ผลงานประติมากรรมช้างเผือกในตำนานของ สุธี คุณาวิชยานนท์ กลับมาให้ชมกันอีกครั้งในชีวิต ชีวา (Giving Life) นิทรรศการลำดับที่ 2 ของ Dib Bangkok เปิดให้ชมถึง 3 พฤษภาคม 2570
KEY POINTS
- พบกับผลงานประติมากรรมช้างเผือกในตำนานของ สุธี คุณาวิชยานนท์ ที่กลับมาให้ผู้ชมร่วมกันบริจาคลมหายใจเพื่อให้งานชิ้นนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
- ในชีวิต ชีวา (Giving Life) นิทรรศการลำดับที่ 2 ของ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) เปิดให้ชมแล้ววันนี้ถึง 3 พฤษภาคม 2570
กลับมาใหม่ในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่คนไทยกำลังประสบในวันนี้จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น
ย้อนไปทำความรู้จักกับที่มาของ “ช้างเผือก” ประติมากรรมซิลิโคนขนาดเท่าจริงที่เชิญชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วยการบริจาคลมหายใจ กับ สุธี คุณาวิชยานนท์ ศิลปินและอาจารย์คณะจิตรกรรม ประติมากรรม และภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร เจ้าของผลงานและพบกับช้างเผือก ปี 2569 ในนิทรรศการล่าชุดของดิบ บางกอก ที่มีชื่อว่า ชีวิต ชีวา (Giving Life) กันค่ะ
สุธี เล่าให้ฟังว่า “ก่อนที่จะเป็นช้าง ผมทำเป็นรูปเสือมาก่อน ต้องถอยกลับไปในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ซึ่งก่อนหน้านั้นประเทศไทยประกาศว่าจะเป็นเสือตัวที่ 5 ของเอเชีย จึงนำเสือมาเป็นสัญลักษณ์สื่อถึงการเสื่อมถอยของเศรษฐกิจ คนดูต้องมาช่วยกันเป่าลมเข้าไปเพื่อให้เสือผงาดขึ้นมาอีกครั้ง
จากเสือต่อด้วยควาย ช่วงนั้นผมจำได้ว่าควายกำลังจะสูญพันธุ์ ชาวนาหันมาใช้เครื่องจักรแทนควาย จึงนำควายเป่าลมมาใช้ในการสื่อสาร ต่อมาในปี 2542 ผมทำเป็นรูปช้างเป็นการอุปมาอุปไมยถึงคุณค่าในเชิงสัญลักษณ์ของความเก่าแก่ ดั้งเดิม ที่เชื่อมโยงไปถึงเศรษฐกิจด้วย
ประเทศไทยมีปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ที่อยู่ในสภาวะเสื่อมถอย ถ้าเรานำช้างเผือกมาเป็นสัญลักษณ์น่าจะสื่อสารได้ง่าย การที่เราช่วยบริจาคลมหายใจก็เหมือนเป็นการช่วยต่อลมหายใจ เป็นการสื่อความหมายถึงความร่วมมือร่วมใจกัน” ศิลปินกล่าวถึงแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลงาน
ภาพ : สุธี คุณาวิชยานนท์
ภาพ : สุธี คุณาวิชยานนท์
จากประติมากรรมเสือ ควาย มาถึงช้างตัวแรกในปี 2541 ทุกชิ้นมีขนาดเท่าจริง โดยในช่วงแรกทำมาจากยางพารา จนมาถึงช้างตัวที่สองที่ทำขึ้นในปี 2542 เปลี่ยนมาใช้ซิลิโคนแทน โดยสามารถนำลมออกแล้วพับใส่กระเป๋าเดินทางไปพร้อมกับศิลปินเพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมมาร่วมกันบริจาคลมหายใจในหลายประเทศ
“พอมาปีนี้ทางดิบ บางกอก สนใจผลงานให้นำมาจัดแสดงเลยรีเมกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง นอกจากตื่นเต้นแล้วผมยังมีความสุขที่ได้รวบรวมทีมงานเก่าที่เคยช่วยกันทำงานมาตั้งแต่เสือมาจนถึงช้าง ซึ่งเป็นลูกศิษย์คนสำคัญ คือ กิตติชัย วีรวิชา และ วงศธร โหยก้า ตอนนี้เป็นประติมากรที่มีฝีมือพัฒนาไปไกลมากแล้วมาร่วมงานกันอีกครั้ง”
ศิลปินกล่าวถึง ช้างเผือก พ.ศ.2569 นี้ว่าเป็นเวอร์ชันที่สมบูรณ์แบบมากไม่ว่าจะเป็นความเชี่ยวชาญของทีมงานรวมไปถึงเทคนิคการสร้างสรรค์ตลอดจนวัสดุที่นำมาใช้ ทำให้รูปทรงตลอดจนผิวหนังของช้างมีความสมจริงมาก
หากสิ่งที่ ช้างเผือก ยังต้องการจากผู้ชมไม่เปลี่ยน คือ ลมหายใจที่จะช่วยกันทำให้ช้างที่นอนอ่อนแรงได้กลับมาพองฟูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง โดยทางศิลปินได้เตรียมหลอดสำหรับเป่าใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งเพื่อสุขอนามัยเอาไว้พร้อม
วันเวลาผ่านไป 27 ปีนับจากระยะห่างจากช้างตัวที่สองมาถึงตัวล่าสุด ดูเหมือนว่าเรายังประสบกับสภาวะเสื่อมถอยทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมชนิดไม่มีเวลาพัก เช่นเดียวกับการบริจาคลมหายใจให้กับช้างเผือกที่ยุบหนอพองหนอสลับกันไป
ไปบริจาคลมหายใจให้ช้างเผือก ผลงานในตำนานของ สุธี คุณาวิชยานนท์ ได้ที่นิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) จัดแสดงที่ ดิบ บางกอก ระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570
เวลาทำการ วันพฤหัสบดี–วันจันทร์ เวลา 10:00-19:00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ)
บัตรเข้าชม บัตรทั่วไป 700 บาท 550 บาทสำหรับคนไทย บัตรนักศึกษา 250 บาท บัตรนักเรียน 150 บาท สามารถสำรองบัตรเข้าชมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.dibbangkok.org




