ทำเกษตรแปลงใหญ่แบบพื้นราบ ดังนั้นวิธีการทำกินแบบนี้ยังต้องใช้ไฟ
 

เกริ่นมาแบบนี้ท่านอาจจะจินตนาการว่าที่นั่นคงเผากันมากมายเป็นต้นตอมลพิษฝุ่นควันสำคัญ สถิติการเกิดจุดความร้อนของเชียงใหม่ตั้งแต่ต้นปีมาถึง 22 กุมภาพันธ์ 2,791 จุด อมก๋อยมาเป็นลำดับ 6 จาก 25 อำเภอ

ฮอด 606 จุด, แม่แจ่ม 456 จุด, จอมทอง 405 จุด, เชียงดาว 306 จุด, ดอยเต่า 275 จุด และอมก๋อย 268 จุด ในจำนวนอำเภอที่เผาเกิน 100 จุด ก็ 6 อำเภอนี่แหละ !!

'อมก๋อย' โอเอซิสภาคเหนือกับการจัดการ'ฝุ่นควัน'ที่ดี

แต่เมื่อลงไปดูในรายละเอียดการเผา พบว่า อมก๋อยมีการเผากลางคืนน้อยที่สุด ไฟที่เกิดส่วนใหญ่เป็นไฟในแปลงเกษตร ซึ่งกันแนวกันไฟเอาไว้ มีขนาดพื้นที่ไม่ใหญ่มาก เผาจบเร็วเสร็จภายในวันเดียว hotspot กลางคืนมีน้อยมาก ต่างจากเหตุไฟไหม้พื้นที่อื่น

ซึ่งหากเป็นไฟในป่าจะมีพฤติกรรมไหม้ลาม เป็นไฟกลางวันต่อกลางคืน หรือ ไฟป่า เช่นที่เกิดในเขตอุทยานแห่งชาติออบหลวง ฮอดและจอมทอง มีลักษณะเป็นไฟลามทั้งวันทั้งคืนอย่างชัดเจน 

ไฟอมก๋อย เป็นไฟควบคุมได้ ต่างจากไฟไม่สามารถควบคุม !   

ค่าอากาศของอมก๋อยสีสวยดูดีกว่าอำเภอโซนใต้ใกล้เคียง โดยเฉพาะในช่วงไฟไหม้ลามจังหวัดต้องใช้ยุทธการใหญ่ส่งกำลังมากมายไปดับไฟป่าออบหลวง แต่พื้นที่อมก๋อยค่าฝุ่นยังต่ำมาก บางอำเภอแค่ราว 30-40 ไมโครกรัม/ลบ.ม.เท่านั้น 

ปัจจัยมาจากการเผากลางวัน ระบายเร็ว ค่าฝุ่นอาจจะสูงในช่วงกลางวันไม่นาน แล้วก็ระบายขึ้นไม่สะสม ประกอบกับภูมิประเทศของอมก๋อยเป็นที่สูง ตัวอำเภอต่ำสุดยังสูงกว่าระดับน้ำทะเลราว 800 เมตร

ส่วนตำบลห่างไกลสูงขึ้นเป็นระดับพันเมตร  ยิ่งสูงหากไม่มีการเผากลางคืนในเขตของตัวเอง อากาศจะดีกว่าพื้นราบ ดังนั้นตำบลต่างๆ เช่น นาเกียน ยางเปียง ซึ่งมีเครื่องเซนเซอร์วัดส่วนใหญ่ค่าอากาศจะดีกว่าอำเภอพื้นราบ ทั้งๆ ที่สถิติการเผาของอมก๋อยสูงเป็นลำดับ 6 จาก 25 อำเภอก็ตาม

  • เผาแบบไหนไม่ก่อมลพิษ

นับจากต้นปีมาพฤติกรรมการเผาของอมก๋อยคือเผาในแปลงเกษตรเป็นส่วนใหญ่และเป็นการเผาจบในกลางวัน คือพฤติกรรมการใช้ไฟในไร่ที่สูงหรือไร่หมุนเวียน แตกต่างจากพื้นที่สูงอำเภออื่นที่มีแปลงเกษตรอุตสาหกรรมแปลงใหญ่ เช่นข้าวโพด ซึ่งก็ต้องใช้ไฟเช่นเดียวกัน แต่ใช้มากกว่ากันอย่างเทียบไม่ติด 

แปลงข้าวโพดใช้พื้นที่จำนวนมาก ทำลายป่าให้เป็นเขาหัวโล้น ต่างจากไร่หมุนเวียนที่กันเขตไม่ได้ใช้ให้งอกงามเป็นป่าสีเขียวหมุนเวียนไป การทำไร่จึงต้องระวังแนวเขตไม่ให้ลามไปยังแปลงอื่นที่เป็นป่าอยู่และจำเป็นต้องหมุนมาใช้งานปีต่อไป

หากไฟเข้าแปลงที่จะหมุนมาใช้ปีหน้าจะเสียหาย เผาเองเสียหายเองเขาจึงระวังไฟลาม...  แต่การเผาแปลงเกษตรไร่ข้าวโพดมักจะลามเข้าป่าเสมอๆ เพราะคนไม่ระวังความเสียหายต่อป่าส่วนรวม

'อมก๋อย' โอเอซิสภาคเหนือกับการจัดการ'ฝุ่นควัน'ที่ดี

อมก๋อยไม่มีข้าวโพดแม้แต่แปลงเดียว ! นี่เป็นอะเมซิ่งไม่น้อย เพราะอำเภอใกล้เคียงติดกันล้วนแต่ปลูกข้าวโพด สอบถามชาวบ้านได้ความว่า มันเป็นมติร่วมกันของชาวบ้านทุกตำบลไม่เอาข้าวโพด

เพราะเคยทดลองแล้วมันเสียหายเยอะ ข้าวโพดต้องใช้พื้นที่ขยายออก แปลงมาเป็นข้าวโพดแล้วเขาจะโล้น ไม่สามารถกลับไปเป็นภูเขาหมุนเวียนทำไร่ คือยังมีสีเขียวปกคลุมหมุนกันไป เขามีมติแล้วยังมีกฎบ้านบังคับกันเองเพื่อไม่ให้มีใครดื้อปลูก ไม่ใช้แปลงเกษตรใช้ไฟมาก ยังคงรักษาวิถีเกษตรใช้ไฟน้อย ก็เป็นอีกปัจจัยที่หนุนเสริมให้อมก๋อยเป็นพื้นที่คุณภาพอากาศดี ทั้งๆ ที่มีการเผาแปลงเกษตรมากพอสมควรมากกว่าอีกหลายอำเภอ 

  • ปัจจัยทำให้อมก๋อยมีคุณภาพอากาศดี

ปัจจัยแวดล้อมของอมก๋อยดังที่กล่าวมา สามารถเป็นกรณีศึกษาต่อการวางแผนระยะยาวเพื่อแก้วิกฤตมลพิษอากาศภาคเหนือ โดยเฉพาะในประเด็นการเผากลางวัน กับ เผากลางคืน ด้วยเพราะสภาพอากาศแบบแอ่งภูเขาหากมีการเผากลางคืน อากาศกดปิด ไม่ระบาย  และการวางแผนการผลิตการเกษตรชนิดใช้ไฟน้อย กับต้องใช้ไฟมาก เปรียบเทียบกัน

จริงอยู่ที่หากไม่ให้เกิดมีไฟเลยสักกองจะเป็นการดี เพราะไม่ว่าจะไฟแบบไหน ล้วนแต่ก่อให้เกิดมลพิษ แต่อย่างไรก็ตามในโลกของความเป็นจริง มันเป็นไปไม่ได้ที่จะห้ามไม่ให้มีไฟได้เด็ดขาด ดังนั้นการผลิตและการใช้ไฟที่เกิดผลกระทบน้อย จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า 

การที่อมก๋อยยังเป็นอำเภอที่มีคุณภาพอากาศดีสีสวย ระดับ 30-50 ไมโครกรัม/ลบ.ม. ในวันที่อำเภอใกล้เคียงม่วงสาหัสจากไฟป่า และเชียงใหม่ทั้งเชียงใหม่ แดงส้มค่าฝุ่นเกิน 70-80 ไมโครกรัมถ้วนหน้า มาจากปัจจัยทั้งภูมิประเทศและสภาพอากาศทิศทางลม

และยังมาจากบริบทการทำมาหากินของชาวอมก๋อยที่ใช้ไฟแต่พอประมาณ ไม่เยอะ ไม่ลาม เป็นไฟที่ควบคุมได้ เรื่องที่ว่าเป็นประเด็นชวนขบคิดที่น่าจะพิจารณาต่อไป