หาเวลาพาตัวเองไปเสพงานศิลป์ เที่ยวพิพิธภัณฑ์ อาร์ตแกลลอรี่ ดูคอนเสิร์ต ลงเรียนคลาสศิลปะ แล้วคุณจะพบว่า longevity ราคาถูกมีอยู่จริง
ผลการศึกษาวิจัยยืนยันมานานแล้วว่า “ศิลปะ” ช่วยเยียวยาจิตใจของคนเราได้จริง
ไม่ว่าจะเป็นการวาดรูป ระบายสี ทำเวิร์คชอปงานอาร์ตต่าง ๆ ไปชมภาพเขียน โบราณวัตถุตามแกลอรี พิพิธภัณฑ์ การเดินทอดน่องชมอาคารบ้านเรือน สถาปัตยกรรมสวย ๆ หรือแม้แต่การไปดูคอนเสิร์ต กิจกรรมเหล่านี้ช่วยให้เราหายเครียด มีชีวิตชีวา มีความสุขกับชีวิตมากขึ้น
แต่น่าแปลกที่ “การเที่ยวพิพิธภัณฑ์” กลับไม่ถูกเอ่ยถึงเท่าไรนักเมื่อพูดถึงเรื่อง longevity
Miami History Museum เมืองไมอามี่ รัฐฟลอริดา สหรัฐฯ (REUTERS/Giorgio Viera)
ประเด็นนี้ถูก Dr. Samantha Boardman ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชประจำ Weill-Cornell Medical College ในนิวยอร์ก หยิบยกมาพูดถึงในบทความที่เธอเขียนลงหนังสือพิมพ์ The Wall Street Journal โดยเธอบอกว่าเวลาคนไข้มาปรึกษาเรื่อง “การแก่อย่างมีสุขภาพดี” หรือที่ศัพท์ทางการเรียกว่า การสูงวัยอย่างมีสุขภาวะ (Healthy Aging) นั้น ไม่มีใครพูดถึงการไปพิพิธภัณฑ์เลย
ในทางตรงกันข้าม พวกเขาเหล่านั้นจะเอาแต่พูดเรื่องการทดสอบอายุทางชีวภาพ (biological-age testing) คะแนนการนอนว่าหลับลึกเท่าไร หลับตื้นเท่าไร การมอนิเตอร์อัตราการเต้นของหัวใจ ระดับกลูโคส ระดับไขมันในร่างกาย รวมถึงอาหารเสริมที่กินกันเป็นตั้ง ๆ
โดยคนไข้รายหนึ่งมาพร้อมข้อมูลการตรวจร่างกายทุกอย่างเท่าที่มีการตรวจวัดกันได้ในปัจจุบันนี้ แต่พอถามว่าครั้งล่าสุดที่เกิดความรู้สึกตื่นเต้นประทับใจต่ออะไรซักอย่างอย่างแท้จริงเกิดขึ้นเมื่อไร คนไข้รายนั้นกลับตอบไม่ได้
Dr. Samantha บอกว่านี่คือตัวอย่างของคนจำนวนมากในปัจจุบันที่ปฏิบัติกับร่างกายตัวเองเหมือนเป็น "ระบบที่ต้องมีการปรับจูนและตรวจสอบตลอดเวลา" ซึ่ง “ไม่ใช่เรื่องผิด” เพียงแต่มันเป็น “คนละเรื่อง” กับการใช้ชีวิตอย่างกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา
Dr. Samantha อ้างอิงผลการศึกษาชิ้นใหม่จาก University College London ที่พบว่าการให้เวลากับศิลปะวัฒนธรรมเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการไปแกลอรี่ ไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ ดูคอนเสิร์ต ร้องเพลง เต้นรำบ่อย ๆ ช่วย “ชะลออายุทางชีวภาพ” ได้ในอัตราที่พอ ๆ กับการออกกำลังกายเลยทีเดียว
โดยคนที่เสพงานศิลป์บ่อย ๆ ทำกิจกรรมทางศิลปะที่หลากหลาย จะมีอายุทางชีวภาพอ่อนกว่าคนที่ไม่ทำแบบเดียวกันประมาณหนึ่งปี ซึ่งนี่คือผลการศึกษาชิ้นแรกที่แสดงให้เห็นว่าการข้องเกี่ยวกับศิลปะส่งผลดีต่อร่างกายในระดับ Epigenetic
ถึงขนาดที่ผู้นำในการศึกษาวิจัยชิ้นนี้เปรียบ “การเสพงานศิลป์” ว่าให้ผลเทียบเท่ากับ “การไปยิม” กันเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก็คือ การเสพงานศิลป์ให้เกิดผลดีต่อร่างกายในระดับที่ตรวจวัดได้ทางชีวภาพนั้นจะต้องมีความสม่ำเสมอ เช่น คนไข้วัย 50 ปีรายหนึ่งของคุณหมอที่ไปแกลลอรีสัปดาห์ละครั้ง แล้วยังไปดูละครเวที อ่านหนังสือ หรือเสพงานศิลป์ทุกอย่างที่ผ่านหูผ่านตามาให้เห็น ซึ่งผลปรากฏว่าภายในเวลาไม่กี่เดือนเธอก็สังเกตเห็นว่าพลังและอารมณ์ของตัวเองเปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากนี้ยังมีเคสของคนไข้วัยเกษียณที่ตัดสินใจลงคลาสเรียนเต้นบอลรูมในชุมชนแถวบ้าน แล้วกลับมาหาหมอในสภาพที่เปลี่ยนไปเพราะความสุขที่ได้รับจากเสียงดนตรี การได้เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ และการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนกลุ่มใหม่ ๆ ขณะที่บางคนก็ไปเข้ากลุ่มถักนิตติ้งแล้วพบว่าช่วงเวลาที่เข้าคลาสคือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในรอบสัปดาห์ของเธอ
อย่าทำให้ longevity กลายเป็นเรื่องเครียด หรือเรื่องที่ทำให้ต้องเสียเงินมากมาย
วันหยุดยาวที่กำลังจะมาถึง ออกไปเที่ยวพิพิธภัณฑ์ อาร์ตแกลอรีที่มีให้เลือกมากมายในบ้านเรากัน
ภาพเขียน "Apollo Slaying the Serpent Python" โดย Eugene Delacroix เพิ่งเปิดให้คนเข้าชมกันที่พิพิธภัณฑ์ Louvre ในปารีส (บน) รูปปั้น King Ramses II ตั้งตระหง่าน ณ ปากประตูทางเข้า Grand Egyptian Museum ในอียิปต์ (Credit: REUTERS)


