วันพุธ ที่ 14 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาวะผู้นำที่เกิดขึ้นหลังความล้มเหลว | Leading For Future

ภาวะผู้นำที่เกิดขึ้นหลังความล้มเหลว นี่คือ "ผู้นำที่กล้า" ไม่ใช่คนที่ไม่รู้สึกกลัว แต่คือคนที่รู้ว่าเรากำลังรู้สึกกลัวและยังเลือกเดินต่อ

ปีนี้เป็นปีที่ 5 ติดต่อกันที่ดิฉันกลับไปที่เมือง Chamonix ประเทศฝรั่งเศส ศูนย์กลางของการจัดงาน UTMB (Ultra-Trail du Mont-Blanc) เป็นหนึ่งในรายการแข่งขัน Ultra-Trail Running ระดับโลก และทุกครั้งที่กลับไปดิฉันพยายามมองหาบทเรียนที่สนามแห่งนี้สะท้อนกลับมายังโลกของการทำงานและภาวะผู้นำของเรา

ทุกปีที่ผ่านมาดิฉันได้ถอดบทเรียนของคนที่วิ่งเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ แต่ปีนี้ขอคุยกันในเรื่องของคนที่วิ่งไม่จบ!

บนเส้นทาง UTMB มีทั้งคนที่เข้าเส้นชัยและคนที่ต้องหยุดก่อนถึงเส้นชัย เรามักเรียกคนที่จบว่า Finisher และอาจมองคนที่ไม่จบว่า Fail

แต่เมื่อได้เห็นเรื่องราวของนักวิ่งหลายคน ดิฉันกลับรู้สึกว่าเส้นแบ่งระหว่าง “ชนะ” กับ “แพ้” อาจไม่ได้อยู่ที่เส้นชัย เพราะคนที่ไม่จบจำนวนมากที่กลับไปฝึกใหม่แล้วกลับมาอีกครั้งในปีถัดๆ ไป บางคนกลับมาครั้งที่ 3, 4 หรือ 5

สิ่งที่น่าสนใจว่าหลังจาก Fail แล้ว จะทำอย่างไรต่อ? เพราะสนามนี้คือสนามที่ใครไปแล้วก็อยากกลับมาอีก และนี่เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับผู้นำ

1. ความล้มเหลวที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งใหม่

ในโลกธุรกิจ เรามักให้รางวัลกับ Success แต่ไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นหลัง Failure ทั้งที่ในความเป็นจริง ผู้นำทุกคนต้องเจอกับมัน อาทิ กลยุทธ์ที่ไม่สำเร็จ โครงการที่ไม่เป็นไปตามแผน การตัดสินใจที่ผิด ทีมที่ไม่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย หรือเป้าหมายที่ตั้งใจไว้แล้วไปไม่ถึง เมื่อเกิดขึ้นสิ่งที่สำคัญคือการกล้ายอมรับมันและกลับไปเรียนรู้จากมันอย่างจริงจัง

นักวิ่งที่ไม่จบต้องถามตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้น เราเร่งเกินไปในช่วงต้นหรือไม่? เตรียมตัวไม่พอหรือไม่? ประเมินสภาพอากาศผิดหรือไม่? เลือกกลยุทธ์ผิดหรือไม่? จากนั้นจึงกลับมาออกแบบวิธีใหม่ นี่คือสิ่งที่องค์กรเองก็ต้องทำ เพราะ Failure ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จครั้งใหม่

2. ความล้มเหลวไม่ได้ทำลายความฝัน แต่ทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่าความฝันนั้นมีความหมายกับเรามากแค่ไหน

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าประทับใจคือ นักวิ่งบางคนรู้ดีว่าการกลับมาจะไม่ง่ายกว่าเดิม แต่ก็ยังอยากกลับมา ไม่ใช่เพราะไม่มีความกลัว แต่เพราะยังมีบางอย่างที่มีความหมายมากพอให้กลับไปลองอีกครั้ง บางคนไม่ได้กลับมาเพื่อพิสูจน์ให้คนอื่นเห็น แต่กลับมาเพื่อพิสูจน์กับตัวเองว่าครั้งนี้ฉันจะทำให้ได้

 

นี่เป็นอีกมิติหนึ่งของ Leadership นั่นคือ Purpose เมื่อเราเจอกับความล้มเหลว สิ่งที่ทำให้เรากลับมาไม่ใช่เพียงความสามารถ แต่คือเหตุผลที่เรายังอยากไปต่อ

ในองค์กรก็เช่นกันเมื่อกลยุทธ์ไม่สำเร็จ หรือการเปลี่ยนแปลงยากกว่าที่คิด ผู้นำต้องช่วยให้ทีมเห็นว่า ทำไมเราจึงยังควรเดินต่อ และเราจะเดินต่ออย่างไรให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นความล้มเหลวไม่ได้ทำลายความฝัน แต่ทำให้เราเห็นชัดขึ้นว่าความฝันนั้นมีความหมายกับเรามากแค่ไหน

3. ความล้มเหลวอาจช่วยให้เราเห็นภาวะผู้นำที่แท้จริง

เรามักเข้าใจว่าอะไรที่เป็นไปตามแผนเพราะเรามีผู้นำที่มีภาวะผู้นำที่แข็งแกร่ง แต่ดิฉันคิดว่าภายใต้วันที่ไม่เป็นไปตามแผนอาจเป็นวันพิสูจน์ภาวะผู้นำที่แข็งแกร่งเช่นกัน 

การตัดสินใจลงสนามระยะทางไกล คือการยอมรับตั้งแต่ต้นว่า เรากำลังเดินเข้าสู่ความรู้สึกอึดอัดภายในใจ (Emotion Discomfort) อาทิ ความเหนื่อย ความเจ็บ ความกลัว ความไม่แน่นอน และช่วงเวลาที่เราจะเริ่มถามตัวเองว่า เราจะไปต่อทำไม? นี่คือภาวะที่เรียกว่ากล้าเผชิญกับความไม่สบายใจ (Embrace Discomfort)

เราไม่ได้ลงสนามเพราะรู้ว่าทุกอย่างจะราบรื่น แต่ลงเพราะรู้ว่าเส้นทางจะยาก และเราพร้อมที่จะอยู่กับความยากนั้น สำหรับดิฉัน นี่คือหัวใจของ Courageous Leadership ผู้นำที่กล้าไม่ใช่คนที่ไม่รู้สึกกลัว แต่คือคนที่รู้ว่าเรากำลังรู้สึกกลัวและยังเลือกเดินต่อ

ในโลกการทำงานก็เช่นกันวันที่ผู้นำรวบรวมความกล้าที่ต้องออกมาบอกทีมว่าเราไม่สำเร็จ วันที่กล้ายอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้ผิด และวันที่กล้าลุกขึ้นมาบอกว่าเราจะลองใหม่ แต่ครั้งนี้เราจะทำให้แตกต่างจากเดิม นี่คือความเป็นผู้นำที่แท้จริง

ปีที่ 5 ที่เมือง Chamonix ทำให้ดิฉันคิดว่า บางทีเราอาจต้องเปลี่ยนวิธีมอง Failure

ไม่ใช่จาก Fail = แพ้ แต่เป็น Fail = Feedback และจากนั้นจึงถามตัวเองว่า What will I do differently next time?