วันเสาร์ ที่ 3 ตุลาคม 2569

Login
Login

การกลับมาของช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่ Dib Bangkok

ผลงานประติมากรรมช้างเผือกในตำนานของ สุธี คุณาวิชยานนท์ กลับมาให้ชมกันอีกครั้งในชีวิต ชีวา (Giving Life) นิทรรศการลำดับที่ 2 ของ Dib Bangkok เปิดให้ชมถึง 3 พฤษภาคม 2570

KEY POINTS

  • พบกับผลงานประติมากรรมช้างเผือกในตำนานของ สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่กลับมาให้ผู้ชมร่วมกันบริจาคลมหายใจเพื่อให้งานชิ้นนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
  • ในชีวิต ชีวา (Giving Life) นิทรรศการลำดับที่ 2 ของ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) เปิดให้ชมแล้ววันนี้ถึง 3 พฤษภาคม 2570

กลับมาใหม่ในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่คนไทยกำลังประสบในวันนี้จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น

ย้อนไปทำความรู้จักกับที่มาของ “ช้างเผือก” ประติมากรรมซิลิโคนขนาดเท่าจริงที่เชิญชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วยการบริจาคลมหายใจ กับ สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินและอาจารย์คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร เจ้าของผลงานและพบกับช้างเผือก ปี 2569 ในนิทรรศการล่าชุดของดิบ บางกอก ที่มีชื่อว่า ชีวิต ชีวา (Giving Life) กันค่ะ

การกลับมาของช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่ Dib Bangkok ผู้ชมร่วมบริจาคลมหายใจให้ “ช้างเผือก” ที่ ดิบ บางกอก

สุธี เล่าให้ฟังว่า “ก่อนที่จะเป็นช้าง ผมทำเป็นรูปเสือมาก่อน ต้องถอยกลับไปในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งก่อนหน้านั้นประเทศไทยประกาศว่าจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย จึงนำเสือมาเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการเสื่อมถอยของเศรษฐกิจ คนดูต้องมาช่วยกันเป่าลมเข้าไปเพื่อให้เสือผงาดขึ้นมาอีกครั้ง

จากเสือต่อด้วยควาย ช่วงนั้นผมจำได้ว่าควายกำลังจะสูญพันธุ์ ชาวนาหันมาใช้เครื่องจักรแทนควาย จึงนำควายเป่าลมมาใช้ในการสื่อสาร ต่อมาในปี 2542 ผมทำเป็นรูปช้างเป็นการอุปมาอุปไมยถึงคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ของความเก่าแก่ ดั้งเดิม ที่เชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจด้วย

ประเทศไทยมีปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ที่อยู่ในสภาวะเสื่อมถอย ถ้าเรานำช้างเผือกมาเป็นสัญลักษณ์น่าจะสื่อสารได้ง่าย การที่เราช่วยบริจาคลมหายใจก็เหมือนเป็นการช่วยต่อลมหายใจ เป็นการสื่อความหมายถึงความร่วมมือร่วมใจกัน” ศิลปินกล่าวถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน

การกลับมาของช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่ Dib Bangkok ช้างเผือก ,2542 เมื่อครั้งจัดแสดงที่หอศิลป์มหาวิทยาลัยศิลปากร วังท่าพระ
ภาพ : สุธี คุณาวิชยานนท์

การกลับมาของช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่ Dib Bangkok ช้างเผือกซิลิโคนตัวที่พับใส่กระเป๋าเดินทางไปจัดแสดงในต่างประเทศ

ภาพ : สุธี คุณาวิชยานนท์

จากประติมากรรมเสือ ควาย มาถึงช้างตัวแรกในปี 2541 ทุกชิ้นมีขนาดเท่าจริง โดยในช่วงแรกทำมาจากยางพารา จนมาถึงช้างตัวที่สองที่ทำขึ้นในปี 2542 เปลี่ยนมาใช้ซิลิโคนแทน โดยสามารถนำลมออกแล้วพับใส่กระเป๋าเดินทางไปพร้อมกับศิลปินเพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมมาร่วมกันบริจาคลมหายใจในหลายประเทศ

“พอมาปีนี้ทางดิบ บางกอก สนใจผลงานให้นำมาจัดแสดงเลยรีเมกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นอกจากตื่นเต้นแล้วผมยังมีความสุขที่ได้รวบรวมทีมงานเก่าที่เคยช่วยกันทำงานมาตั้งแต่เสือมาจนถึงช้าง ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนสำคัญ คือ กิตติชัย วีรวิชา และ วงศธร โหยก้า ตอนนี้เป็นประติมากรที่มีฝีมือพัฒนาไปไกลมากแล้วมาร่วมงานกันอีกครั้ง”

การกลับมาของช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่ Dib Bangkok ช้างเผือก พ.ศ.2569

ศิลปินกล่าวถึง ช้างเผือก พ.ศ.2569 นี้ว่าเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบมากไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญของทีมงานรวมไปถึงเทคนิคการสร้างสรรค์ตลอดจนวัสดุที่นำมาใช้ ทำให้รูปทรงตลอดจนผิวหนังของช้างมีความสมจริงมาก

หากสิ่งที่ ช้างเผือก ยังต้องการจากผู้ชมไม่เปลี่ยน คือ ลมหายใจที่จะช่วยกันทำให้ช้างที่นอนอ่อนแรงได้กลับมาพองฟูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยทางศิลปินได้เตรียมหลอดสำหรับเป่าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพื่อสุขอนามัยเอาไว้พร้อม

วันเวลาผ่านไป 27 ปีนับจากระยะห่างจากช้างตัวที่สองมาถึงตัวล่าสุด ดูเหมือนว่าเรายังประสบกับสภาวะเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมชนิดไม่มีเวลาพัก เช่นเดียวกับการบริจาคลมหายใจให้กับช้างเผือกที่ยุบหนอพองหนอสลับกันไป

การกลับมาของช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่ Dib Bangkok ตัวอย่างผิวหนังช้างซิลิโคนที่ดูคล้ายของจริง

ไปบริจาคลมหายใจให้ช้างเผือก ผลงานในตำนานของ สุธี คุณาวิชยานนท์ ได้ที่นิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) จัดแสดงที่ ดิบ บางกอก ระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570

เวลาทำการ  วันพฤหัสบดี–วันจันทร์ เวลา 10:00-19:00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ)

บัตรเข้าชม  บัตรทั่วไป 700 บาท 550 บาทสำหรับคนไทย บัตรนักศึกษา 250 บาท บัตรนักเรียน 150 บาท สามารถสำรองบัตรเข้าชมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์  www.dibbangkok.org