จะเป็นอย่างไรถ้าศิลปะมีชีวิต กินได้ เต้นได้ และหายใจได้ !
อารียนา ชัยวาระนนท์ ภัณฑารักษ์ของ ดิบ บางกอก (Dib Bangkok) กล่าวถึงผลงานศิลปะที่ผู้ชมจะได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการลิ้มรสชาติของอาหารในงานศิลปะของฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช เต้นรำไปกับผลงานประติมากรรมของ อเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา
รวมถึงการบริจาคลมหายใจให้กับประติมากรรมซิลิโคน “ช้างเผือก” ของ สุธี คุณาวิชยานนท์ ได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้ง ในนิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) ที่ดิบ บางกอก ให้ฟังว่า
ประติมากรรมช้างเผือก โดย สุธี คุณาวิชยานนท์
“นิทรรศการครั้งนี้เป็นเหมือนจดหมายรักถึงศิลปิน ผู้มอบชีวิตให้กับวัสดุต่างๆ งานศิลปะใน ชีวิต ชีวา (Giving Life) จึงไม่ได้เป็นแค่ศิลปวัตถุ แต่เป็นศิลปะมีชีวิตที่ต้องเผชิญกับเงื่อนไขต่างๆในการใช้ชีวิต เหมือนกับพวกเราที่ไม่สมบูรณ์และเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ”
©2026 Calder Foundation, New York / Artists Rights Society (ARS), New York
อารียนา ชัยวาระนนท์ ย้อนถึงจุดเริ่มต้นของ ชีวิต ชีวา (Giving Life) นิทรรศการลำดับที่ 2 ของ ดิบ บางกอก ว่าเกิดจากแนวคิดที่ต้องการสื่อถึงการขับเคลื่อน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ ผ่านประติมากรรมของอเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์ ศิลปินชาวอเมริกัน อดีตนักศึกษาด้านวิศวกรรมเครื่องกล ผู้พลิกแนวคิดของประติมากรรมจากวัตถุที่หยุดนิ่งสู่ผลงานที่เคลื่อนไหวได้ จนกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของศิลปะแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งนิทรรศการนี้ยังจัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงการจากไปครบ 50 ปีของศิลปินท่านนี้อีกด้วย
อิซุมิ กาโตะ, Untitled, 2018 ภาพโดย Yusuke Sato
©2018 Izumi Kato อนุเคราะห์ภาพโดย ศิลปิน และ Perrotin
อนุเคราะห์ภาพโดย ศิลปิน, James Cohan, New York ภาพโดย Dan Bradica
โดยเชื่อมโยงการมองศิลปะในฐานะสิ่งมีชีวิตไปกับผลงานสร้างสรรค์กว่า 160 ชิ้น จากศิลปินที่มีชื่อเสียงทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติอีก 32 คน ได้แก่ อิซุมิ กาโตะ เคทลิน คีโอห์ ตวน แอนดรูว์ เหงียน โทเบียส เรห์แบร์เกอร์ เซซิเลีย บีกุญญา เมเรียม เบนนานี ยูกิโนริ ยานากิ ฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช อารยา ราษฎร์จำเริญสุข สุธี คุณาวิชยานนท์ และ วสันต์ สิทธิเขตต์ เข้าไว้ด้วยกัน
นอกจากนี้ ยังพาผู้ชมร่วมศึกษาช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญของประวัติศาสตร์ศิลปะยุคใหม่ของไทยในช่วงปลายยุคสงครามเวียดนาม (ระหว่างปี พ.ศ. 2498–2518) ตรงกับช่วงเวลาที่คาลเดอร์มาจัดแสดงนิทรรศการครั้งแรกในบ้านเราที่หอศิลป์ พีระศรี ในปี พ.ศ. 2518 อีกด้วย
สุธี คุณาวิชยานนท์ กล่าวถึงผลงาน ช้างเผือก ประติมากรรมซิลิโคนขนาดเท่าช้างจริงที่ชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วมด้วยการเป่าลมเพื่อให้ช้างพองฟูดูราวกับมีชีวิต หรือจะเฝ้าพิจารณาถึงช้างที่ดูราวอ่อนแอยามไร้แรงลมเป่าว่าเป็นการสื่อความหมายถึงคุณค่าเชิงสัญลักษณ์ของความเก่าแก่ ดั้งเดิม
“ประเทศไทยมีปัญหามากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ป่าไม้ที่อยู่ในสภาวะเสื่อมถอย ถ้าเรานำช้างเผือกมาเป็นสัญลักษณ์น่าจะสื่อสารได้ง่าย การที่เราช่วยบริจาคลมหายใจก็เหมือนเป็นการช่วยต่อลมหายใจ เป็นการสื่อความหมายถึงความร่วมมือร่วมใจกัน
ในขณะเดียวกันการเป่าลมเข้าไปก็ชวนให้นึกไปถึงการทำสมาธิ การกำหนดลมหายใจเข้าออก เป็นการปฏิบัติที่ทำให้เราได้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ไม่กังวลถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดความทุกข์”
นิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) ไม่เพียงชวนให้เรามองศิลปะในฐานะสิ่งมีชีวิต แต่ยังชวนให้เต้นรำ เคลื่อนไหวไปกับงานมาสเตอร์พีซของอเล็กซานเดอร์ คาลเดอร์แล้ว ลิ้มรสงานศิลปะกินได้ของฤกษ์ฤทธิ์ ตีระวนิช ที่ชวนค้นหาความหมายไปกับอาหารในสถานการณ์ต่างๆ ได้สนุกไปงานจิตรกรรมที่ผันแปรไปเป็นประติมากรรมได้ตามสถานที่ติดตั้งในงานของอิซูมิ กาโตะ ศิลปินชาวญี่ปุ่น รวมถึงงานประติมากรรม “ช้างเผือก” ของสุธี คุณาวิชยานนท์ ที่เชิญชวนให้ผู้ชมมาร่วมกันบริจาคลมหายใจเพื่อช่วยให้ช้างซิลิโคนขนาดเท่าจริงได้พองฟูลุกขึ้นมาได้อีกครั้ง
ไม่เพียงแต่กินได้ เต้นได้ หายใจได้ งานศิลปะในนิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่สมบูรณ์แบบ และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับ “ชีวิต” คนเรา
นิทรรศการ ชีวิต ชีวา (Giving Life) จัดแสดงที่ ดิบ บางกอก
ระหว่างวันที่ 26 กันยายน 2569 ถึง 3 พฤษภาคม 2570
เวลาทำการ วันพฤหัสบดี–วันจันทร์ เวลา 10:00-19:00 น. (ปิดวันอังคารและวันพุธ)
บัตรเข้าชม บัตรทั่วไป 700 บาท 550 บาทสำหรับคนไทย บัตรนักศึกษา 250 บาท บัตรนักเรียน 150 บาท สามารถสำรองบัตรเข้าชมได้ล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.dibbangkok.org



