วันอังคาร ที่ 7 เมษายน 2569

Login
Login

มาโลบิกา บาเนอร์จี “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง จุดแข็งคอนเทนต์ไทย”

มาโลบิกา บาเนอร์จี “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง จุดแข็งคอนเทนต์ไทย”

ภาคสองของบทสัมภาษณ์ ‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Netflix ครอบคลุมกลยุทธ์ Netflix ในไทยปี 2569 มุมมองที่มีต่อจุดอ่อนจุดแข็งของคอนเทนต์ไทย ตลอดจนโครงการพัฒนาบุคคลากรเข้าสู่วงการบันเทิงไทยที่ออกดอกออกผลอย่างแท้จริง

 

วางกลยุทธ์คอนเทนต์ไทยปี 2569 ไว้อย่างไร มีความสำเร็จอะไรที่ต้องสานต่อ มีความริเริ่มสร้างสรรค์อะไรที่อยากนำมาให้คนไทยได้รับชม

มาโลบิกา: จากที่ประกาศไปในงาน Next on Netflix 2026 เรามุ่งมั่นที่จะเป็น “One Stop Destination ที่กว้างขวางที่สุดสำหรับคนที่อยากดูคอนเทนต์ไทย” ทั้งแนว (genre) ที่หลากหลาย โปรดักชั่นที่ใหญ่ขึ้น มีทั้งละคร หนังบ็อกซ์ออฟฟิศ เรียลลิตี้ต่าง ๆ ใครก็ตามถ้ามาที่เน็ตฟลิกซ์จะค้นพบสิ่งที่เขาอยากดูอย่างแน่นอน

นั่นคือสิ่งที่จะโฟกัสในปี 2026 แต่สำหรับในระยะยาวคือ “การลงลึก” ในความหลากหลายและคุณภาพ อย่างเช่น ถ้าพูดถึงละคร “ละครของเน็ตฟลิกซ์เป็นอย่างไร” เราจะรักษาดีเอ็นเอของละครเอาไว้ แต่เพิ่มความซับซ้อนของเรื่องราวให้มากขึ้น ยกตัวอย่างแนว horror มีการสร้างเกี่ยวกับตำนานพื้นบ้าน สิ่งเหนือธรรมชาติให้เห็นกันอยู่แล้ว ซึ่งมันเปิดโอกาสให้เน็ตฟลิกซ์เพิ่มความลึกเข้าไป เช่น ทำเป็นแนวสยองขวัญเชิงจิตวิทยา หรือ body horror พวก sub-genre ต่าง ๆ ของ horror

มาโลบิกา บาเนอร์จี “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง จุดแข็งคอนเทนต์ไทย”

ส่วนแนวคอมเมดี้ที่เห็นกันเยอะมากทั้งทางทีวี และหนัง box office เราจะทำยังไงให้ยังรักษาดีเอ็นเอความตลกเอาไว้ แต่ขณะเดียวกันก็ยังสำรวจอารมณ์ความรู้สึก และสภาพความเป็นจริงทางสังคมไปด้วย พูดง่าย ๆ ก็คือ “ทำความเข้าใจให้ลึกขึ้น สร้างสรรค์แนวใหม่ ๆ มากขึ้น” คุณจะได้เห็นสิ่งเหล่านี้ในปีต่อ ๆ ไป

สำหรับความสำเร็จที่เห็นกันอยู่แล้วนั้นเกิดจากการนำเรื่องที่คนดูรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองอยู่ในจอมาสร้าง เช่น ‘สาธุ’ แก่นของเรื่องคือความเชื่อ การทำบุญ การเอาชีวิตรอด high concept คือการใส่เรื่องสแกมเมอร์เข้าไปให้คนติดหนึบ หยุดดูไม่ได้ ขณะที่อารมณ์ความรู้สึกอันจริงแท้ของตัวละครทำให้คนรู้สึกอิน

ในไลน์อัพปีนี้ก็จะมีเรื่องที่คล้าย ๆ กันคือ ‘ทนายปีศาจ’ (Evil Lawyer) ซึ่งนำเสนอเรื่องความไม่เท่าเทียม ความอยุติธรรมในสังคมผ่านทนายความที่มีบุคลิกเทา ๆ

มาโลบิกา บาเนอร์จี “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง จุดแข็งคอนเทนต์ไทย”

 

มันคือการหาเรื่องที่คนดูแล้วสามารถเชื่อมโยงกับตัวเองได้แล้วทำมันออกมาในแบบไทย ๆ ซึ่งยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยเอาไว้ได้ ในขณะที่อารมณ์ความรู้สึกของตัวละครนั้นเป็นเรื่องสากล ไม่ว่าคนชาติไหนก็เข้าใจ ดูแล้วอินตามได้ นั่นคือสิ่งที่เราเน้น

 

ความเห็นที่มีต่อ Thai Content จุดอ่อนจุดแข็ง สิ่งที่ยังพัฒนาได้อีก อัตลักษณ์ที่ควรรักษาไว้หากไทยคิดจะเจาะตลาดโลก ทั้งจากมุมมองในฐานะผู้บริหารและมุมมองผู้ที่มาจากต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา
มาโลบิกา: หากพิจารณาจากความสำเร็จของคอนเทนต์ไทยที่ขึ้นไปติดอันดับต้น ๆ บนเน็ตฟลิกซ์ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Hunger, สืบสันดาน, เกมชนคนโสด ฉันคิดว่าสิ่งที่ดึงดูดคนได้ก็คือ authenticity (ความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง) เรื่องราวที่ดีที่สุดสามารถมาได้จากทุกมุมโลก ไทยเราก็แค่รักษาความเป็นไทยที่แท้จริงเอาไว้ อย่าสูญเสียมันไปไม่ว่าจะทำแนวไหน นี่คือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ

 

หากถามในฐานะคนดูทั่วไป คุณมาโลบิกามี Thai Content เรื่องโปรดหรือไม่ ชอบเพราะอะไร

มาโลบิกา: เรื่องโปรดในฐานะคนดูมีหลายเรื่องเลยค่ะ อย่าง ‘Hunger คนหิว เกมกระหาย’ นอกจากความทรงจำในเรื่องของการทำงานเพราะเป็นเรื่องแรกที่ทำแล้ว ยังชอบด้วยบริบทความเป็น fine dining ที่ภาพสวยตระการตา การใช้เซตติงนั้นมาถ่ายทอดเรื่องความแตกต่างของชนชั้น ราคาที่เราต้องจ่ายเพื่อแลกกับความสำเร็จและความกดดัน ซึ่งให้ความรู้สึกร่วมสมัยเป็นอย่างมาก

อีกเรื่องหนึ่งคือ ‘สงคราม ส่งด่วน – Mad Unicorn’ เพราะโดยส่วนตัวแล้วฉันรู้สึกว่าตัวเองมีความบ้า (ในเรื่องของการทำงาน) เหมือนสันติ ทำให้รู้สึกเอาใจช่วยให้เขาเอาชนะทุกอุปสรรคได้ แม้ว่าจะด้วยงานที่ทำให้ฉันต้องดูเรื่องนี้ แต่พอดูเข้าไปแล้วกลับหยุดไม่ได้ อยากรู้ว่าจะจบอย่างไร

 

 

‘สืบสันดาน’ การต่อสู้แย่งชิงอำนาจในครอบครัวเศรษฐีที่มีความเป็นละครเมโลดรามา ทำให้ดูแล้วติดหนึบ อีกเรื่องที่ชอบคือ ‘หลานม่า’ เป็นบทพิสูจน์ว่าเรื่องที่เข้าถึงคนได้ไม่จำเป็นต้องซับซ้อน ส่วนใหญ่แล้ว the best stories are the simplest one เรื่องราวมีแค่ความสัมพันธ์ระหว่างหลานชายกับอาม่า แต่การพูดเรื่องคนต่างรุ่น ความรัก ความผูกพัน การสูญเสียเป็นธีมสากล คนทั่วโลกสามารถเข้าถึงได้

 

มาโลบิกา บาเนอร์จี “ความเป็นตัวตนที่แท้จริง จุดแข็งคอนเทนต์ไทย”

 

นอกจากการผลิต original Thai content อย่างต่อเนื่องมานับสิบปี Netflix ยังมีโครงการพัฒนาบุคคลากรในไทยหลากโครงการ โครงการใดประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจมากที่สุด
มาโลบิกา: นอกเหนือจากการผลิตคอนเทนต์แล้ว Netflix ยังให้ความสำคัญเรื่องการสร้างบุคลากรที่มีความสามารถเข้าสู่วงการ เราพิจารณาทำโครงการที่สามารถสร้างผลกระทบในระยะยาว ซึ่งหนึ่งในโครงการที่เราภาคภูมิใจมากคือ “Reel Life Camp”

ตลอด 3 ครั้งของการจัดค่ายนี้ในประเทศไทย Netflix ฝึกอบรมผู้สร้างภาพยนตร์และซีรีส์ชาวไทยกว่า 200 คน เพื่อเตรียมความพร้อมด้านเส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมบันเทิง โดยผู้เข้าร่วมโครงการ 42 คน ได้มีโอกาสทำงานในผลงานของ Netflix 15 เรื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสงครามส่งด่วน (Mad Unicorn) และ สาธุ 2 (The Believers 2)

นอกจากนี้ ระหว่างปี 2021 จนถึงปี 2024 เน็ตฟลิกซ์ใช้เงินถึง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการผลิตคอนเทนต์ต่าง ๆ ที่มีนักแสดง และทีมงานรวมกันกว่า 13,500 คนที่ได้มีส่วนร่วมในตรงนี้

สำหรับโครงการในอนาคตอยู่ที่การประเมินว่าตลาดต้องการแรงงานประเภทใด ณ ขณะนี้เราจึงยังไม่สามารถให้ข้อมูลให้ได้ แต่สิ่งที่ฉันสามารถยืนยันได้ก็คือ เน็ตฟลิกซ์มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงกับอุตสาหกรรมบันเทิงไทย กับการนำพาเรื่องราวของไทยออกมาให้ผู้ชมในประเทศไทยได้รับชมมากขึ้น และการเป็นแพลตฟอร์มที่นำมันออกสู่สายตาชาวโลกต่อไป