background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6

บ้านพิษณุโลก เดิมชื่อบ้านบรรทมสินธ์ุ สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม ซื้อบ้านหลังนี้จากพระยาอนิรุทธเทวา และต่อมาใช้เป็นบ้านพักนายกรัฐมนตรี แต่ไม่ค่อยมีนายกรัฐมนตรีคนใดอยากพักที่นี่

ได้ยินได้ฟังเรื่องราว บ้านพิษณุโลก มาเนิ่นนาน เพิ่งมีโอกาสเยี่ยมชมร่วมกับศิษย์เก่าจุฬาฯ แม้ปัจจุบันยังเป็น บ้านพักตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่แทบจะไม่มีนายกรัฐมนตรีคนไหนอยากพักอาศัยเลย เคยมีพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ และชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีทั้งสองคนพักอยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ 

บ้างก็ว่าอาถรรพ์ต่างๆ นานา แต่ด้วยลักษณะบ้านพิษณุโลกที่ดูเป็นทางการ เหมาะกับการเป็นบ้านรับรองแขกบ้านแขกเมืองมากกว่าการพักอาศัย จึงไม่แปลกที่ไม่มีผู้นำคนไหนอยากพักที่นี่

แต่อย่างไรก็ตาม บ้านหลังนี้จำต้องมีการดูแลและบูรณะอยู่เรื่อยๆ เพื่ออนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันงดงามเอาไว้

 

 

  • บ้านพิษณุโลก สร้างพร้อมตึกไทยคู่ฟ้า(บ้านนรสิงห์)

บ้านพิษณุโลก เดิมชื่อ“บ้านบรรทมสินธุ์” เป็นบ้านพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ปลูกสร้างขึ้นโดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์แล้วพระราชทานให้กับมหาเสวกเอก พลตรี พระยาอนิรุทธเทวา (ม.ล. ฟื้น พึ่งบุญ) บุตรชายของ พระนมทัต (คุณหญิงประสิทธิ์ศุภการ)

ผู้ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ คัดเลือกให้เป็น “แม่นม” ถวายแด่ทูลกระหม่อมโต เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ พระราชโอรสองค์โตในสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ

ว่ากันว่าบ้านบรรทมสินธุ์ สร้างขึ้นพร้อมกับ “บ้านนรสิงห์” ของเจ้าพระยารามราฆพ (ม.ล.เฟื้อ พึ่งบุญ) ปัจจุบันคือตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงวางผังด้วยพระองค์เอง โปรดเกล้าฯ ให้มาริโอ ตามาญโญ นายช่างสถาปนิกชาวอิตาลีที่เข้ามารับราชการในกระทรวงโยธาธิการ เป็นผู้ออกแบบก่อสร้าง ใช้เวลาในการก่อสร้าง 3 ปี ตั้งแต่ 2465-2467 

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6 บ้านพิษณุโลกทางทิศใต้ เชื่อมกับเรือนเย้าใจ

 

ผศ.ดร.พีรศรี โพวาทอง คณะสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าถึงบ้านบนพื้นที่ 50 ไร่ ประกอบด้วยอาคารประธาน เรียกกันว่า “ตึกไทยพันธมิตร” และอาคารบริวาร อาทิ เรือนเย้าใจมีสะพานทอดเชื่อมจากอาคารประธาน เป็นที่ฝึกซ้อมบทละครพระราชนิพนธ์ เรือนคู่ใจ ตึกธารกำนัล เรือนกลัมพากร ฯลฯ

  • ตึกธารกำนัลเคยใช้เป็นสถานที่ดูการแข่งขันฟุตบอล

ในประวัติกล่าวไว้ว่ามีการสร้างตึกธารกำนัลก่อน เพื่อใช้เป็นสถานที่ประทับทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอล ที่สนามหน้าอาคารทางฝั่งซ้ายของอาคารประธาน โดยตึกธารกำนัลจะอยู่ทางทิศตะวันตกเป็นทิศที่แสงจะไม่แยงตาในยามบ่าย หลังจากนั้นจึงสร้างอาคารประธาน

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6 ตึกธารกำนัล เคยใช้เป็นสถานที่ประทับทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอล

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6 สถาปัตยกรรมด้านในตึกธารกำนัล

อย่างไรก็ตาม ผศ.ดร.พีรศรี มีความเห็นว่าอาคารที่ก่อสร้างก่อน น่าจะเป็นเรือนเย้าใจและเรือนคู่ใจ อาคารเล็กๆ 2 หลังที่เจ้าของบ้านใช้เป็นที่พักอาศัย อยู่ชิดขอบที่ดินทางด้านหลัง ขณะที่เรือนประธานจะสร้างอยู่ริมถนน

โดยเทียบรูปแบบการใช้งานกับบ้านพิบูลธรรม บ้านเจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว.ปุ้ม มาลากุล) ซึ่งปัจจุบันเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงพลังงาน ที่เชิงสะพานกษัตริย์ศึก ยศเส ที่นั่นมีเรือนหลังใหญ่ใช้เป็นโรงละคร เจ้าของบ้านจะพักอาศัยอยู่ที่เรือนอีกหลัง เชื่อว่าที่นี่ก็เป็นในลักษณะเดียวกัน

ตึกธารกำนัล นอกจากเป็นที่ประทับทอดพระเนตรการแข่งขันฟุตบอลแล้ว ยังเป็นที่ซ้อมละครในบางโอกาส และเป็นสถานที่รอเฝ้า โดยเหล่านางกำนัลผู้ติดตามจะรวมกันอยู่ที่นี่ก่อนจะมีเรือนพัก 39 คูหาที่รายล้อมอยู่ทางด้านหลังนอกเขตบ้าน ซึ่งบริเวณด้านข้างของอาคารทางตะวันตกในอดีตจะมีประตูทางเข้าออกของข้าราชบริพาร

  บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6

  • “บ้านพิษณุโลก”ประติมากรรมสไตล์อิตาเลียน

ถ้าจะเล่าถึงที่มาของชื่อ “บ้านบรรทมสินธุ์” ว่ากันว่า ตั้งตามประติมากรรมสไตล์อิตาเลียนรูปนารายณ์บรรทมสินธุ์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของบ้าน ที่ด้านหน้าของอาคารประธานหลัก ในช่วงสงครามโลกครอบครัวอนิรุทธเทวาย้ายไปพักอาศัยที่วัดตำหนักเหนือ เลยปากเกร็ดไปทางอยุธยา

ในช่วงนั้นจอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้องการบ้านพักรับรองนายพลโตโจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ซึ่งขณะนั้นมีข่าวว่าจะมาเยือนไทย จึงติดต่อขอซื้อบ้าน พระยาอนิรุทธเทวาขายให้เพียงบางส่วนคือในส่วนของบ้านบรรทมสินธุ์ในปัจจุบัน โดยในส่วนของโรงพยาบาลมิชชันในปัจจุบันขายให้นายแพทย์ฝรั่งหลังสงครามโลกสงบลง

ต่อมาบ้านบรรทมสินธุ์ถูกใช้เป็นที่ทำการกรมประสานงานไทยญี่ปุ่น มีการเปลี่ยนชื่ออาคารประธานเป็น “ไทยพันธมิตร” และเปลี่ยนชื่อบ้านเป็น “บ้านพิษณุโลก” ตามชื่อถนน

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6

  • สถาปัตย์งดงามบ้านพิษณุโลก

บ้านบรรทมสินธุ์เป็นงานออกแบบของมาริโอ ตามาญโญ นายช่างสถาปนิกชาวอิตาเลียนที่เข้ามารับราชการในสยามประเทศตั้งแต่ พ.ศ.2440 ในสมัยรัชกาลที่ 5 นับเป็นสถาปนิกที่ฝีมือดี สามารถผสมผสานความรู้เรื่องวัสดุโครงสร้างสมัยใหม่อย่างคอนกรีต เหล็ก กระจก เข้ากับงานสถาปัตยกรรมแบบไทยๆ ได้อย่างงดงามหลากหลาย อาทิ พระที่นั่งอนันตสมาคม ตึกไทยคู่ฟ้า วังปารุสกวัน ทำเนียบรัฐบาล พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน และห้องสมุดนีลเซนเฮส์ เป็นต้น

สำหรับอาคารประธานที่บ้านบรรทมสินธุ์นั้น ผศ.ดร.พีรศรี อธิบายว่าเป็นสไตล์เวเนเชียนกอธิค (Venetian Gothic Architecture) คือกอธิคในแบบเมืองเวนิส

มีลักษณะพิเศษคือ มีรายละเอียดการตกแต่งที่ระยิบระยับ ประณีตสวยงาม เช่น การใช้เสาเกลียวทรงผอมเข้ามาตกแต่งผนังอาคารด้านนอก ผสานกับชายคาที่ยื่นออกมาเป็นกันสาดซึ่งเป็นการปรับรูปแบบให้เข้ากับสภาพอากาศของเมืองไทย

บนยอดอาคารมีเสาเล็กๆ เรียงต่อกันเหมือนรั้วกำแพงเชิงเทิน (parapet) อันเป็นสไตล์เฉพาะของการตกแต่งที่ขอบหลังคา รวมถึงการตกแต่งหน้าต่างด้วยการทำโค้งยอดแหลมและช่องกระจกทรงกลมมีรอยหยักคล้ายกลีบดอกไม้

“ลักษณะการทำซุ้มมีหลังคาโดม (ชั้นบนสุดของอาคาร) ยังเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะของกอธิคแบบเวนิส เพราะเวนิสเป็นประตูไปสู่เอเชียของยุโรป จึงได้รับอิทธิพลของสถาปัตยกรรมตุรกีหรือโลกอาหรับ ซึ่งไม่มีในกอธิคที่อื่นอย่างในฝรั่งเศสหรือเยอรมัน” ผศ.ดร.พีรศรี กล่าว

ในสมัยรัชกาลที่ 6 งานสถาปัตยกรรมเข้าสู่ยุคใหม่แล้ว งานโดยมากจะมีความเรียบ ไม่มีการตกแต่งมากมาย เช่น เรือนเย้าใจที่การออกแบบกันสาดเป็นแบบเรียบ ๆ และมีการใช้วัสดุสมัยใหม่เป็นคอนกรีต ราวกันตก ซีเมนต์หล่อ ลาดลายของลายฉลุที่ตกแต่งภายในห้องยังเป็นลายไม่มาก ซึ่งถ้าเป็นงานสมัยรัชกาลที่ 5 จะค่อนข้างฉวัดเฉวียน

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6

  • บ้านพิษณุโลก เรือนพักนายกรัฐมนตรี

ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2522 รัฐบาลได้กำหนดให้ใช้บ้านพิษณุโลกเป็นบ้านพักนายกรัฐมนตรี มีการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมหลายครั้ง ในสมัยรัฐบาล พล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ ดำรงตำแหน่ง 3 สมัยปีพ.ศ.2523-2531) ได้ดำเนินซ่อมแซมเพื่อใช้เป็นบ้านพัก 

หลังจากที่ พล.อ.เปรมย้ายเข้าไปพักได้เพียง 7 คืนก็ย้ายกลับไปพักบ้านสี่เสาเทเวศน์เหมือนเดิม โดยไม่มีใครทราบสาเหตุ

จากนั้นในสมัยรัฐบาลของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ (ดำรงตำแหน่ง 2 สมัย พ.ศ.2531-2534) มีการบูรณะตกแต่งบ้านพิษณุโลก เพื่อใช้เป็นที่ทำงานของทีมที่ปรึกษาบ้านพิษณุโลก

แต่ถูก คณะ รสช.กล่าวหาว่า รัฐบาลพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ ใช้บ้านพิษณุโลกเป็นแหล่งซ่องสุมของผู้ไม่ปรารถนาดีต่อบ้านเมือง และในการยึดอำนาจรัฐประหารเมื่อวันที่23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2534คณะ รสช.ก็ได้เข้ายึดและตรวจค้นบ้านพิษณุโลกอย่างละเอียด

บ้านพิษณุโลก บ้านพักนายกรัฐมนตรีที่ไม่ค่อยมีผู้นำอยากอยู่ สร้างในสมัยร.6 สมัยอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี(พ.ศ.2534-2535) ท่านได้แสดงเจตจำนงที่จะไม่เข้าพำนักที่บ้านพิษณุโลก แต่ใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยงและรับรองแขกต่างบ้านต่างเมือง ต่อมาสมัย พล.อ.สุจินดา คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี (เม.ย.-พ.ค. 2535) ก็ไม่ได้ย้ายมาพำนักที่บ้านพิษณุโลกแต่อย่างใด

สมัยชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี (2 สมัย พ.ศ.2535-2538 และ พ.ศ. 2540-2544) เคยพำนักอยู่ในบ้านหลังนี้ได้นานกว่านายกรัฐมนตรีคนอื่น ๆ และช่วง พ.ศ.2538 รัฐบาลบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรี (พ.ศ.2538-2539) บ้านพิษณุโลกไม่ได้ถูกใช้ประโยชน์มากนัก

สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี (พ.ย.2539-พ.ย.2540) รัฐบาลได้ดำเนินการซ่อมแซมครั้งใหญ่ เพื่อจะเปิดใช้บ้านพิษณุโลกอีกครั้ง แต่ไม่ได้เข้าพัก และล่าสุดปี 2565 นายกรัฐมนตรีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ปฎิเสธการเข้าพักบ้านพิษณุโลก

.............

-จากกิจกรรมในวาระเปิด CU Alumni Connex คอมมูนิตี้เล็กๆ สำหรับสมาชิกสมาคมนิสิตเก่าจุฬาฯ  กิจกรรมแรกศึกษาสถาปัตยกรรม “บ้านพิษณุโลก -วังพญาไท" เมื่อวันที่ 14 พย.65  และจะมีกิจกรรมอื่นๆ ตามมา

-ข้อมูลอ้างอิงเพิ่มเติม : บ้านพิษณุโลก สถาบันพระปกเกล้า