ชวนชม “นิทรรศการเชิงทดลอง” จำลองสถานการณ์ทางโลก ผ่านการสร้าง “เก้าอี้” โดยกลุ่มคนหลากหลายอาชีพใน “12 CAMELS” ซึ่งหาดูยาก ทำความเข้าใจก็ไม่ง่าย แต่ในขณะเดียวกันก็ชวนให้ติดตาม
Grains & Grams ร่วมกับ Broccoli Revolution นำเสนอ นิทรรศการเชิงทดลอง 12 CAMELS (เป็นส่วนหนึ่งของงาน Bangkok Design Week 5-13 กุมภาพันธ์ 2565) เป็นนิทรรศการที่ให้คนมา “ต่อเก้าอี้” โดยนำชิ้นส่วนสารพัดอย่าง เช่น ไม้ท่อน เศษไม้ แก้วพลาสติก ลังกระดาษวางไข่ คนโฑน้ำ ขดเชือก ไม้ท่อน ไม้ไผ่ ไม้กวาด กระถางต้นไม้ เก้าอี้เก่า โครงกระดูก ฯลฯ ไปแจกจ่ายให้กลุ่มคน 12 ทีม ให้ร่วมกันทำเก้าอี้ให้เสร็จในเวลาจำกัด
12 ทีม ได้ชิ้นส่วนแตกต่างกันเพื่อนำไปต่อเก้าอี้
ผู้จัดนิทรรศการบอกว่า เป็น งานเชิงทดลองจำลองสถานการณ์ทางโลก ผ่านการสร้างเก้าอี้ เป้าหมายของงานคือ สร้างเก้าอี้หรือม้านั่งเดี่ยว (stool) ประเภท 3 ขา จำนวน 12 ตัว โดยผู้ร่วมงาน “ต่อเก้าอี้” ประกอบด้วยคนหลากหลายอาชีพ เช่น นักออกแบบ ศิลปิน ช่างไม้ สถาปนิก
ทั้งหมดแบ่งเป็น 12 ทีม แต่ละทีมจะไม่ได้ทำเก้าอี้ให้เสร็จสำเร็จเป็นตัว แต่จะเตรียมหรือทำเฉพาะชิ้นส่วนตามโจทย์ จากนั้นชิ้นส่วนแต่ละชิ้นจะรวบรวมมาจากทุกทีมแล้วเอามากองรวมกัน และสุ่มเลือกชิ้นส่วนโดยโปรแกรม Randomiser แล้วแจกจ่ายให้แต่ละทีมอีกที เพื่อนำชิ้นส่วนเหล่านั้นมาประกอบขึ้นงานให้เป็น เก้าอี้ 3 ขา ให้ได้ แม้ว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นที่ได้มาจะมาจากทีมอื่นทั้งหมด ทั้งนี้ทุกทีมที่ร่วมงานกันจะไม่มีทางรู้ว่าชิ้นส่วนที่เตรียมไว้แต่ละชิ้นจะตกไปอยู่ที่ใคร รวมถึงชิ้นส่วนที่ได้มาประกอบนั้นมาจากไหน
คำอธิบาย : (เพื่อให้เข้าใจขึ้น) การจำลองสถานการณ์ทางโลกที่นิทรรศการ 12 CAMELS พยายามจะสื่อนั้น มีใจความว่า การตัดสินใจของแต่ละคนจะเกิดผลลัพธ์ส่งผลไปยังคนรอบข้าง ในเวลาเดียวกันเราก็ต่างใช้ชีวิตอยู่บนเงื่อนไขของการตัดสินใจของคนอื่น
คำถาม : ในภาวะอันยุ่งเหยิงนี้ เราสามารถควบคุมอะไรได้บ้าง และมีวิธีการอย่างไร
เกี่ยวอะไรกับอูฐ : 12 CAMELS เป็นคำพูดเปรียบเปรยว่า การตัดสินใจของหมู่คณะ ที่มีหลายเสียง หลายแง่มุม อาจนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ แน่นอนว่า “อูฐ” ไม่ได้ถ่ายรูปขึ้นเหมือนม้า ทรวดทรงไม่พลิ้ว วิ่งก็ช้า ไม่ค่อยน่าสนใจ แถมดื้ออีกต่างหาก เมื่อเทียบกับม้าแล้วเป็นพาหนะที่ดูไม่ค่อยสง่างามเท่าไหร่
แต่แม้ว่า “อูฐ” มีข้อเสียบางอย่าง แต่สิ่งที่อูฐเป็นโดยที่ตัวมันเองไม่รู้ด้วยซ้ำคือ ส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางพันธุกรรม เป็นส่วนหนึ่งของกลไกธรรมชาติที่ต้องเอาตัวรอด และหนึ่งในวิธีนั้นคือการ “กลายพันธุ์” ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
ถึงจุดนี้คงไม่ต้องอธิบายว่า จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเอาม้าไปปล่อยไว้กลางทะเลทราย เป็นไปได้ว่าหมู่คณะที่อยากออกแบบม้าแต่ดันได้อูฐมาแทนนั้น ย่อมไม่ค่อยพอใจกับผลลัพธ์ แต่หมู่คณะนั้นอาจไม่ทันรู้ว่าพวกเขาได้ออกแบบพาหนะที่ดีที่สุดสำหรับสภาวะทะเลทรายเอาไว้
ก่อน “ต่อเก้าอี้” มีขั้นตอนต้องทำตามกฎ ดังนี้
DESTINY ขั้นตอนนี้เหมือนเซตเกมหรือตั้งโจทย์ของเก้าอี้ทั้ง 12 ตัวว่ามีองค์ประกอบที่เหมือนกัน นั่นคือ นั่งได้ 1 คน มี 3 ขา สูงประมาณ 45 เซนติเมตร ไม่มีพนักพิง องค์ประกอบจะแยกออกเป็นชิ้นส่วน 4 ชิ้น (ที่นั่งและขา 3 ขา)
จากนั้นจะถูกผสมกันแล้วสุ่มเลือกโดยโปรแกรม และแจกจ่ายไป 12 ทีม เงื่อนไขของทุกตัวจะมาจากต้นทางที่กำหนดไว้แล้วว่าใครจะได้ทำชิ้นส่วนไหนของเก้าอี้ตัวไหน โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นความลับ ส่วนนี้จะอิงกับ “กฎแห่งความยิ่งเหยิง Chaos โดยแต่ละทีมจะไม่มีอำนาจรู้ หรือลิขิตอะไรได้เลย ไม่แตกต่างกับที่คนเราเลือกเกิดไม่ได้
PROPOSAL เมื่อแต่ละทีมได้รับโจทย์ก็เป็นหน้าที่ที่จำเป็นต้องทำตาม แต่อาจไม่รู้ว่างานส่วนที่ทำนั้นจะส่งผลไปถึงภาพรวมอย่างไร เปรียบเทียบเป็นช่วงที่ยังขาดความรู้เรื่องการเชื่อมโยง รู้แค่ว่าต้องทำอะไรบ้าง โดยมีข้อกำหนดง่าย ๆ ดังนี้
- ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นนั้นเป็นวัสดุอะไรก็ได้ (เว้นบางชิ้นที่ถูกกำกับให้ใช้เฉพาะไม้) เหล็ก หิน ดิน ปูน ไผ่ หวาย เชือก แก้วน้ำ พลาสติก หนัง กระดูก กระดาษ ฯลฯ ขอให้ทำหน้าที่ของขาเก้าอี้ หรือที่นั่งได้
- ขนาดที่นั่งสำหรับ 1 คน ไม่จำกัดรูปทรงขนาดหรือความหนา
- ขาไม่จำกัดรูปทรง ท่อน แผ่น ท่อ โค้ง เป็นต้น แต่ความสูงราว 45 เซนติเมตร ถ้ามีองศาควรเผื่อความยาวให้พอดี
- ขาทั้ง 3 ที่ต้องจัดหาหรือทำไม่ควรเหมือนกัน
- ไม่มีประโยชน์ที่จะคิดเผื่อว่าแต่ละชิ้นที่เตรียมมาจะเข้ากับชิ้นอื่นอย่างไร เห็นอะไร ชอบอะไร ให้เอาอันนั้น
- เมื่อได้ชิ้นส่วนที่สุ่มเลือกครบตามโจทย์ ทั้งหมดจะถูกส่งกลับไปยังแต่ละทีมตามพรหมลิขิต แต่ละทีมจะได้ชิ้นส่วนจำนวน 4 ชิ้นใหม่ เท่ากับที่ส่งมา
ขั้นตอนนี้เปรียบเสมือนว่ามาถึงจุดที่รู้ว่าชีวิตที่ดำเนินมา บ่อยครั้งอยู่ภายใต้เงื่อนไข อันเกิดจากการตัดสินใจของคนอื่น ทั้งดีและร้าย และในทางกลับกัน การตัดสินใจของเราก็ไปกระทบต่อผู้อื่น โดยที่เราไม่รู้เช่นกัน ในส่วนนี้เราควบคุมไม่ได้ แต่สิ่งที่ควบคุมได้นั้นอยู่ข้างหน้าของแต่ละทีมแล้ว ด้วยสิ่งที่มี (และขาด) จะไปยังไงต่อให้ถึงจุดหมาย จะทำอย่างไรที่จะเปลี่ยน DESTINY ให้เป็น DESTINATION





