background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

ประกาศภาพยนตร์ไทย 11 เรื่อง "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" ปี 64

ประกาศภาพยนตร์ไทย 11 เรื่อง "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" ปี 64

หอภาพยนตร์ และกระทรวงวัฒนธรรม คัดเลือก "ภาพยนตร์ ไทย" ที่มีคุณค่าเป็น "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" 11 เรื่อง มาประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน

วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ตรงกับ วันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม จึงได้ประกาศ 11 ภาพยนตร์ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2564 ที่จัดขึ้นโดย หอภาพยนตร์ กระทรวงวัฒนธรรม แม้ว่าจะยังอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด แต่ประชาชนก็ยังให้ความสนใจ

“ในปีนี้ถือปีที่ 11 ของกิจกรรมขึ้นทะเบียน มรดกภาพยนตร์ของชาติ เป็นปีที่สถานการณ์โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบทำให้การเปิดให้ประชาชนได้เสนอรายชื่อภาพยนตร์ส่วนใหญ่ต้องเสนอผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ แต่ก็ยังได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้เสนอรายชื่อกว่า 1,500 คน เป็นภาพยนตร์จำนวน 317 เรื่อง

นำมาคัดเลือกร่วมกับภาพยนตร์ในการอนุรักษ์ของหอภาพยนตร์ โดยมีคณะกรรมการคัดเลือกภาพยนตร์จากหลายหลายสาขาอาชีพจำนวน 38 ท่าน มาพิจารณาให้คะแนนแบบออนไลน์ (ไม่มีการพิจารณาแบบอภิปรายเช่นปีที่ผ่านมา)ซึ่งผลปรากฏว่ามีภาพยนตร์จำนวน 11 เรื่องที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกภาพยนตร์ของชาติ เมื่อรวมกับปีที่ผ่านมาจะมีภาพยนตร์ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนทั้งหมด 221 เรื่อง”

ประกาศภาพยนตร์ไทย 11 เรื่อง "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" ปี 64

ภาพยนตร์เรื่อง ห้วงรักเหวลึก (2498)

หลักเกณฑ์ในการพิจารณา

คุณค่าทางประวัติศาสตร์และความทรงจำ : เป็นภาพยนตร์ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ สถานที่ กาลสมัย บุคคล เหตุการณ์ ที่เกี่ยวข้องกับคนไทยและสังคมไทย ในมิติต่างๆ เช่น มานุษยวิทยา สังคมวิทยา เศรษฐกิจ การเมือง วัฒนธรรม ทั้งในฐานะปัจเจกและกลุ่มหรือมวลชน สามารถทำให้ผู้ชมเข้าถึงและเข้าใจมิติเหล่านั้นในเชิงประวัติศาสตร์หรือความทรงจำ

คุณค่าทางศิลปะภาพยนตร์ : เป็นผลงานภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์ อันแสดงถึงศิลปะวิทยาทางด้านภาพยนตร์

มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ : ไม่ว่าการถ่ายทำ การแสดง การตัดต่อ ฯลฯ มีความคิดริเริ่ม ไม่เคยมีแบบอย่างมาก่อนในภาพยนตร์อื่นๆ

บูรณภาพ : ความสมบูรณ์ครบถ้วนของผลงานภาพยนตร์ตรงตามต้นฉบับของผู้สร้างสรรค์ ภาพยนตร์ที่ฉายแล้วอาจถูกตัดทอน ถูกเสริมเติมแต่งเพิ่มเติม ถูกดัดแปลงไปด้วยเหตุต่างๆ

ความเสี่ยงต่อการสูญเสียหรือยากแก่การหาทดแทน : เป็นภาพยนตร์ที่ยังมีฟิล์มต้นฉบับหรือสำเนาในรูปแบบอื่นใดอยู่ แต่อยู่ในภาวะความเสี่ยงที่จะสูญเสีย เช่น มีต้นฉบับหรือสำเนาเพียงชุดเดียว หรือกำลังเสื่อมสภาพ

อิทธิพลต่อคนและสังคม : ภาพยนตร์สามารถส่งผลกระทบโดยตรงหรือโดยอ้อมต่อปัจเจกชนและสังคม ไม่ว่าด้านพฤติกรรม ความคิด ความเชื่อ อารมณ์ ฯลฯ ก่อเกิดกระแสสมัยนิยมเกิดการเปลี่ยนแปลง ค่านิยม ขนบธรรมเนียม ไม่ว่าระยะสั้นหรือยาว

ประกาศภาพยนตร์ไทย 11 เรื่อง "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" ปี 64 ภาพยนตร์เรื่อง ทอง (2516)

มรดกภาพยนตร์ของชาติ 11 เรื่อง

โสกันต์พระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต (2471)

ภาพยนตร์บันทึกพระราชพิธีโสกันต์ของพระองค์เจ้าจิรศักดิ์สุประภาต และพระราชพิธีเกษากันต์ ของหม่อมเจ้ายุธิษเฐียร สวัสดิวัตน์ ซึ่ง พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงถ่ายด้วยฝีพระหัตถ์ ฉายให้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ในพระราชพิธี พระอิริยาบถของเจ้านายพระองค์น้อย ๆ มีค่าหายาก พระราชพิธีโกนจุกพระโอรสธิดาและพระนัดดาของพระเจ้าแผ่นดิน (https://fapot.or.th/main/archive/812)

ห้วงรักเหวลึก (2498)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายของ หลวงวิจิตรวาทการ สะท้อนค่านิยมเรื่องสิทธิสตรีในสังคมไทยยุคแรกเริ่ม การตอบโต้การกดขี่ทางเพศ เดินเรื่องโดยผู้หญิงซึ่งไม่ได้เป็นกุลสตรีตามขนบ เป็นบทบันทึกของวงการภาพยนตร์ไทย ช่วงก่อน พ.ศ. 2500 เป็นประจักษ์พยานฝีมือการแสดงภาพยนตร์ยุคแรกของ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ นักแสดงหญิงผู้ได้รับการยกย่องในฐานะ 'ราชินีแห่งการละคร' (https://fapot.or.th/main/archive/813)

คำปราศรัยในวันครบรอบปีที่ 2 แห่งการปฏิวัติ 20 ตุลาคม 2503] (ไม่สมบูรณ์) (2503)

ภาพยนตร์บันทึกการอ่านคำปราศรัยของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในวันครบรอบปีที่ 2 แห่งการปฏิวัติ เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2503 ออกอากาศในสถานีโทรทัศน์กองทัพบก ช่อง 7 มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดความสามารถนักปราศรัยของจอมพล สฤษดิ์ เป็นอนุสรณ์ผลพวงของรัฐประหารล้างระบบทางการเมืองของการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ออกไป และสร้างระบอบประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ขึ้นมาแทน (https://fapot.or.th/main/archive/814)

สุรีรัตน์ล่องหน (2504)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากบทละครวิทยุที่ได้รับความนิยมมากของ สมสุข กัลย์จาฤก นักเขียนบทละครวิทยุที่ยิ่งใหญ่ เป็นหลักฐานความเฟื่องฟูของละครวิทยุที่ยุคหนึ่งนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์จำนวนมาก ประสบความสำเร็จทั้งรายได้และรางวัล ในฐานะภาพยนตร์แนวนิยายวิทยาศาสตร์กึ่งแฟนตาซียุคแรกของไทย ท้องเรื่องและค่านิยมจับใจผู้ชมชาวไทย ดำเนินเรื่องด้วยตัวละครหญิงเป็นหลัก สะท้อนขนบของภาพยนตร์ไทยในช่วงต้นทศวรรษ 2500 (https://fapot.or.th/main/archive/815)

นิสิตพัฒนา (ไม่สมบูรณ์) (2505)

ภาพยนตร์ของสำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ เล่าเหตุการณ์การออกค่ายอาสาสมัครจุฬาลงกรณ์ ครั้งที่ 4 ระหว่างวันที่ 31 มีนาคม-14 เมษายน 2505 ที่หมู่บ้านแกใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ เป็นบันทึกการออกค่ายอาสาพัฒนาในยุคแรกของนิสิตนักศึกษาไทย มีจุดประสงค์โฆษณาชวนเชื่อ ถ่ายทอดการร่วมแรงร่วมใจ มีชีวิตชีวา อุดมคติของหนุ่มสาวที่ต้องการมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคม ในกิจกรรมที่ได้รับความนิยมที่สุดของนิสิตนักศึกษาไทย (https://fapot.or.th/main/archive/816)

ประกาศภาพยนตร์ไทย 11 เรื่อง "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" ปี 64

ภาพยนตร์โฆษณา เพียว

โฆษณาเพียว [2506-2508]

ภาพยนตร์โฆษณาเครื่องดื่มยี่ห้อ เพียว ผลงานสร้างสรรค์ของ ปยุต เงากระจ่าง ผู้สร้างภาพยนตร์การ์ตูนสำเร็จเป็นรายแรกของประเทศไทย ผลิตโดย 'สำนักโฆษณาสรรพสิริ' ของ สรรพสิริ วิรยศิริ ผู้บุกเบิกการผลิตภาพยนตร์โฆษณาการ์ตูนไทยรายแรกจุดเด่นของโฆษณาชิ้นนี้ ใช้ตัวละครเป็นตัวการ์ตูนชุด 'ตุ๊กตา' ของ พิมน กาฬสีห์ ผู้บุกเบิกการ์ตูนสำหรับเด็กในเมืองไทย มีเพลงประกอบบรรยายสรรพคุณสินค้าที่ติดหู ดัดแปลงจากทำนองเพลงคลาสสิก In a Persian Market มีคุณค่าเป็นอนุสรณ์ผลงานของนักวาดการ์ตูนไทยถึงสองคน ป็นภาพยนตร์โฆษณาที่มีอิทธิพลต่อผู้คนจนป็นมรดกความทรงจำของสังคม (https://fapot.or.th/main/archive/817)

การเดินทางอันแสนไกล (2512)

ภาพยนตร์บันทึกการมาเยือนเมืองไทย พ.ศ. 2512 ของ นีล อาร์มสตรอง พร้อมคณะนักบินอวกาศชาวอเมริกันที่ไปสำรวจดวงจันทร์ได้เป็นกลุ่มแรกของโลก สร้างโดยสำนักข่าวสารอเมริกัน กรุงเทพฯ เล่าผ่านเรื่องราวของ อรนุช ภาชื่น เด็กหญิงจากจังหวัดสุรินทร์ ผู้สื่อข่าวและช่างภาพเฉพาะกิจ แสดงให้เห็นความรู้สึกชาวไทยที่ตื่นเต้นกับข่าวพิชิตดวงจันทร์ และการมาเยือนของมนุษย์จากดวงจันทร์ มีคุณค่าเป็นบทบันทึกเหตุการณ์ สัมผัสถึงอารมณ์โฆษณาชวนเชื่อในยุคสงครามเย็น (https://fapot.or.th/main/archive/818)

ทอง (2516)

ภาพยนตร์ที่ ฉลอง ภักดีวิจิตร ทุ่มทุนสร้าง นำดาราดังจากต่างประเทศมาร่วมงาน เต็มไปด้วยฉากบู๊ลุ้นระทึก ภาพยนตร์ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งในและต่างประเทศ เป็นหนังแอ็คชั่นไทยที่ได้รับการกล่าวถึงมากที่สุดเรื่องหนึ่ง เป็นจุดเปลี่ยนอาชีพของผู้กำกับภาพยนตร์ไทยที่ยิ่งใหญ่ แสดงให้เห็นความทะเยอทะยานของคนทำหนังไทยต้องการไปสู่ตลาดสากล เป็นผลงานร่วมสมัยในยุคสงครามเวียดนาม ความร่วมมือระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา (https://fapot.or.th/main/archive/819)

ประกาศภาพยนตร์ไทย 11 เรื่อง "มรดกภาพยนตร์ของชาติ" ปี 64

ภาพยนตร์เรื่อง วิมานดารา

วิมานดารา (2517)

ภาพยนตร์ที่สร้างโดยตำนานนักร้องคู่ขวัญ สุเทพ วงศ์กำแหง และ สวลี ผกาพันธุ์ ร่วมด้วย ธงชัย วงษ์ประเสริฐ กำกับโดย ชุติมา สุวรรณรัต แต่งเรื่องและเขียนบทโดย รพีพร หรือ สุวัฒน์ วรดิลก นักประพันธ์ชื่อดัง เป็นภาพยนตร์ที่กล้าหาญนำเสนอเนื้อหาที่แปลกแตกต่างจากผลงานในยุคเดียวกัน บันทึกบรรยากาศและค่านิยมของสังคมไทยในยุคนั้นไว้หลายแง่มุม เป็นผลงานการแสดงภาพยนตร์ของตำนานนักกีฬาชื่อดังของประเทศ อย่าง ปรีดา จุลละมณฑล และ โผน กิ่งเพชร มีบทบาทด้านประวัติศาสตร์การอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย (https://fapot.or.th/main/archive/820)

สาย สีมา นักสู้สามัญชน (2524)

ภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายเรื่อง ปีศาจ ของ เสนีย์ เสาวพงศ์ โดยกลุ่มนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ นำโดย เจน จำรัสศิลป์ และ ขรรค์ชัย บุนปาน เจ้าของโรงพิมพ์พิฆเณศ มีคุณค่ามรดกความกล้าหาญของนักหนังสือพิมพ์ไทยที่ลุกขึ้นมาสร้างภาพยนตร์ไทย เป็นตัวแทนในโลกภาพยนตร์เพียงหนึ่งเดียวของวรรณกรรมอมตะที่ทรงอิทธิพลต่อบรรดานักคิดนักเขียนไทย แฝงด้วยจิตวิญญาณการ 'ปีศาจของกาลเวลา' ไม่ต่างจากบทประพันธ์ (https://fapot.or.th/main/archive/821)

Goal Club เกมล้มโต๊ะ (2544)

ภาพยนตร์ของผู้กำกับ กิตติกร เลียวศิริกุล เล่าเรื่องกลุ่มวัยรุ่นชายยุค 'มิลเลนเนียม' ที่เข้าไปพัวพันกับกระแสการพนันฟุตบอลผิดกฎหมาย แม้ผ่านไปยี่สิบปี ภาพยนตร์ยังมีน้ำหนักและเชื่อมต่อผู้ชมในปัจจุบัน เป็นบันทึกด้านมืดและด้านสว่างความคลั่งไคล้กีฬาฟุตบอลในเมืองไทย เป็นความกล้าหาญของคนทำหนังช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย (https://fapot.or.th/main/archive/822)

ชมได้ที่ไหน

หอภาพยนตร์ จะจัดโปรแกรมฉายภาพยนตร์ ได้รับการขึ้นทะเบียน มรดกภาพยนตร์ของชาติ ในเดือนตุลาคม 2564 นี้ที่โรงภาพยนตร์ (ดูรายละเอียดได้ที่ www.fapot.or.th) และรับชมผ่านออนไลน์ทางช่อง Youtube หอภาพยนตร์ playlist มรดกภาพยนตร์ของชาติ

ที่สำคัญ ภาพยนตร์ทุกเรื่องสามารถมารับชมค้นคว้าได้ที่ 'ห้องสมุดและโสตทัศนสถาน เชิด ทรงศรี' ณ หอภาพยนตร์ ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ เวลา 10.00 น. -17.00 น. ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป