วันอังคาร ที่ 22 กันยายน 2569

Login
Login

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”

หนังใหม่ "แบรด พิทท์" Heart of the Beast เมื่ออดีตหน่วยรบพิเศษกับสุนัขสงครามคู่ใจ เครื่องบินตกกลางป่าทึบ ต้องเอาชีวิตรอดจากธรรมชาติอันโหดร้าย และ PTSD ที่ตามหลอกหลอน

การที่คนระดับ แบรด พิทท์ ตัดสินใจเล่นหนังสักเรื่องหนึ่ง มันต้องไม่ธรรมดา เพราะนักแสดงระดับ A-list ที่อยู่ในวงการมาปีนี้นับเป็นปีที่ 39 แล้ว มีรางวัลการันตีความสามารถมากมาย มีสินทรัพย์มูลค่าร่วม 400 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 13,000 ล้านบาท จากข้อมูลของ Celebrity Net Worth

พูดง่าย ๆ ก็คือ แบรด พิทท์ผ่านจุดที่ต้องเล่นหนังเพื่อ “ยังชีพ” มานานแล้ว แต่เล่นเพราะหนังเรื่องนั้นต้องมีความน่าสนใจอะไรบางอย่างทั้งในมุมมองส่วนตัว และในเชิงศิลปะภาพยนตร์

ดังนั้น ผลงานเรื่องล่าสุดของเขาอย่าง ‘Heart of the Beast’ ที่มีชื่อไทยว่า “หัวใจผจญไพร” จึงชวนให้สะกิดความสนใจตั้งแต่เห็นชื่อแบรด พิทท์แล้วว่า หนังเรื่องนี้มีอะไรที่ทำให้เขาสนใจ

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”

Heart of the Beast เป็นเรื่องราวของเจมส์ เบลมอนต์ (รับบทโดยแบรด พิตต์) อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ กับโอดิน สุนัขลาดตระเวนในสมรภูมิแนวหน้า ที่ต้องหาทางเอาชีวิตรอดในถิ่นทุรกันดาร หลังเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตกลงกลางป่าลึกในรัฐอะแลสกา

ฟังพล็อตเรื่องคร่าว ๆ แล้วใครที่คิดว่าหนังคงจะเล่นประเด็น “บาดแผลสงคราม” ของทหารผ่านศึกและสุนัขคู่ใจที่เกิด trauma จากสงครามได้ไม่แพ้มนุษย์ ต้องบอกว่าคุณคิดถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะผู้กำกับ เดวิด เอเยอร์ให้สัมภาษณ์ Military.com ว่าเขาต้องการให้ตัวละครของแบรดเป็นทหารที่มีศักยภาพและความสามารถเต็มเปี่ยมหลังกลับมาใช้ชีวิตในโลกปกติแล้ว

ไม่ได้เป็นตัวละครแตกหัก ผุพัง เข้ากับผู้คนและสังคมไม่ได้เหมือนตัวละครทหารผ่านศึกที่เราเห็นในหนังสงครามหลายเรื่องที่ผ่านมา

“ผมไม่ต้องการทหารที่แตกสลายในหนังเรื่องนี้ ผมอยากได้ทหารที่ฉลาด เก่งกาจ ช่างคิด” เอเยอร์กล่าวพร้อมเสริมว่าความแตกต่างตรงนี้นี่แหละคือแก่นของหนังที่เขาพยายามจะบอกว่า “การเป็นทหาร...มันได้อะไรมากกว่าที่คิด”

 

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” เอเยอร์บอกว่าเขาเคยพบทหารผ่านศึกที่ไปรบในสมรภูมิที่มีการสู้รบอย่างดุเดือด พอปลดประจำการแล้วต้องมานั่งคิดทบทวน ค้นหาว่าตัวเองคือใครในสังคมพลเรือน ซึ่งมันมีเรื่องราวบางอย่างที่งดงามอยู่บนเส้นทางนี้ที่เขาอยากนำมาถ่ายทอดในภาพยนตร์ Heart of the Beast

“มันเป็นหนังของผู้ชายคนหนึ่ง สุนัขตัวหนึ่ง และพงไพร” เดวิด เอเยอร์กล่าวถึงหนังเรื่องล่าสุดของเขาด้วยประโยคสั้น ๆ

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”

แต่ไม่ใช่ว่า Heart of the Beast จะหลงลืม ละเลยบาดแผลของสงครามที่ไม่มีวันเลือนหายไปจากใจของเหล่าทหารผ่านศึก เอเยอร์บอกว่าเรื่องพวกนั้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่พวกเขาคิดว่าตัวเองทำได้ไม่ดีพอ หรือการสูญเสียเพื่อนร่วมรบไปในสงคราม มันยังคงอยู่ตลอดไป แต่ trauma เหล่านั้นไม่ได้ทำให้ศักยภาพอันโดดเด่น โดยเฉพาะกับตัวละคร เจมส์ เบลมอนต์ที่เป็นทหารมานานถึง 30 ปี หายไป

สุนัขสงคราม...ก็มีบาดแผล

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast มีตัวละครเอกอยู่สองตัว นั่นคือ เจมส์ เบลมอนต์ (แบรด พิทท์) กับ โอดิน ที่ผู้กำกับบอกว่าคือหัวใจและอารมณ์ความรู้สึกของเรื่อง

ก่อนถ่ายทำหนังเรื่องนี้ เดวิด เอเยอร์ไปคลุกคลีกับทหารหน่วยสุนัขสงครามอยู่พักใหญ่ และสังเกตเห็นว่านายทหารหน่วยนี้มีภาระรับผิดชอบมากกว่าปกติ เพราะนอกจากจะต้องฝึกฝน คอยดูแลสุขภาพของสุนัขทหารให้พร้อมสมบูรณ์แล้ว ตัวเขาเองก็ต้องปฏิบัติหน้าที่ทหารไม่ให้ขาดตกบกพร่อง

ทางฝั่งของสุนัขทหารนั้น พวกมันจะต้องเชื่อว่าตัวเองต้องชนะหรือทำภารกิจสำเร็จเสมอ เพราะ “สุนัขไม่รู้หรอกว่ามันอยู่ในสงคราม มันแค่รู้ว่าตัวเองอยู่กับเพื่อนที่ดีที่สุดเท่านั้นเอง”

โดยสุนัขสงครามจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยทหาร แถมยังเป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถยอดเยี่ยมในแบบที่เทคโนโลยีทางทหารไม่สามารถทดแทนได้

“ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยี หรืออะไรก็ตามที่เรามี บางครั้ง แค่สุนัขตัวเดียวกับจมูกของมันก็สามารถเอาชนะสิ่งพวกนั้นได้หมด” เดวิด เอเยอร์กล่าว ซึ่งความสามารถอันยอดเยี่ยมของทั้งคนและสุนัขแบบนี้นี่แหละที่ทำให้เบลมอนต์กับโอดินเอาชีวิตรอดในป่าทึบใจกลางอะแลสกาไปได้เรื่อย ๆ

เมื่อทหารผ่านศึกทำหนังสงคราม

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” เดวิด เอเยอร์เคยเป็นนาวิกโยธินมาก่อน ดังนั้น ความสมจริงในทางทหารจึงเป็นสิ่งที่เขาไม่ปล่อยผ่านอย่างแน่นอน

Heart of the Beast ถ่ายทำโดยมีเจ้าหน้าที่คอยประกบแบรด พิทท์ สอนทักษะการเอาชีวิตรอดให้เขา แล้วยังมีเพื่อนทหารของเอเยอร์ อดีตหน่วยรบพิเศษนาวิกโยธินที่เคยทำหน้าที่แพทย์ทหารมาให้คำแนะนำเรื่องการปฐมพยาบาล การช่วยเหลือตัวเอง และให้ความรู้ว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะมีอาการแย่ลงอย่างไรเมื่ออยู่ในภาคสนาม

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”

ในส่วนของแบรด พิทท์นั้น ผู้กำกับบอกว่า “เล่นจริง...เจ็บจริง...ไม่ใช้ตัวแสดงแทน” โดยมีอยู่หลายฉากในหนังที่ดาราระดับแถวหน้าของฮอลลีวูดผู้นี้ยอมให้ตัวเองบาดเจ็บจนต้องเดินกระโผลกกระเผลก ได้รับบาดแผลฉีกขาด หรือเผชิญกับความหนาวเหน็บในป่าจริง ที่สำคัญ แบรดเป็นคนเสนอความคิดนี้กับทางผู้กำกับเองเพื่อความสมจริง

“การต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอดในแววตาของเขา มันเป็นออกมาจากตัวเขาจริงๆ” ผู้กำกับกล่าว

สามารถรับชม ‘Heart of the Beast – หัวใจผจญไพร’ ได้ 24 กันยายนนี้ ในโรงภาพยนตร์

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” เหล่าสุนัขทหารในวันเปิดตัวภาพยนตร์ (Credit: REUTERS)

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”

Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด” Heart of the Beast หนังที่บอกว่า “เป็นทหารได้อะไรมากกว่าที่คิด”