วันพุธ ที่ 9 กันยายน 2569

Login
Login

CEA - Netflix ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวที IMF-World Bank

CEA จับมือ Netflix ผลักดัน "เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวทีโลก เตรียมจัด “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในการประชุมประจำปี 2026 IMF–World Bank

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ CEA เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นต่อศักยภาพ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” ในฐานะหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่มีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ

โดย CEA ร่วมกับ Netflix ประกาศจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ในฐานะ Affiliated Program อย่างเป็นทางการของการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2026 หรือ 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 ณ Andaz Grand Ballroom ชั้น 3 One Bangkok กรุงเทพมหานคร

CEA - Netflix ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวที IMF-World Bank

การจัดงานครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาสำคัญที่ประเทศไทยกำลังนำเสนอทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ต่อนานาชาติ บนเวที 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ระหว่างวันที่ 12 - 18 ตุลาคม 2569 ณ กรุงเทพมหานคร

ล่าสุดกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ระบุว่า “อุตสาหกรรมสร้างสรรค์” หรือ “Creative Industries” เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมแห่งอนาคตของประเทศไทย (Industries of the Future) ร่วมกับอุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อุตสาหกรรมบริการดิจิทัล และอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร (Advanced Manufacturing, Sustainable and Wellness Tourism, Digital Services, and Agrifood) โดยมองว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้เป็นสาขาที่ไทยมีความได้เปรียบ และมีศักยภาพสูงในการสร้างผลิตภาพ การลงทุน และการสร้างงานที่มีคุณภาพในอนาคต

World Bank Group ชี้ Creative Industries คือหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจแห่งอนาคตของไทย

รายงาน “Building Thailand’s Future Today” ของ World Bank Group ระบุว่าประเทศไทยจำเป็นต้องก้าวไปสู่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูงขึ้น เพื่อเพิ่มผลิตภาพทั้งความสามารถในการแข่งขันและการสร้างงานที่มีคุณภาพ โดยหนึ่งในกลไกสำคัญคือการพัฒนา “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” ที่ประเทศไทยมีจุดแข็งอยู่แล้ว ซึ่ง Creative Industries เป็น 1 ใน 5 อุตสาหกรรมที่ถูกระบุว่ามีศักยภาพในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของประเทศ

CEA - Netflix ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวที IMF-World Bank สำหรับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย ข้อมูลที่นำเสนอโดย World Bank Group สะท้อนให้เห็นถึงฐานเศรษฐกิจที่มีอยู่แล้ว โดยอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในกลุ่มหลักคิดเป็นประมาณ 4.6% ของมูลค่าเพิ่มรวม (Gross Value Added: GVA) ขณะที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในภาพรวมมีมูลค่าสูงถึง 1.7 ล้านล้านบาท หรือ 10.8% ของ GVA ประเทศ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เป็นเพียงภาคส่วนทางวัฒนธรรมและสังคม แต่ยังเป็นฐานเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการเติบโต และสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดระดับโลกได้

นอกจากนี้ ข้อมูลของ World Bank Group ยังชี้ให้เห็นการเติบโตของตลาดสร้างสรรค์ไทยในระดับโลก โดยมูลค่าการส่งออกสินค้า Creative Goods เพิ่มขึ้นมากกว่า 2 เท่า จากประมาณ 3.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 105.44 พันล้านบาท ในปี 2545 เป็น 8.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2.70 แสนล้านบาท ในปี 2567

สะท้อนให้เห็นว่าสินค้าจากสร้างสรรค์ไม่ได้มีตลาดจำกัดอยู่เพียงภายในประเทศ แต่ยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ และขยายตัวเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าของตลาดโลก

ศักยภาพดังกล่าวนำมาสู่การที่ World Bank Group เสนอแนวทางสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย ตั้งแต่การสร้างความเข้มแข็งด้านการคุ้มครองและบังคับใช้ทรัพย์สินทางปัญญา การพัฒนาตลาด Licensing และ IP การขยายแหล่งเงินทุนและการลงทุนสำหรับนักสร้างสรรค์ การเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและพันธมิตรระดับโลก ตลอดจนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเครื่องมือด้านการผลิตดิจิทัล พร้อมยกระดับแบรนด์ประเทศไทยในระดับโลก

แนวทางดังกล่าวสอดคล้องโดยตรงกับงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” ที่ CEA ต้องการผลักดันให้เกิดการแลกเปลี่ยนในระดับนานาชาติด้านทิศทางนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย รวมถึงการยกระดับ “Creative Capital” ซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา ให้กลายเป็น “Global Asset” ที่สามารถสร้างมูลค่า ดึงดูดการลงทุน และขยายตลาดได้

CEA - Netflix ดัน “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไทย” สู่เวที IMF-World Bank CEA เชื่อมั่น “Thailand’s Creative IP” คือทุนใหม่ของการเติบโต

ด้วย CEA มีภารกิจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทย การจัดงาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” จึงนับเป็นการยกระดับการประชุมของผู้นำเศรษฐกิจจากทั่วโลก จากเรื่อง “ความคิดสร้างสรรค์” ไปสู่เรื่อง “การลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจ” โดยเปิดพื้นที่ให้ผู้กำหนดนโยบาย สถาบันการเงินเพื่อการพัฒนา นักลงทุน และผู้นำอุตสาหกรรมสร้างสรรค์จากประเทศไทยและนานาประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและค้นหาแนวทางด้านการเปลี่ยน Creative IP ให้เป็นสินทรัพย์ที่สามารถเติบโตและแข่งขันในตลาดโลกได้ ภายในงานประกอบด้วย

1)         Keynote Session โดย ผู้แทนอาวุโสจากธนาคารโลก ในประเด็น “Thailand’s New Horizons: The Creative Economy as a Growth Engine”

2)         Policy Forum ที่จะชวนมองอนาคตของ Creative Economy ผ่านประเด็นสำคัญ โดยมีผู้แทนจากภาคธุรกิจและองค์กรระดับนานาชาติ รวมถึงหน่วยงานภาครัฐของไทยที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง

●         “From Creative Capital to Global Asset” แลกเปลี่ยนแนวทางการเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์ ทุนทางวัฒนธรรม และทรัพย์สินทางปัญญา (Creative IP) ของไทย ให้สามารถพัฒนาเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจและมีศักยภาพในการลงทุน พร้อมต่อยอดสู่การเชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มและพันธมิตรระดับโลก

●         “Building the Enabling Environment: IP Framework, Incentives, and Policy Supports for a Competitive Creative Sector” เจาะลึกการสร้างสภาพแวดล้อมด้านนโยบาย ทรัพย์สินทางปัญญา แรงจูงใจ และมาตรการสนับสนุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทย

3)         Networking Reception โดย Netflix: “Stories That Move Economies” สร้างเครือข่ายเพื่อเชื่อมโยงผู้กำหนดนโยบาย นักลงทุน และผู้นำในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ พร้อมสร้างโอกาสสำหรับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์

 

ภายในงานยังมีการจัดนิทรรศการที่นำเสนอผู้ประกอบการสร้างสรรค์ไทยที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ และบุคลากรสร้างสรรค์ที่มีความพร้อมสำหรับการต่อยอดสู่ตลาดโลก เพื่อสะท้อนให้เห็นว่าประเทศไทยมีทั้ง “ทุน” และ “คน” ที่สามารถพัฒนาไปสู่ธุรกิจสร้างสรรค์ที่มีมูลค่าสูง พร้อมเชื่อมโยงเข้าสู่เครือข่ายการลงทุนและตลาดระหว่างประเทศ

การจัดงานครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของ CEA ในการนำเสนอ “Creative Economy” ของไทยสู่เวทีเศรษฐกิจระดับโลก พร้อมสื่อสารให้เห็นว่า ความคิดสร้างสรรค์ไม่เพียงส่งเสริมการสร้างอิทธิพลทางวัฒนธรรม แต่ยังสามารถพัฒนาเป็น Creative Capital และ Creative IP ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ดึงดูดการลงทุน สร้างงาน และขยายโอกาสทางธุรกิจของประเทศไทยในตลาดสากลได้

ทั้งนี้ งานดังกล่าวเป็นโปรแกรม เฉพาะผู้ได้รับเชิญ (Invitation Only) สำหรับผู้แทนที่เข้าร่วมการประชุม 2026 IMF–World Bank Group Annual Meetings ในประเทศไทย และเครือข่ายพันธมิตรอย่างเป็นทางการ งาน “CREATIVITY AS CAPITAL: Driving the Next Growth Frontier” กำหนดจัดขึ้นในวันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 13.00 - 17.30 น. ณ Andaz Grand Ballroom ชั้น 3 One Bangkok ถนนวิทยุ กรุงเทพฯ