ชวนทำความรู้จัก S'more (สมอร์) ขนมเนื้อนุ่มหนึบ มาร์ชเมลโลว์ปิ้งร้อนประกบกับแครกเกอร์และช็อกโกแลต ที่คนติดจนถึงขั้นมีวัน ‘S’more Day’ ทำไมกินแล้วต้องขอเพิ่ม
KEY POINTS
- สมอร์ (S’more) คือขนมประจำกิจกรรมตั้งแคมป์ของอเมริกาและแคนาดา ประกอบด้วยมาร์ชเมลโลว์ย่างร้อนประกบด้วยแครกเกอร์และช็อกโกแลต
- ชื่อ "สมอร์" มีที่มาจากการที่คนกินแล้วรู้สึกอร่อยจนต้องร้องขอเพิ่มว่า "some more" (ขออีก)
- ด้วยความนิยมอย่างแพร่หลาย ทำให้วันที่ 10 สิงหาคมของทุกปีถูกกำหนดให้เป็น "วันสมอร์แห่งชาติ" (National S’mores Day)
S’more (สมอร์) ขนมเนื้อนุ่มหนึบ คือ มาร์ชเมลโลว์ปิ้งร้อนประกบกับแครกเกอร์และช็อกโกแลต เป็นขนมประจำแคมปิ้ง นั่งรอบกองไฟแล้วปิ้งกินกัน วันที่ 10 สิงหาคม เป็น ‘วันสมอร์แห่งชาติ’ ทำไมถึงอร่อยจนต้องพูดว่า some more
คลาสสิกสมอร์ (Cr. freefromfellows.com)
National S’mores Day ตรงกับวันที่ 10 สิงหาคม สมอร์เป็นขนมแคมปิ้งแห่งชาติอเมริกาและแคนาดา ที่เมื่อไปตั้งแคมป์ ตั้งค่าย นั่งรอบกองไฟแล้วต้องปิ้ง S’more กินกัน ความอร่อยหวานหอมจนกินแล้วต้องพูดว่า..ขออีก (some more)
ปิ้งย่างให้อร่อย (Cr.heritagefallscandles.com)
ก่อนไปถึง S’more ต้องเล่าถึงขนมแป้งนุ่มเหนียวเนื้อหนึบ มาร์ชเมลโลว์ หรือ มาร์ชแมลโลว์ (marshmallow) ญี่ปุ่นมีโมจิ เกาหลีมีต๊อก จีนมีเซาปิ่งและบัวลอย ไทยก็มีบัวลอย คือแป้งข้าวสาลี, ข้าวเจ้า นวดจนเหนียวนุ่มปั้นรูปทรงต่าง ๆ มาร์ชเมลโลว์ ขายสำเร็จรูปทั่วไป ซื้อมาปิ้งกินเองที่บ้าน หรืออุ่นร้อนจุ่มช็อกโกแลต นมร้อน กินกับไอศกรีม ทุกซัมเมอร์มาร์ชเมลโลว์ขายไปแล้วกว่า 45 ล้านปอนด์ (น้ำหนัก) ทั้งชาวแคมป์ ชาวบ้าน แม่บ้าน ล้วนต้องมีติดครัว
เฮอร์ชี่แนะนำสูตรสมอร์ (Cr.thekitchen.com)
ทำไมถึงชื่อ Marshmallow
เล่าแบบย่อ (ไม่งั้นจะยาวเกินไป) ขนมเหนียวนุ่มหนึบชนิดนี้มาก่อน S’more นับพันปี เป็นขนมหวานของชาวอียิปต์โบราณ ทำจากต้นเมลโลว์ (Mallow) พืชในวงศ์ Althea officinal ที่ขึ้นในพื้นที่ชุ่มน้ำในยุโรปใต้ อัฟริกาเหนือและเอเชีย ชาวอียิปต์นำรากมาต้มผสมกับน้ำผึ้ง ทิ้งให้เย็นจนเหนียวแข็ง เป็นของหวานเคี้ยวเพลิน ส่วนหนึ่งใช้ทำยาแก้เจ็บคอและรักษาบาดแผล ต่อมาสูตรยาแพร่สู่ยุโรป ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร
ศตวรรษที่ 19 นักทำขนมชาวฝรั่งเศส มาพัฒนาเป็นขนมนุ่มหนึบ โดยนำน้ำคั้นจากรากเมลโลว์ เพิ่มเจลาติน น้ำ น้ำตาล ไข่ขาว ทำให้เนื้อนุ่มฟู สูตรขนมส่งต่อไปถึงอเมริกา อุตสาหกรรมขนมมาร์ชเมลโลว์จึงเกิดขึ้น สูตรทั่วไปคือ น้ำ เจลาติน แป้งข้าวโพด ไซรัปข้าวโพด ใส่สารพัดสี มีสถิติว่าชาวอเมริกันกินมาร์ชเมลโลว์ปีละกว่า 90 ล้านปอนด์ (น้ำหนัก)
S’more ที่ใคร ๆ ก็ขอเพิ่ม
National S’mores Day
National S’mores Day ตรงกับวันที่ 10 สิงหาคม ใครคิดสูตร S’more แม้ไม่ฟันธงว่าคนต้นคิดคือใคร แต่ชื่อของ S’more บันทึกไว้ในหนังสือคู่มือเนตรนารี (Girl Scout) เมื่อปี 1927 โดยผู้นำเนตรนารี Loretta Scott Crew นำขนมชนิดนี้มาปิ้งแล้วนั่งรอบกองไฟกินกัน พลันชื่อ S’more ก็เกิดขึ้น เมื่อหลายคนกินแล้วบอกขอเพิ่ม (some more)
อีกบันทึกหนึ่งระบุว่า S’more เป็นสูตรขนมในหนังสือ Graham Cracker Sanwich ตีพิมพ์เมื่อปี 1927 เป็นหนังสือคู่มือเนตรนารี การตั้งแคมป์ การเดินป่า ชื่อ Tramping and Trailing with the Girl Scouts
Graham Cracker เป็นชื่อแบรนด์แครกเกอร์ก่อตั้งโดย Sylvester Graham เมื่อปี 1830 เป็นแครกเกอร์แผ่นบางทรงสี่เหลี่ยมที่กินกับมาร์ชเมลโลว์และช็อกโกแลต และฮิตมาตั้งแต่นั้น
อีกสายหนึ่งบันทึกว่า ชื่อ S’more อยู่ในหนังสือ Recreational Programs for Summer Camps เขียนโดย William Henry Gibson เมื่อปี 1938
สูตรปิ้ง s'more (Cr.inventionaland.com)
ยังมีสายคนทำอาหารบอกว่า ชื่อ S’more เกิดจากหนูน้อยที่ไม่ค่อยกินอาหาร แม่ก็เลยจับมาร์ชเมลโลว์อุ่นร้อนแล้วจุ่มโกโก้ร้อนให้กิน หนูน้อยเกิดเจริญอาหารขึ้นมาจึงร้องบอกแม่ว่า ขออีก ๆ (some more) แต่เด็กพูดไม่ชัดจึงเกิดเป็นคำว่า S’more
สูตรเรียบง่ายของ S’more
มาร์ชเมลโลว์ 2 ชิ้น (หรือ 2 แผ่น) ปิ้งร้อน ประกบด้วยแครกเกอร์ 2 แผ่น แทรกด้วยช็อกโกแลตบาร์หรือช็อกโกแลตร้อนละลายเข้มข้น เมื่อหลายเท็กซ์เจอร์ผสมผสานกันในปาก ตั้งแต่เนื้อเหนียวหนุบของมาร์ชเมลโลว์ที่ปิ้งร้อน ๆ เนื้อกรุบกรอบของแครกเกอร์ ผสานความหวานของมูสช็อกโกแลตเข้มข้น ดังนั้นกินชิ้นเดียวจึงไม่พอ
มาร์ชเมลโลว์สีรุ้ง (Cr.candycorner.ph)
S’more เป็นสารตั้งต้นขนมอีกหลายสูตร
เช่น Mallomars ชื่อแบรนด์คุกกี้ ประกอบด้วยแครกเกอร์ทรงกลมวางเป็นฐาน วางมาร์ชเมลโลว์ลูกกลม ๆ แล้ว เคลือบซอสช็อกโกแลตเข้มข้น ของหวานในสังกัดของ Nabisco ที่วางขายตั้งแต่ปี 1913 จนตอนนี้ร้านขนมและคาเฟ่มีเมนู S’more แค่มาร์ชเมลโลว์ร้อน ๆ จุ่มในกาแฟแก้วโปรดหรือช็อกโกแลตร้อน
Moon Pie คุ้กกี้แบรนด์ใหญ่เจ้าถิ่นรัฐทางใต้ของอเมริกา ก่อตั้งในรัฐเทนเนสซีเมื่อปี 1917 ขนมทรงกลม ตรงกลางเป็นมาร์ชเมลโลว์ ขนาบด้วยแครกเกอร์ ท็อปด้วยช็อกโกแลต
Moon pie (Cr.southernliving.com)
ตามมาด้วยสารพัดขนมพายในเวลาต่อมาที่ดัดแปลงสูตรอย่างสนุก เช่น ประกบหรือสอดไส้ด้วยเนยถั่ว คาราเมล ไวท์ช็อกโกแลต เอสเพรสโซ่ วาฟเฟิล โดนัท ฯลฯ แต่ต้องมีไส้มาร์ชเมลโลว์ สามารถทำกินเองที่บ้านเป็นสูตรโฮมคุก
พีนัท บัตเตอร์ สมอร์ (Cr.everydaygourmet.tv)
สูตรใครก็สูตรมัน แต่รับรองความอร่อย กรอบเจอนุ่มและหวานฉ่ำจากช็อกโกแลต กินชิ้นเดียวไม่เคยพอ ต้องพูดว่า S’more
S'more (Cr.inventionland.com)
อ้างอิง: britannica.com, rd.com





