"สงกรานต์ 2565" รู้วิธีตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พร้อมเช็กทางด่วนวิ่งฟรี!

"สงกรานต์ 2565" รู้วิธีตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พร้อมเช็กทางด่วนวิ่งฟรี!

ใครจะขับรถกลับบ้านเองในช่วงวันหยุดยาว "สงกรานต์ 2565" ต้องรู้วิธี "ตรวจสภาพรถ" ก่อนเดินทางไกลข้ามจังหวัด พร้อมเช็กทางด่วน-มอเตอร์เวย์ที่จะให้บริการฟรี! ไม่เก็บค่าผ่านทาง มีเส้นทางไหนบ้าง?

ก่อนจะเดินทางกลับบ้านเกิดในช่วงเทศกาล "สงกรานต์ 2565" ใครวางแผนไว้ว่าจะขับรถด้วยตัวเอง อย่าลืม ตรวจเช็กสภาพรถ ให้พร้อม ช่วยให้ขับขี่ทางไกลได้อย่างปลอดภัยมากขึ้น

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ รวบรวมคำแนะนำเกี่ยวกับการ “ตรวจสภาพรถ” เบื้องต้นด้วยตัวเองคร่าวๆ มาบอกต่อ รวมทั้งเปิดลิสต์เส้นทางพิเศษและมอเตอร์เวย์ ที่ให้บริการฟรี! ในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยที่จะถึงนี้ด้วย

1. วิธีตรวจเช็กสภาพรถเบื้องต้น ต้องดูอะไรบ้าง?

  • ล้อรถ ยางรถยนต์

ก่อนเดินทางควรเติมลมยางเพิ่ม 3-5 PSI (ปอนด์/ตร.นิ้ว) เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและช่วยประหยัดเชื้อเพลิง อีกทั้งควรดูความลึกดอกยาง ไม่ควรน้อยกว่า 1.6 มม. และเติมลมยางอะไหล่ให้เรียบร้อย

  • แบตเตอร์รีรถยนต์

แบตเตอรี่ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการสตาร์ทเครื่องยนต์ ถ้าเป็นแบตเตอรี่แบบน้ำจะต้องคอยเติมน้ำกลั่นอยู่เสมอไม่ให้ขาด ถ้าเป็นแบตเตอรี่แบบแห้งไม่ต้องดูแลอะไรมาก และถ้าเป็นแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง จะต้องเติมน้ำกลั่นปีละ 1-2 ครั้ง

ควรตรวจดูสภาพของแบตเตอรี่ว่าสมบูรณ์หรือไม่ หมั่นทำความสะอาดคราบขี้เกลือที่ขั้วแบตเตอรี่ ตรวจสอบความแน่นของขั้วและฉนวนหุ้มสาย เช็คระดับน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่กำหนด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : 

  • ระบบเบรกและน้ำมันเบรก

ควรสังเกตผ้าเบรกและเสียงเบรกว่าอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ปกติหรือไม่ วิธีเช็คคือ “เหยียบเบรกแล้วฟัง” สังเกตดูว่ามีเสียงดังผิดปกติหรือไม่ หากมีเสียงผิดปกติ แสดงว่าผ้าเบรกอาจมีปัญหา ควรเข้าอู่ให้ช่างแก้ไขโดยด่วน

ในส่วนของน้ำมันเบรก ต้องใส่เติมให้อยู่ระดับปกติ (ต้องไม่เกิน Max และไม่ต่ำกว่า Min) แต่ถ้าเห็นว่าน้ำมันเบรกพร่องหายไปแบบผิดปกติ ควรรีบนำรถไปให้ช่างเช็กสภาพรถและแก้ไขทันที

  • ระบบไฟส่องสว่าง

ควรตรวจเช็คระบบไฟทุกส่วน ทั้งไฟหน้าสูง-ต่ำ ไฟท้าย ไฟเบรก ไฟเลี้ยว ไฟถอยหลัง ไฟตัดหมอก ไฟฉุกเฉิน ฯลฯ ต้องใช้งานได้ครบทุกจุด แสงต้องสว่างเต็มศักยภาพ ไม่มัว หากจุดไหนไม่สว่างหรือติดๆ ดับๆ ต้องรีบแก้ไข

  • ที่ปัดน้ำฝน

ระหว่างเดินทางอาจเจอฝนตกกะทันหัน ดังนั้นที่ปัดน้ำฝนต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ดี ให้ตรวจเช็กด้วยการจับดูตัวยางปัด ต้องแน่นดี ลองเปิดการทำงานแล้วฟังเสียง ต้องไม่มีเสียงขูดขีดผิดปกติ และดูระยะห่างของที่ปัดน้ำฝนและกระจก โดยทั่วไปยางที่ปัดน้ำฝนใช้งานได้ 6-12 เดือน

 

  • น้ำมันเครื่อง/หม้อน้ำ

ระดับ "น้ำมันเครื่อง" จะต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสม ตรวจเช็กได้จากก้านวัดน้ำมันเครื่อง เปิดกระโปรงรถ ดึงก้านวัดขึ้นมา ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดก้านวัดก่อนหนึ่งรอบ จากนั้นเสียบก้านวัดคืนจุดเดิมแล้วดึงขึ้นมา เช็กดูอีกครั้ง ให้สังเกตแถบน้ำมันเครื่องที่ติดอยู่บนก้านวัด ควรอยู่ระหว่างขีด F กับ L หรือ Max กับ Min อย่าปล่อยให้น้ำมันเครื่องแห้งเด็ดขาด

ส่วนระดับ "น้ำหล่อเย็นในหม้อพัก" และ "หม้อน้ำ" ต้องตรวจดูว่ายังมีน้ำอยู่ไหม ให้เปิดฝาหม้อน้ำหรือถังพักน้ำสำรอง ถ้าน้ำลดหายไปเยอะ ควรเติมเข้าไปโดยใช้น้ำยาหล่อเย็น (Coolant) หรือใช้น้ำเปล่าสะอาดผสมกันในอัตราส่วน 50:50 เติมลงไปให้ต่ำว่าขีด Max เล็กน้อย และหากสภาพน้ำมีสีคล้ายสนิม ควรเปลี่ยนถ่ายทันที

  • เตรียมเอกสารจำเป็น

ใบอนุญาตขับขี่ สำเนาทะเบียนรถ กรมธรรม์ประกันภัยตัวจริงหรือสำเนา และป้ายภาษีรถยนต์ บันทึกเบอร์โทรฉุกเฉินไว้ในมือถือ และอย่าลืมติดของใช้จำเป็นอื่นๆ ไว้ในรถด้วย เช่น แว่นตากันแดด ที่ชาร์จมือถือสำหรับรถยนต์ ไฟฉาย ไขควง เป็นต้น 

 

2. ทางด่วน-มอเตอร์เวย์ฟรี! ช่วง "สงกรานต์ 2565"

ในช่วง วันหยุดยาว เทศกาล สงกรานต์ 2565 รัฐบาลประกาศให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน สามารถใช้เส้นทางพิเศษและมอเตอร์เวย์ได้ฟรี! 5 เส้นทาง ได้แก่

  • ทางพิเศษบูรพาวิถีและกาญจนาภิเษก วิ่งฟรี ตั้งแต่วันที่ 12 - 18 เม.ย. 65
  • ทางพิเศษศรีรัช อุดรรัถยา และเฉลิมมหานคร วิ่งฟรี ตั้งแต่วันที่ 13 - 15 เม.ย. 65
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 7 กรุงเทพมหานคร-พัทยา วิ่งฟรี ตั้งแต่วันที่ 12 - 18 เม.ย. 65
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 9 วงแหวนรอบนอกกรุงเทพฯ วิ่งฟรี ตั้งแต่วันที่ 12 - 18 เม.ย. 65
  • มอเตอร์เวย์หมายเลข 6 ปากช่อง-สีคิ้ว-ขามทะเลสอ วิ่งฟรี ขาออกตั้งแต่วันที่ 11 - 14 เม.ย. 65 และ ขาเข้าตั้งแต่วันที่ 15 - 18 เม.ย. 65

"สงกรานต์ 2565" รู้วิธีตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พร้อมเช็กทางด่วนวิ่งฟรี!

 

3. วิธีขับขี่ปลอดภัย เมื่อต้องเดินทางไกล

ประชาชนควรให้ความสำคัญในการเตรียมความพร้อมทั้งคนขับทั้งรถยนต์ก่อนการเดินทาง โดยเฉพาะการเตรียมตัวสำหรับคนขับถือว่าสำคัญมาก เพราะนอกจากรับผิดชอบตัวเองแล้ว ต้องรับชอบต่อเพื่อนร่วมทางคนอื่นๆ บนท้องถนนด้วย โดยมี

ข้อแนะนำในการขับรถทางไกลดังนี้

  • ก่อนเดินทางไกลต้องนอนให้เพียงพอ ขณะเดินทางหากเหนื่อยต้องพัก อย่าฝืนขับ ให้จอดรถแล้วนอนพักในที่ปลอดภัย เช่น ปั๊มน้ำมัน 
  • ต่อให้ระวังแค่ไหน การขับเร็วก็ไม่อาจเลี่ยง “วิสัยทัศน์อุโมงค์” และเสี่ยงอุบัติเหตุได้ ดังนั้นจึงไม่ควรขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด
  • สร้างความสดชื่นด้วยการลดอุณหภูมิ ปรับความเย็นแอร์ลงหรือเร่งพัดลมแรงขึ้น หันเข้าหาตัว หรือลดกระจกลงเพื่อรับอากาศจากภายนอกบ้าง และควรเตรียมผ้าชุบน้ำไว้เช็ดหน้าด้วย
  • ดื่มน้ำผลไม้ที่มีวิตามินซีแทนกาแฟและเครื่องดื่มชูกำลั
  • เลี่ยงขับใกล้รถบรรทุกที่มีจุดบอดรอบคัน โดยเฉพาะด้านซ้ายที่อันตรายที่สุด
  • ขยับร่างกายเปลี่ยนแปลงอิริยาบถ เพราะการขับรถนานๆ จะทำให้มีอาการง่วง การได้ขยับร่างกายจะช่วยลดการเมื่อยล้าได้
  • อย่าใช้ไฟฉุกเฉินผิดวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะขณะฝนตกหนัก

-----------------------------------------

อ้างอิง : KrungsriAutocleanipedia, กรมควบคุมโรค