วันอังคาร ที่ 1 กันยายน 2569

Login
Login

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ

อาคาร CEA ภาคใต้ ได้รับแรงบันดาลใจจากกำแพงเมืองเก่าสงขลา โชว์การอนุรักษ์ที่ดีคือการทำให้ประวัติศาสตร์เติบโตและงดงามไปพร้อมกับกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไปสู่อนาคต

KEY POINTS

  • อาคาร CEA ภาคใต้ ได้รับแรงบันดาลใจจากกำแพงเมืองเก่าสงขลา ภายใต้แนวคิด "Save the Wall" เพื่อเชื่อมโยงและขับเน้นจิตวิญญาณของอดีตในโลกปัจจุบัน
  • สถาปัตยกรรมโดดเด่นด้วยการเลือกใช้ "อิฐดินเผาดินสองน้ำ" ซึ่งเป็นวัสดุท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ สะท้อนสัจจะของวัสดุและความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ
  • การออกแบบเคารพบริบทโดยรอบ ทั้งการทำใต้ถุนสูงเพื่อรับ "ลมสองทะเล" และการออกแบบหลังคาที่ได้แรงบันดาลใจจากเมืองเก่าเพื่อเปิดมุมมองสู่ "เขาตังกวน"
  • ตัวอาคารทำหน้าที่เสมือน "กรอบรูป" ที่เรียบนิ่ง เพื่อรวบรวมและขับเน้นทัศนียภาพอันหลากหลายของเมืองสงขลา ทั้งย่านเมืองเก่า เมืองใหม่ และธรรมชาติ

ท่ามกลางเสน่ห์อันเหนือกาลเวลาของ เมืองเก่าสงขลา เมืองที่วิวัฒนาการทางความคิดไม่เคยหยุดนิ่ง มี ‘อาคารหลังใหม่’ ที่ไม่ได้เกิดขึ้นเพื่อ ‘ก๊อปปี้’ อดีต แต่สร้างขึ้นเพื่อ ‘ขัดเน้น’ จิตวิญญาณของวันวานให้เด่นชัดขึ้นในโลกปัจจุบัน

อาคารหลังใหม่นี้คือ อาคาร CEA South หรือ ‘CEA ภาคใต้’ ของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) หรือ Creative Economy Agency (CEA) ตั้งอยู่บนพื้นที่สถานีดับเพลิงสงขลาเดิม ช่วงรอยต่อระหว่างเมืองใหม่และใจกลางย่านเมืองเก่าใกล้กับถนนสายวัฒนธรรมสำคัญ ถนนนครนอก ถนนนครใน และถนนนางงาม

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ อาคาร "CEA ภาคใต้" ตั้งอยู่บนถนนสายบุรี ย่านเมืองเก่าสงขลา

CEA จัดงานเปิดอาคารพร้อมกิจกรรมสร้างสรรค์ “Refining Southern Spectrum : ผนึกแสงสร้างสรรค์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจใต้” ระหว่าง 19-21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา

อาคาร CEA ภาคใต้ ไม่ใช่เพียงแค่อาคารราชการที่สร้างจากอิฐและปูน แต่คือปรากฏการณ์ทางสถาปัตยกรรมที่พยายามดึงมนุษย์กลับสู่ธรรมชาติ ผ่านร่องรอยประวัติศาสตร์ที่ยังมีลมหายใจ

 

Save the Wall เมื่อซากปรักหักพังคือจุดเริ่มต้น

จุดเริ่มต้นของแรงบันดาลใจไม่ได้มาจากพิมพ์เขียวที่ซับซ้อน แต่มาจากการเดินผ่าน ซากกำแพงเมืองเก่า ที่กำลังร่วงโรย

สถาปนิกมองเห็นความงามในแบบ “สัจจะของวัสดุ” ที่ธรรมชาติพยายามดึงสถาปัตยกรรมกลับสู่จุดเริ่มต้น ภาพของรากไม้ที่เกาะกุมก้อนอิฐดินเผา กลายเป็นที่มาของคอนเซปต์ Save the Wall ที่ต้องการรักษา “Texture” ของกาลเวลาเอาไว้

“เราเดินผ่านซากกำแพงเมืองเก่าสงขลาเกือบทุกวัน แล้วก็ปิ๊งไอเดีย สถาปัตยกรรมที่ดี นอกจากตอบฟังก์ชันใช้สอยภายในอาคารแล้ว ถ้ามันสร้างปรากฏการณ์ให้เกิดการอนุรักษ์กำแพงเมืองขึ้นมาได้ด้วยล่ะ ก็ตรงกับคอนเซ็ปต์ที่เราตกผลึกด้านการอนุรักษ์ที่นี่ด้วย”

ปกรณ์ เนมิตรมานสุข สถาปนิกในทีมบริษัท ควอเทร์ อาคิเทค (Quatre Architect) ซึ่งชนะการประกวดออกแบบ อาคาร CEA ภาคใต้ ให้สัมภาษณ์กับ ‘กรุงเทพธุรกิจ’ ถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบและคอนเซปต์ Save the Wall ซึ่งมาจากการใช้วิธีลงพื้นที่เดินดูบรรยากาศและสิ่งต่างๆ ที่อยู่โดยรอบพื้นที่ที่จะสร้างอาคาร

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ

ปกรณ์ เนมิตรมานสุข

“สงขลาเป็นเมืองเก่าติดทะเลสาบ มีภูเขา มีธรรมชาติรอบๆ ที่งดงาม เราอยากให้อาคารนี้เชื่อมโยงระหว่างสถาปัตยกรรมกับธรรมชาติด้วย ฉะนั้นคอนเซปต์ Save the Wall นอกจากจะช่วยอนุรักษ์แล้ว ยังทำให้คนเข้าใจว่าการอนุรักษ์ที่ดีคือควรจะเก็บสิ่งที่ผ่านกาลเวลา ไม่ได้หมายความว่าเราจะไปก๊อปปี้หรือเอามาใช้ แค่สร้างความสอดคล้องกัน แล้วสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการอนุรักษ์” ปกรณ์ กล่าว

อาคารแห่งนี้จึงได้รับการออกแบบมาให้ดูเหมือนมีรากไม้เกาะเกี่ยวอยู่บนดิน เปรียบเสมือนรอยต่อที่เชื่อมโยงระหว่างเมืองเก่าและเมืองใหม่เข้าด้วยกันอย่างแนบเนียน

 

ความงามในความไม่สมบูรณ์แบบ

ภายใต้โครงสร้างที่ดูเรียบนิ่ง อาคาร CEA ภาคใต้ ซ่อนปรัชญา Wabi-sabi (วะบิ-ซะบิ) หรือการยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบเอาไว้ สถาปนิกเลือกใช้ อิฐดินเผาดินสองน้ำ วัสดุพื้นถิ่นที่สำคัญของสงขลา มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งที่มาและพุทธศิลป์ของตัววัสดุ

อิฐชนิดนี้ผลิตจากดินในพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา บริเวณที่ น้ำจืดและน้ำทะเลมาบรรจบกัน ทำให้เนื้อดินมีคุณสมบัติพิเศษและมีความเป็นธรรมชาติสูง

เอกลักษณ์ทางกายภาพคือ เมื่อเผาแล้วจะเกิดลวดลายขึ้นเองตามธรรมชาติคล้าย ‘ก้นหอย’ อยู่ในเนื้ออิฐ

สีของอิฐเป็นโทนสีนุ่มนวล (Soft) เกิดจากการเผาแบบโบราณ ไม่มีการผสมสีเพิ่มเติม อิฐแต่ละก้อนมีความโค้งมนและเฉดสีที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามธรรมชาติ เคยเป็นวัสดุหลักที่ใช้สร้างเมืองเก่าสงขลาในอดีต รวมทั้งกำแพงเมือง

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ‘อิฐเผาดินสองน้ำ’ วัสดุพื้นถิ่นเมืองเก่าสงขลา และ ‘หลังคาปั้นหยา’ บนดาดฟ้า สร้างช่องแสงเข้าสู่ภายในอาคาร

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ยืนอยู่บนดาดฟ้าอาคาร CEA ภาคใต้ มองเห็นเขาตังกวนและทะเลสาบสงขลา

งานออกแบบ หลังคา คืออีกหนึ่งไฮไลท์ที่สะท้อนความใส่ใจในบริบท ทีมสถาปนิกได้รับแรงบันดาลใจจากการขึ้นไปบนตึกพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งแล้วมองลงมาเห็นหลังคาโบราณในเมืองเก่าสงขลา

ความสวยงามที่พบไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่เป็นความสวยงามแบบสุ่ม (Random) ของหลังคาที่บางส่วนพังทลายลงตามกาลเวลาซึ่งดูน่าสนใจและมีเสน่ห์ แล้วนำมาตีความใหม่

โดยทีมสถาปนิกเลือกใช้กรอบสามเหลี่ยมของหลังคา ทรงปั้นหยา เพราะสามารถทำสโลปต่ำได้ มาตกแต่งเป็นหย่อมๆ บนหลังคาของอาคาร ‘CEA ภาคใต้’ ที่ออกแบบให้มีลักษณะเป็น ‘ดาดฟ้ากว้าง’ เพื่อเปิดมุมมองไปยัง ‘เขาตังกวน’ แลนด์มาร์คสำคัญของสงขลาโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง สร้างความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับวัฒนธรรมและธรรมชาติของเมือง

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ช่องแสงจุดหนึ่งที่เกิดจากการตัดทอนรูปทรงปั้นหยา

หากยืนอยู่ด้านล่างและแหงนมองขึ้นไป จะไม่เห็นตัวหลังคา ทำให้ภาพรวมของอาคารดูเรียบนิ่งราวกับงานโมเดิร์น

จนเมื่อก้าวขึ้นสู่ชั้นบนซึ่งใช้ประโยชน์เป็น ‘ห้องสมุด TCDC’ หลังคาจะค่อยๆ เฉลยตัวเองผ่านช่องแสง (Skylight) ซึ่งเกิดจากการที่สถาปนิกใช้การตัดทอนรูปทรงปั้นหยา เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาหล่อเลี้ยงพื้นที่ภายในอาคาร และยังช่วยสร้างจังหวะ (Rhythm) ให้กับพื้นที่ห้องสมุด

 

บันไดสร้างสรรค์ : พื้นที่ ‘ฟรี’ สู่โลกแห่งการเรียนรู้

ทีมสถาปนิกยังต้องการเปลี่ยนภาพจำจาก ‘อาคารราชการ’ ที่ดูปิดกั้น เป็นอาคารที่เปิดโล่งให้ประชาชนรู้สึกกล้าเข้าใช้งาน เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และพื้นที่ครึ่งหนึ่งเป็น พื้นที่ของประชาชน อย่างแท้จริง ผ่านการออกแบบพื้นที่ในรูปแบบ สเตเดียม (Stadium) ตรงขั้นบันไดทางขึ้นอาคาร มีความเป็นพื้นที่สาธารณะสูงจากเหตุผลเชิงฟังก์ชันและจิตวิทยาทางสถาปัตยกรรม

“เส้นเฉียงของสเตเดียมทำหน้าที่เปิดพื้นที่ (Open Space) เพื่อ ‘ดึงดูด’ และ ‘ดูด’ ผู้คนให้ไหลเข้ามาภายในอาคาร” ปกรณ์ กล่าว

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ทางเดินเข้าอาคาร ออกแบบเป็นลักษณะสเตเดียม มีชานพักกว้าง

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ประโยชน์ใช้สอยบนพื้นที่สเตเดียม

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ชานพักของสเตเดียม กว้างพอสำหร้บทำกิจกรรม

สเตเดียมตรงนี้ออกแบบมาให้เป็น พื้นที่อเนกประสงค์เพื่อการเรียนรู้ (Multi-functional Space) มากกว่าทางเดิน โดยมีการจัดจังหวะขั้นบันได เช่น ขึ้น 3 ขั้น มีชานพักกว้าง เพื่อให้สามารถใช้เป็นที่นั่งสำหรับจัด เสวนา สัมมนา หรือทำ กิจกรรม Open Air ได้จริงเหมือนโรงหนังกลางแจ้ง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ CEA ที่ต้องการเผยแพร่ความคิดสร้างสรรค์สู่คนหมู่มาก

การทำเป็นสเต็ปบันไดขนาดใหญ่ ยังทำให้คนรู้สึกว่าการขึ้นไปยังห้องสมุดเป็นเรื่องง่ายและน่ารื่นรมย์ ไม่เหมือนการเดินขึ้นตึกทั่วไป

ปกรณ์กล่าวด้วยว่า รูปแบบพื้นที่แบบสเตเดียม ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามานั่งใช้บริการได้ฟรี อาคารราชการที่สร้างจากภาษีประชาชนแห่งนี้เหมือนได้คืนประโยชน์กลับสู่ประชาชนอย่างแท้จริง

 

สายลมจากสองทะเล

อีกหนึ่งลักษณะเฉพาะทางสถาปัตยกรรมของ ‘อาคาร CEA ภาคใต้’ คือการออกแบบให้มี ใต้ถุนสูงในอาคาร มีประโยชน์และเหตุผลสำคัญหลายด้าน ทั้งเชิงฟังก์ชัน การอนุรักษ์ และความสัมพันธ์กับผู้คน

ทีมสถาปนิกออกแบบอาคารนี้ให้เป็น อาคารประหยัดพลังงาน โดยใช้พื้นที่ครึ่งหนึ่งของตึกเป็นใต้ถุนเพื่อรับลมธรรมชาติจาก “ลมสองทะเล” (ทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย)

การยกใต้ถุนสูงช่วยให้รับลมได้ดีกว่าระดับพื้นดิน และทำให้พื้นที่นี้ใช้งานได้จริงอย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องใช้เครื่องปรับอากาศ

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ บริเวณใต้ถุนใช้จัดกิจกรรม “เนเบอร์หลาด” ตลาดสร้างสรรค์ปักษ์ใต้

การมีใต้ถุนที่โปร่งโล่งยังช่วยลดความรู้สึกปิดกั้นของตึกราชการ ทำให้คนทั่วไปและผู้ประกอบการกล้าเข้ามาใกล้ชิดและใช้งานพื้นที่สร้างสรรค์มากขึ้น

ปกรณ์กล่าวด้วยว่า รูปแบบใต้ถุนสูง เป็นการตีความสถาปัตยกรรมที่ บียอนด์ (Beyond) ไปมากกว่ายุคเมืองเก่า โดยย้อนกลับไปสู่รากเหง้าดั้งเดิมของพื้นที่ซึ่งเคยเป็น “บ้านใต้ถุน” ที่ใช้เลี้ยงวัวเลี้ยงควายในที่โล่งก่อนจะเกิดเป็นเมืองเก่าสงขลา

ช่วยให้ผู้คนหลีกหนีมลพิษจากระดับพื้นดิน และสอดรับกับการออกแบบ สเตเดียม ที่ช่วยให้คนเดินขึ้นไปอีกเพียงครึ่งชั้นก็ถึงห้องสมุดชั้น 2 ทำให้พื้นที่การเรียนรู้เข้าถึงได้ง่ายและต่อเนื่อง

ตัวอาคารเป็น โครงสร้าง 3 ช่วงเสา (3-span) อ้างอิงจากบ้านใต้ถุนในอดีต และมีช่องประตูตรงกลางที่ให้ความรู้สึกสมมาตร (Symmetry) เลียนแบบสถาปัตยกรรมของที่ว่าการอำเภอในสมัยก่อนซึ่งเคยตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง

 

สถาปัตยกรรมหายตัวได้ และกรอบรูปบรรจุลมหายใจเมือง

อาคาร CEA ภาคใต้ ยังได้รับการออกแบบให้เปรียบเสมือน กรอบรูปขนาดใหญ่ ด้วยแนวคิดที่ต้องการสร้าง ความเคลื่อนไหวภายใต้ความเรียบนิ่ง (Dynamic within Static) เพื่อทำหน้าที่รวบรวมและขับเน้นบริบทอันหลากหลายของเมืองสงขลา

ปกรณ์กล่าวว่า เนื่องจากที่ตั้งของอาคารเป็นรอยต่อระหว่าง “เมืองเก่า” และ “เมืองใหม่” ซึ่งมีสถาปัตยกรรมหลากหลายยุคผสมผสานกัน ทั้งตึกสมัยใหม่ วัด และลานจอดรถที่มีความวุ่นวาย (Dynamic) สูง

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ ดึงแสงธรรมชาติยามกลางวันด้วยผนังกระจกใสตลอดความยาวพื้นที่ห้องสมุด TCDC (บนอาคาร CEA ภาคใต้) ด้านถนนสายบุรี ตรงข้ามคือวัดยางทอง

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ พื้นที่ห้องสมุดด้านทะเลสาบสงขลา ผนังกระจกใสตลอดแนวเช่นกัน พื้นส่วนหนึ่งออกแบบเป็นขั้นบันไดแบบสเตเดียม เมื่อนำเก้าอี้ออกสามารถใช้เป็นพื้นที่นั่งชมกิจกรรมและจัดแสดงผลิตภัณฑ์

สถาปนิกจึงออกแบบอาคารให้มี รูปทรงเรียบนิ่ง เพื่อทำหน้าที่เป็น “กรอบรูป” ที่สะกดและดึงเอาความเคลื่อนไหวสะเปะสะปะรอบๆ ให้ไหลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของมุมมองอาคาร

ผนังขนาดใหญ่ทั้งสามด้านของอาคารกรุ กระจกใส เพื่อให้ไม่บังทัศนียภาพรอบด้าน โดยเฉพาะ “เขาตังกวน” แลนด์มาร์คที่รวมเอาทั้งความเป็นธรรมชาติและวัฒนธรรมของสงขลาไว้ด้วยกัน

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ อาคาร CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมที่ทำให้กระจกหายตัวได้เมื่อยามค่ำมาเยือน

ยามกลางวัน อาคารจึงทำหน้าที่เหมือน ‘กรอบรูป’ เปิดให้ทุกคนที่เข้ามาใช้งานมองเห็นทัศนียภาพนี้ได้อย่างชัดเจนจากทุกมุมมอง

ยามค่ำคืน เมื่อดวงไฟภายในอาคารสว่างขึ้น กระจกใสที่ถูกจัดวางระยะเข้าไปด้านในจะ “หายตัวไปอย่างลึกลับ” ไม่สะท้อนเป็นเงาบนตัวกระจก ทิ้งไว้เพียงแสงสว่างที่สาดส่องลงบนผนังอิฐและไม้ตะเคียนสีเข้ม ราวอาคารนี้ไร้ผนัง ช่วยขับเน้นความงามของวัสดุภายในและทัศนียภาพภายนอกเชื่อมโยงกันอย่างไร้รอยต่อ

CEA ภาคใต้ : สถาปัตยกรรมแห่งความทรงจำ และสัจจะของดินสองน้ำ อาคาร CEA South

แทนที่จะสร้างสิ่งใหม่เพื่อบดบังของเดิม ทีมสถาปนิกตั้งใจให้ อาคาร CEA ภาคใต้ เป็นกรอบรูปที่ช่วย “ขับเน้น” สิ่งงดงามในอดีต เช่น ซากกำแพงเมืองเก่า ลักษณะบ้านใต้ถุนโบราณ ให้กลับมามีชีวิตและโดดเด่นขึ้นมาในมุมมองของคนรุ่นปัจจุบัน

การเป็น “กรอบรูป” คือกลยุทธ์ทางสถาปัตยกรรมที่ใช้ความนิ่งเพื่อสะกดและรวบรวม จิตวิญญาณของเมือง (Sense of Place) ทั้งความเก่า ความใหม่ และธรรมชาติ ให้มาปรากฏตัวร่วมกันอย่างมีชั้นเชิง

สถาปัตยกรรมแห่งนี้ประกาศว่า การอนุรักษ์ที่ดีที่สุดไม่ใช่การหยุดเวลาไว้ในตู้กระจก แต่คือการทำให้ประวัติศาสตร์สามารถเติบโตและงดงามไปพร้อมกับกาลเวลาที่เคลื่อนผ่านไปสู่อนาคตอย่างยั่งยืน