วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แท็กซี่ในสเปนช่วยเหลือ"ผู้ลี้ภัยยูเครน" หนีตายจากสงคราม ่

คนขับรถแท็กซี่ในสเปนรวมตัวกันช่วยผู้ลี้ภัย"ยูเครน"ออกจากโปแลนด์ไปสเปน ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกันเลย...นี่คือเรื่องราวน่าประทับใจ ที่คนสเปนและคนยูเครนอยากเล่าให้คนทั้งโลกรับรู้

หลังจากหนีตายจากสงครามในยูเครน และดั้นด้นเดินทางทั้งด้วยรถยนต์ และเดินเท้าไปจนถึงกรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์  คริสติน่า แทรช สาวยูเครนวัย 22 ปีก็ยังมองไม่เห็นหนทางข้างหน้าว่า จะเดินทางไปหาพี่สาวที่สเปนได้อย่างไร 

และในขณะที่กำลังอับจนหนทางอยู่ เธอก็ได้ยินเรื่องของคอนวอยหรือขบวนรถของคนขับแท็กซี่ในกรุงมาดริดที่ขับมายังโปแลนด์ เพื่อส่งอุปกรณ์ความช่วยเหลือ สิ่งของจำเป็นและช่วยขนผู้ลี้ภัยสงครามชาวยูเครน 135 คนจากศูนย์ผู้ลี้ภัยวอร์ซอกลับไปยังสเปน

หนีสงคราม ลี้ภัยในสเปน

“พวกเขาคือฮีโร่ของเรา” แทรช กล่าวกับเอเอฟพี ที่หน้าโบสถ์กลางกรุงมาดริด ซึ่งเป็นสถานที่ที่ขบวนรถแท็กซี่จำนวน 29 คันเดินทางมาถึงในช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาหลังจากการเดินทางอันยาวนานกว่า 5 วัน ท่ามกลางเสียงเชียร์จากเหล่าคนที่เห็นอกเห็นใจผู้ประสบภัยจากสงคราม 

ผู้ลี้ภัยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและเด็ก ซึ่งมีครอบครัวหรือเพื่อนอาศัยอยู่ในสเปน บางคนก็พาหมาและแมวมาด้วย ส่วนแทรชซึ่งเป็นเด็กกำพร้าก็ต้องจำใจทิ้งปู่ย่าไว้ที่กรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครน  

“ตอนนี้ฉันกำลังจะหางาน ทำเพื่อหาเงินมาช่วยเหลือประเทศและครอบครัวของฉัน” แทรชซึ่งเคยทำงานเป็นพนักงานขายทางโทรศัพท์กล่าว เธอให้สัมภาษณ์เป็นภาษาสเปน เธอเคยไปอยู่กับครอบครัวชาวสเปนประมาณ 3 เดือนสมัยเป็นเด็กและได้เรียนภาษาสเปนที่นั่น  

แท็กซี่ในสเปนช่วยเหลือ"ผู้ลี้ภัยยูเครน" หนีตายจากสงคราม ่

ขบวนรถแท็กซี่มาดริดซึ่งแต่ละคันจะมีคนขับ 2 คน เพื่อผลัดกันขับออกเดินทางจากเมืองหลวงของสเปนไปถึงวอร์ซอด้วยระยะทางไปกลับ 6,000 กิโลเมตร 

สำหรับผู้หนีภัยสงครามหลายๆ คนแล้ว การหนีสงครามจากบ้านเกิดให้ประสบการณ์หวานอมขมกลืนคือ มีทั้งความสุขและเศร้าระคนกันไป

อย่างโอล่า โชการีว่า หญิงวัย 46 ปีที่ต้องออกจากกรุงเคียฟพร้อมลูกชายคนสุดท้องวัย 15 ปี ส่วนสามียังคงอยู่ที่เคียฟและลูกชายคนโตอยู่ในเมืองวินนิทเซีย ซึ่งเป็นเมืองทางตะวันตกของยูเครน 

“พวกเขาอยู่ที่นั่นและกำลังช่วยประเทศต่อสู้ เราไม่รู้ว่าบ้านของเรายังอยู่ดีหรือไม่ และเราไม่รู้ว่าอนาคตของเราจะเป็นอย่างไร” ภรรยาที่ต้องพลัดพรากจากสามี กล่าว 

สำนักข่าว CGTN Europe พูดคุยกับคุณแม่ลูกสองที่ทำงานเป็นหมอที่ไม่ต้องการให้ระบุชื่อของเธอ เพราะกลัวว่าสามีเธอจะตกอยู่ในอันตราย เนื่องจากตอนนี้กำลังช่วยรบกับรัสเซียอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากสงครามรุนแรงที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ 

“เราต้องจากบ้านมา เพราะระเบิด บ้านของเราอยู่ที่เมืองคาร์คีฟ ซึ่งตอนนี้ถูกทำลายจนหมด เราโชคดีที่รอดมาได้” เธอกล่าว

“ฉันไม่รู้จะขอบคุณความรักและแรงสนับสนุนจากทุกคนที่นี่อย่างไรดี กำลังใจเหล่านี้ช่วยให้ฉันแทบจะลืมไปเลยว่าเพิ่งเกิดอะไรขึ้น” 

หลังจากที่ผ่านการเดินทางอันยาวนาน คนขับและผู้โดยสารต่างพากันกอดกัน และร้องไห้ในขณะที่กล่าวคำอำลาต่อกัน 

แท็กซี่ในสเปนช่วยเหลือ"ผู้ลี้ภัยยูเครน" หนีตายจากสงคราม ่

ชีวิตที่เปลี่ยนไป เมื่อได้ช่วยผู้ลี้ภัย

ไอเดียของคอนวอยรถแท็กซี่นี้เกิดขึ้นจากการสนทนาระหว่างคนขับแท็กซี่เกี่ยวกับการโจมตียูเครนด้วยระเบิดของรัสเซีย ในขณะที่พวกเขารอลูกค้าที่สนามบินมาดริด 

โฮเซ่ มิเกล ฟูเนซ จากสหพันธ์อาชีพคนขับรถแท็กซี่ ซึ่งเป็นผู้ประสานงานโครงการดังกล่าวเล่าว่า มีโชเฟอร์คนหนึ่งเสนอให้ขับรถไปโปแลนด์ เพื่อพาผู้ลี้ภัยออกมา เพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคนต่างก็พากันเห็นด้วย เพียงไม่นานก็มีคนลงทะเบียนหลาย 10 คน  

“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนสนใจร่วมด้วยมากขนาดนั้น เราไม่ได้คาดหวังมากเท่านั้นเลย” ฟูเนซกล่าว 

ฮาเวียร์ เฮอร์นานเดซ โชเฟอร์ที่ขับพาสามีภรรยาคู่หนึ่งและลูกชายวัย 12 ขวบมา บอกว่าเขาไม่สามารถนิ่งเฉยหรือไม่สนใจ หลังจากได้เห็นภาพเด็กและผู้หญิงกำลังวิ่งหลบหนีระเบิด 

โชเฟอร์วัย 47 ปีเล่าว่า ตอนที่ล้อเริ่มหมุน พวกผู้ลี้ภัยในตอนแรกมีท่าทีซังกะตาย เหนื่อยล้า ไม่พูดไม่จาและไม่ยอมลงจากรถ ในขณะที่ขบวนรถแท็กซี่จอดพัก แต่หลังจากวันแรกผ่านไปพวกเขาก็เข้ามากอดโชเฟอร์ และมีการเล่นมุกตลกใส่กันด้วย 

“เพียงแค่วันเดียว ชีวิตของพวกเขาก็เปลี่ยนไป ดูกระตือรือร้นขึ้น จริงๆ แล้วมันไม่มีอะไรจริง ๆ ก็แค่ขับรถยาว 2-3 วัน ซึ่งก็เป็นสิ่งที่เราทำในมาดริดอยู่แล้ว” เฮอร์นานเดซ กล่าว 

ผู้จัดโครงการประเมินค่าใช้จ่ายในการดำเนินการอยู่ที่ประมาณ 50,000 ยูโรหรือ 1.85 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เป็นค่าน้ำมันและค่าทางด่วน เงินจำนวนนี้มาจากการบริจาค ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเพื่อนร่วมอาชีพคนขับแท็กซี่คนอื่นๆ 

“โชเฟอร์ของเราน่าทึ่งมาก” เฮซัส อันเดรเดส โชเฟอร์วัย 38 ปี และหนึ่งในผู้ประสานงานที่ขับพาวัยรุ่นหญิงยูเครน 3 คนมาจากวอร์ซอกล่าว

“ลูกๆ ของคนขับแท็กซี่บางคนถึงกับช่วยสนับสนุนเงินให้พวกผู้ลี้ภัยด้วยซ้ำ” 

แท็กซี่ในสเปนช่วยเหลือ"ผู้ลี้ภัยยูเครน" หนีตายจากสงคราม ่

น้ำใจของโชเฟอร์ในสเปน

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่คนขับรถแท็กซี่ในกรุงมาดริดขันอาสามาช่วยคนในยามวิกฤต  ตอนเกิดเหตุระเบิดรถไฟที่มาดริดปี 2547 ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปเกือบ 200 คน คนขับแท็กซี่ได้ทำหน้าที่พาผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล 

และตอนที่เกิดการระบาดใหญ่ของโรคโควิด 19 ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2563 พวกเขาช่วยพาแพทย์ไปส่งที่บ้าน รวมถึงพาคนป่วยไปโรงพยาบาลด้วย 

“พวกเราเป็นคนธรรมดา และท้ายที่สุด ผมคิดว่าคนธรรมดานี่แหละ ที่ทำหน้าที่ในการช่วยเหลือได้มากกว่า” เฮอร์นันเดซ ซึ่งเคยอาศัยอยู่ตามท้องถนนมานานกว่า 1 ปีหลังจากเป็นโรคซึมเศร้าเนื่องจากการหย่าร้าง กล่าว 

แท็กซี่ในสเปนช่วยเหลือ"ผู้ลี้ภัยยูเครน" หนีตายจากสงคราม ่

เช่นเดียวกับคนขับรถคนอื่นๆ ที่เข้าร่วมคอนวอย นูเรีย มาร์ติเนซ โชเฟอร์หญิงวัย 34 ปีกล่าวว่า เธอพร้อมที่จะออกเดินทางอีกครั้ง เพื่อพาผู้ลี้ภัยออกไปถึงที่หมายอย่างปลอดภัย  

“คุณไม่สามารถช่วยเหลือคนด้วยการนั่งอยู่บนโซฟาที่บ้านได้ พวกเราทุกคนต้องช่วยกันคนละไม้คนละมือ” มาร์ติเนซ ที่ขับพาแม่และลูกน้อยวัย 2 เดือนมายังมาดริด กล่าว 

องค์การสหประชาชาติระบุว่า มีผู้คนมากกว่า 3 ล้านคนหลบหนีออกจากยูเครนนับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากบุกโจมตีเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ โดยส่วนใหญ่หนีภัยสงครามไปอยู่โปแลนด์

ถึงตอนนี้มีชาวยูเครนหลายพันคนเดินทางมาถึงสเปนเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าชาวยูเครนเกือบ 6,000 คนผ่านขั้นตอนการตรวจสอบและได้รับเอกสารการได้รับความคุ้มครองชั่วคราวในสเปนแล้ว

โดยส่วนใหญ่จะอยู่ในมาดริด แคว้นอันดาลูเซียและบาเลนเซีย ซึ่งเป็นแคว้นปกครองตนเอง โดยมีองค์กรพัฒนาเอกชนอย่าง Messengers of Peace ซึ่งดำเนินการโดยอาสาสมัครทั้งหมดจะช่วยจัดหาอาหารและที่พัก รวมถึงบริการทางการแพทย์และการฟื้นฟูเยียวยาจิตใจสำหรับผู้ที่จำเป็น 

...............
ที่มา ภาพและเรื่องจากเอเอฟพีและ https://newseu.cgtn.com/