วันอาทิตย์ ที่ 19 เมษายน 2569

Login
Login

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

Exclusive Talk กับ ‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ Netflix ผู้ผลักดันคอนเทนต์ไทยให้เฉิดฉาย ติดอันดับ Top Ten ของโลก

  • ปัจจุบันมี Thai Content มากกว่า 33 เรื่อง ติดชาร์ต Top 10 ทั่วโลกของ Netflix

  • ‘Hunger คนหิว เกมกระหาย’ สามารถครองอันดับ 1 คอนเทนต์ Netflix ที่มีคนดูมากที่สุดทั่วโลก

  • ล่าสุด ‘เส้นตาย สายลวง’ (The Red Line) ติดอันดับ 2 บนชาร์ต Top 10 หมวดภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศที่มีผู้ชมสูงสุดทั่วโลกบน Netflix

 

นี่เป็นเพียงผลงานบางส่วนที่เกิดขึ้นภายใต้การบริหารงานของ มาโลบิกา บาเนอร์จี ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Netflix

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

 

ปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ‘กรุงเทพธุรกิจ’ เดินทางเยือนสำนักงาน Netflix ประจำกรุงเทพมหานคร เพื่อสัมภาษณ์พิเศษ มาโลบิกา บาเนอร์จี ถึงวิสัยทัศน์และทิศทางการทำงานของเธอ มุมมองที่มีต่อจุดอ่อนจุดแข็งของประเทศไทย ตลอดจนถามถึงคอนเทนต์ไทยเรื่องโปรดของเธอ

นับเป็นครั้งแรกที่ มาโลบิกา บาเนอร์จี ให้สัมภาษณ์สื่อไทยแบบเอ็กซ์คลูซีฟอย่างเป็นทางการ ซึ่งปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของคอนเทนต์ไทยบน Netflix มีสอดแทรกอยู่ในบทสัมภาษณ์ชิ้นนี้ที่ถึงแม้จะยาว แต่คุ้มค่ากับการอ่านจนจบอย่างแน่นอน

จากประวัติของคุณมาโลบิกา ความน่าสนใจคือ Netflix เลือกผู้ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการกฎหมายร่วม 15 ปี แบบคุณ มาดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์ แทนที่จะเป็นคนในวงการบันเทิงโดยตรง คุณคิดว่ามุมมองของการเป็นนักกฏหมายสร้างความสดใหม่ หรือความแตกต่างอะไรให้กับทาง Netflix บ้าง

 

มาโลบิกา: เส้นทางของฉันที่เน็ตฟลิกซ์มีความน่าสนใจตรงที่มันเป็นข้อพิสูจน์ถึงวัฒนธรรมภายในองค์กรว่าการแต่งตั้งผู้นำไม่ได้จำกัดอยู่แค่สายงานเดิมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการกล้าวางเดิมพันกับคนที่เป็นผู้นำ ให้โอกาสพวกเขาพัฒนาไปไกลกว่าความเชี่ยวชาญเดิมที่มีอยู่ แล้วนำมุมมองใหม่ ๆ เข้ามาสู่บทบาทใหม่ที่ได้รับ

ตอนเข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายคอนเทนต์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ Netflix ฉันมีประสบการณ์ด้านการดูแลทรัพย์สินทางปัญญา การรื้อปรับโครงสร้าง (Deconstruction) และการบริหารความเสี่ยงในตลาดที่มีความซับซ้อนอย่างในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสิ่งที่ฉันนำมาพร้อมกับเรื่องเหล่านี้ด้วยก็คือ เซนส์ของความมีวินัย ในการจัดไลน์อัพคอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ได้แค่แยกเป็นเรื่อง ๆ เท่านั้น แต่ต้องดูด้วยว่าจะขยายในตลาดอย่างไร

เวลาพูดมันฟังดูเหมือนง่าย แต่การลงมือทำไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ การเดินทางครั้งนี้สอนฉันว่าการเป็นผู้บริหารด้านคอนเทนต์ โดยเฉพาะในตลาดที่ซับซ้อนแบบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มันไม่ใช่แค่การส่งเสริมการเล่าเรื่อง แต่ต้องคิดถึงการวางกลยุทธ์ระยะยาวที่สร้างความยั่งยืนด้วย

 

อยากให้ช่วยอธิบาย “ความซับซ้อนของตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ให้เราเข้าใจเพิ่มขึ้น

มาโลบิกา: ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ได้เป็นตลาดเดี่ยวแบบญี่ปุ่น เกาหลีใต้ หรืออินเดีย แต่เป็นกลุ่มประเทศที่มีความชอบในคอนเทนต์ และมีบริบททางวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้นการออกแบบเนื้อหาที่จะลงไปในแต่ละตลาดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็ต้องเข้าใจความต่างของตลาดแต่ละที่ด้วย เช่น ละครไทยจะประมาณ 15-25 ตอนจบ แต่ถ้าเป็นอินโดนีเซียหรือฟิลิปปินส์จะ 100 ตอนขึ้นไป บางเรื่องมากกว่า 1,000 ตอนก็มี

ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบบนิเวศและทรัพยากรบุคลากรมีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก เช่น ไทยมี Inbound Production เกิดขึ้นจำนวนมาก ตลอดหลายปีที่ผ่านมามีกองถ่ายหรือการผลิตจากต่างประเทศเข้ามาทำกับเราเป็นจำนวนมาก ซึ่งตรงนี้ทำให้ระบบนิเวศของไทยเติบโตได้ค่อนข้างดี ในขณะที่ฝั่งอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ยังเน้นการสร้างให้คนในพื้นที่รับชมมากกว่า

ส่วนในเรื่องของ creative strength อินโดนีเซียกับประเทศไทยโดดเด่นเรื่องสยองขวัญ ฟิลิปปินส์เด่นเรื่องโรแมนซ์ ดรามาครอบครัว ซึ่งฉันต้องเรียนรู้ความต่างตรงนี้เยอะมากหลังจากเข้ารับตำแหน่ง ไม่ใช่แค่ในเรื่องรสนิยมที่ต่างกันของคนดูเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องจุดแข็งในงานสร้างสรรค์ของแต่ละตลาดว่าเป็นอย่างไร

ฉันโชคดีที่ผู้บริหารระดับอาวุโสในทีมมีประสบการณ์ มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ทำให้ฉันได้ใช้เวลาเรียนรู้ ซึมซับ และมองหาโอกาสพัฒนาเพื่อสร้างในสิ่งใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยทำกันมาก่อน ยกระดับความแข็งแกร่งของแต่ละตลาดให้มากขึ้นไปอีก

 

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

ในเบื้องต้นที่รับตำแหน่ง คุณมีวิสัยทัศน์และทิศทางการดำเนินงานอย่างไร นับจากวันนั้นจวบจนถึงปัจจุบัน ช่วยยกตัวอย่างการนำวิสัยทัศน์ดังกล่าวของตัวเองมาใช้ให้เห็นผลเป็นรูปธรรมอย่างไรบ้าง

มาโลบิกา: เป้าหมายแรกของฉันคือการสร้างเนื้อหาออริจินัลของไทยที่สมาชิก Netflix ในไทยชอบดู แล้วสามารถหาคนดูในต่างประเทศได้ด้วย ช่วงสองสามปีแรกเราใช้เวลาไปกับการทดลองหลายรูปแบบ ทั้งเรื่องราวที่แตกต่าง ฟอร์แมตรูปแบบต่าง ๆ ว่าอันไหนที่จะได้ผล

เรื่องที่ฉันอยากแชร์คือ ‘Hunger คนหิว เกมกระหาย’ มันเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมสำหรับฉัน เพราะเป็นเรื่องแรกที่สร้างหลังจากทีมของฉันจัดตั้งขึ้น แล้วหลังจากเปิดตัวก็สามารถขึ้นเป็นอันดับ 1 ทั่วโลก

มันจึงกลายเป็นบทพิสูจน์ว่า “เนื้อหาที่เราตั้งใจสร้างเพื่อตลาดท้องถิ่น สามารถขยายออกไปแล้วมีคนดูในวงกว้างได้ ไม่ต่างอะไรกับคอนเทนต์จากเกาหลีหรือฮอลลีวูดเช่นกัน”

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

 

"การเดินทางในช่วงแรก ๆ ไปกับการทดสอบทดลอง นอกจากจะไม่ง่ายแล้ว มันยังต้องมีทั้งในเรื่องของความอ่อนน้อมถ่อมตน ความอยากรู้อยากเห็น แล้วก็ต้องมีการปรับจูนสัญชาติญาณของเรา เพราะความตั้งใจของเราไม่ใช่แค่ เสิร์ฟในสิ่งที่คนอยากดู แต่จะต้อง “เสิร์ฟในสิ่งที่แม้กระทั่งพวกเขาเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองอยากจะดู”

หมายเหตุ: ‘Hunger คนหิว เกมกระหาย’ เป็นคอนเทนต์ไทยเรื่องแรกที่สามารถขึ้นครองอันดับ 1 การรับชมทั่วโลกทาง Netflix

 

การเติบโตของคอนเทนต์ไทย นับจากที่ Netflix เข้าสู่ประเทศไทยมาร่วมสิบปีแล้ว มีพัฒนาการอย่างไร ผ่านการลองผิดลองถูกอะไรมาบ้าง อยากให้ยกตัวอย่างคอนเทนต์ซักเรื่องขึ้นมาเป็น cast study ที่น่าสนใจของไทย

มาโลบิกา: พัฒนาการอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ผู้ชมไทยรับชมเนื้อหาจากประเทศไทยกันมากขึ้น เมื่อปีที่แล้ว (2025) กว่า 90% ของสมาชิกที่อยู่ในไทยรับชม local content แล้วไม่ใช่แค่นั้น เรายังได้เห็นคนนอกประเทศค้นพบเรื่องราวจากประเทศไทย จนส่งผลให้มี Thai Content มากถึง33 เรื่องที่ติด Top Ten ระดับโลก

นั่นคือพัฒนาการของคอนเทนต์ไทย ซึ่งถ้าให้มองจากมุมของ Netflix ฉันนึกถึง 3 ประเด็นหลักด้วยกัน

  • ประเด็นแรก การช่วยให้เกิดการเล่าเรื่องในขอบเขตที่กว้างและหลากหลายขึ้น เช่น ‘สาธุ - The Believers’ ซึ่งผสมผสานเรื่องของความเชื่อเข้ากับสิ่งที่ทำให้คนดูแล้วติดหนึบ มีเรื่องของสแกมเมอร์ มิจฉาชีพเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้คนดูอยากจะติดตามไปจนจบ หรืออย่าง ‘เกมชนคนโสด’ Ready, Set, Love’ ที่เรานำเอาความขี้เล่น High Concept เข้ามาสู่คอนเทนต์แนวโรแมนซ์ ซึ่งสองเรื่องนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นว่าเราช่วยให้เกิดการเล่าเรื่องที่หลากหลายขึ้น

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

  • ประเด็นที่ 2 คือการร่วมงานกับผู้สร้างที่อยากยกระดับ ผลักดันงานฝีมือและโปรดักชั่นให้มีความยิ่งใหญ่ขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ‘ปากกัดตีนถีบ – Ziam’, ‘Mad Unicorn – สงคราม ส่งด่วน’ หรือ ‘ดาหลา บุปผา ฆาตกรรม - Dalah Death and the Flowers’ พวกนี้มีการเล่าเรื่องแบบ cinematic มีโปรดักชั่นที่อลังการ ในปีนี้เราจะมีเรื่อง ‘เพลิงพระนาง’ ซึ่งคุณจะไม่เคยเห็นงานโปรดักชั่นและงานหัตถศิลป์ในแบบนี้มาก่อน

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

 

  • ประเด็นที่ 3 คือการเป็นแพลตฟอร์มที่ทำให้คนทั่วโลกสามารถค้นพบคอนเทนต์ไทยได้ เช่น ‘สืบสันดาน – Master of the House’ และ ‘Hunger คนหิว เกมกระหาย’ ที่ขึ้นไปติด Top Ten ทำให้คนทั่วโลกได้ค้นพบเนื้อหาไทย

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

 

‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ บริหารคอนเทนต์ไทยบน Netflix จนติด Top Ten โลก

 

ติดตามบทสัมภาษณ์ครึ่งหลังที่ ‘มาโลบิกา บาเนอร์จี’ จะพูดถึงการวางกลยุทธ์คอนเทนต์ไทยของ Netflix ในปี 2569 รวมถึงหนัง ซีรีส์ไทยที่เธอชื่นชอบเป็นการส่วนตัวได้ที่ลิงค์นี้ 

https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/entertainment/1228550