วันศุกร์ ที่ 22 พฤษภาคม 2569

Login
Login

ผ่าอาณาจักร 'Big Hit Entertainment' ต้นสังกัด BTS เมื่อค่ายสร้างวง สู่วงสร้างค่าย!

ผ่าอาณาจักร 'Big Hit Entertainment' ต้นสังกัด BTS เมื่อค่ายสร้างวง สู่วงสร้างค่าย!

ย้อนเส้นทาง 15 ปี "Big Hit Entertainment" จากค่ายเพลงเล็กๆ ที่ปั้นวง BTS สู่วงแถวหน้าของวงการ K-Pop

ถ้าให้เอ่ยถึงบอยแบนด์เกาหลีวงบีทีเอส (BTS) คาดว่าในตอนนี้คงไม่มีใครรู้จัก เพราะพวกเขาสามารถสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการเคป๊อป (K-Pop) ได้ด้วยการนำเพลง Dynamite เพลงใหม่ล่าสุด ขึ้นที่ 1 ของชาร์ต 'Billborad Hot 100' ได้สำเร็จ และเพลงนี้ยังเป็นเพลงภาษาอังกฤษเต็มเพลงเพลงแรกของพวกเขาอีกด้วย 

การประสบความสำเร็จของวงบีทีเอส ทำให้บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์ (Big Hit Entertainment) ค่ายเพลงเล็กๆ เติบโตจนสามารถทำรายได้แซงค่าย “บิ๊ก 3” ของเกาหลีใต้ไปได้ กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ขอพาไปทำความรู้จักกับ บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนต์เมนต์ ค่ายต้นสังกัดวง BTS กันให้มากขึ้น

  • เส้นทาง 15 ปี “Big Hit Ent.”

บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์ บริษัทบันเทิงของเกาหลีใต้ ก่อตั้งโดย บัง ชีฮยอก (Bang Si-hyuk) นักแต่งเพลงและโปรดิวเซอร์ เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2005 ด้วยวัตถุประสงค์ว่าจะสร้างสรรค์ดนตรีและศิลปินเพื่อเยียวยาจิตใจคน (Music & Artist for Healing) ซึ่งสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในผลงานของศิลปินในค่าย โดยผลงานเพลงของพวกเขามักกล่าวถึงประเด็นทางสังคมต่างๆ และจะพูดถึงเรื่องใกล้ตัวที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวันและมีจุดที่เคยสัมผัสปัญหานั้นร่วมกัน 

การถือหุ้นในบริษัทโดยอันดับหนึ่งก็ยังคงเป็น บัง ชีฮยอก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ ที่ถืออยู่ 45.1% ส่วนผู้ถือหุ้นอันดับที่สองคือ บัง จุนฮยอก (Bang Jun Hyuk) ผู้เป็นน้องชาย เจ้าของบริษัทเกมอันดับต้นๆ ของเกาหลีใต้ อย่างเน็ตมาร์เบิล (Netmarble) ถืออยู่ 25% รวมถึงสมาชิกวงบีทีเอสทั้ง 7 คน พวกเขาก็ได้ถือหุ้นในบริษัทเช่นกัน

ส่วนของจัดตั้งซีอีโอนั้น ในปัจจุบันซีอีโอบังจะดูแลในส่วนของเลเบล (Label) ธุรกิจเพลง ซีอีโอยุน เลนโซ ดูแลธุรกิจระดับสากล (Business) และซีอีโอปาร์ค จีวอน ประจำสำนักงานใหญ่และการจัดการ

  • จากค่ายติดหนี้สู่การแตกไลน์อีกหลายธุรกิจ

สิ่งที่ทำให้บิ๊กฮิต เอนเตอร์เทนเมนต์เติบโตได้อย่างรวดเร็ว เป็นเพราะกระแสความดังเป็นพลุแตกของบีทีเอส หลังจากนั้นทางค่ายยังได้ใช้วิธีการ "แตกไลน์ค่ายและธุรกิจย่อย" โดยปี 2019 ได้เข้าไปซื้อกิจการของซอร์สมิวสิก เอนเตอร์เทนเมนต์ (Source Music Entertainment) ต้นสังกัดของวงจีเฟรนด์ (GFRIEND) และปี 2020 ได้ซื้อกิจการ เพลดิส เอนเตอร์เทนเมนต์ (Pledis Entertainment) ต้นสังกัดของวงนิวอิสต์ (Nu’Est) และวงเซเว่นทีน (Seventeen) ซึ่งทั้งนี้บิ๊ตฮิตได้มีแพลนที่จะเดบิวต์บอยแบนด์ภายในปีนี้และเกิลกรุ๊ป ศิลปินหญิงวงแรกของค่ายในปีหน้า (2021)

และเมื่อปีที่แล้ว (2019) ซีเจ เอนเตอร์เทนเมนต์แอนด์มีเดีย (CJ Entertainment & Media : CJ E&M) และบิ๊กฮิตได้จับมือกันตั้งค่ายเพลงใหม่ในชื่อ บีลีฟต์ แล็บ (Belift Lab) โดยบิ๊กฮิตถือหุ้นในบริษัทนี้ 52% และซีเจ อีแอนด์เอ็ม ถือหุ้นอยู่ 48% โดยทั้งจะร่วมและใช้ทักษะที่แต่ละฝ่ายมีเพื่อพัฒนาและปั้นศิลปิน

หลังจากนั้นบิ๊กฮิตก็ยังได้เข้าซื้อ Superb บริษัทพัฒนาเกมที่ใช้เพลงเป็นหลัก โดยจะพัฒนาระบบเกมมือถือโดยใช้เพลงของศิลปินในค่าย โดยใช้ชื่อ Mobile Rhythm Game คาดว่าจะเปิดได้ภายในปีนี้

ทั้งยังได้ Collboration กับเน็ตมาร์เบิลบริษัทเกมชื่อดัง โดยได้เปิดตัวเกม BTS Universe Story ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา เป็นเกมโซเชียลแบบอินเตอร์แอคทีฟที่ผู้เล่นสามารถสร้างสตอรี่ และพัฒนาเรื่องราวภายในเกมตามตัวเลือกที่ต้องการ 

นอกจากนี้ บิ๊กฮิตยังเป็นหุ้นส่วนกับบีเอ็นเอ็กซ์ (beNX) บริษัทไอทีที่จัดการเว็บไซต์และการพัฒนาแอพพลิเคชั่น สร้างแพลตฟอร์มที่ให้ศิลปินสามารถติดต่อและอัพเดทข่าวสารกับแฟนๆ ผ่านแพลตฟอร์ม "วีเวิร์ส" (Weverse) โดยเริ่มต้นจากศิลปินในสังกัดอย่างบีทีเอส (BTS), ทีบายที (TXT), จีเฟรนด์ (GFriend), เซเว่นทีน (Seventeen), นิวอีสท์ (NU’EST) และเอ็นไฮเพน (ENHYPEN) 

  • เป้าหมายสู่ “Big Hit Ecosystem”

และบิ๊กฮิตยังมีความตั้งใจที่จะดึงศิลปินภายนอกค่ายเข้าร่วมเพื่อใช้แฟลตฟอร์มวีเวิร์สในการพูดคุยกับแฟนๆ อีกด้วย นอกจากนี้ในแอพพลิเคชั่นดังกล่าว ยังมีคอนเทนต์วิดีโอของเหล่าศิลปินในค่าย ทั้ง "Learn! KOREAN with BTS" ที่เพิ่งเปิดตัว EP.1 ไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาอีกด้วย

ทั้งนี้ยังได้ต่อยอดแพลตฟอร์มที่เอาไว้แค่ติดต่อพูดคุยกับแฟนๆ มาเป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ในชื่อของ “วีเวิร์สช้อป” (Weverse Shop) เป็นแอพพลิเคชั่นที่ใช้สำหรับซื้อตั๋วคอนเสิร์ต การร่วมอีเวนท์พิเศษ หรือซื้อสินค้าออฟฟิเชียลของศิลปินภายในค่ายและสามารถจัดส่งได้ทั่วโลก 

และบิ๊กฮิตได้จดทะเบียนบริษัทใหม่เพิ่ม โดยบริษัทแรกใช้ชื่อว่า Big Hit Three Sixty ซึ่งจะเป็นบริษัทที่เน้นเรื่องของการจัดคอนเสิร์ต ผลิตคอนเทนต์ให้กันศิลปินภายในค่าย และการจัดจำหน่าย ต่อมาในส่วนของ Big Hit IP เป็นธุรกิจเกี่ยวกับทรัพย์สินทางปัญญาหรือ IP Branding ที่ต่อยอดจากคอนเทนท์ให้นอกเหนือจากวงการเพลง แต่ยังยึดกับคาแรคเตอร์ของศิลปินเป็นหลัก และยังมีการออกใบอนุญาตและ callaboration กับแบรนด์ต่างๆ 

ในอนาคตบิ๊กฮิตยังวางแผนที่จะขยายไลน์ธุรกิจขอตัวเองทั้งด้านดนตรี คอนเสิร์ต วิดีโอคอนเทนต์ ทรัพย์สินทางปัญญา และธุรกิจแพลตฟอร์ม โดยทั้งหมดนี้จะเรียกว่าระบบ “Big Hit Ecosystem” ก็คงจะไม่ผิดนัก

  • ย้อนรอยความสำเร็จ BTS จาก “ค่ายสร้างวง” สู่ “วงที่สร้างค่าย”

การประสบความสำเร็จในระดับโลกของวงบีทีเอสอาจจะไม่ใช่ความบังเอิญ วงบีทีเอส เดบิวต์ในเพลง No More Dream ปี 2013 จากอัลบั้มเพลงประกอบซีรีส์ School Trilogy ในชื่อ 2 Cool 4 Skool ด้วยสมาชิก 7 คน ประกอบด้วย คิม นัมจุน (RM) คิมซอกจิน (Jin), มินยุนกิ (Suga) จองโฮซอก (J-Hope) พัคจีมิน (Jimin) คิมแทฮยอง (V) และจอนจองกุก (Jungkook) 

และผลงานเพลงของบีทีเอสมักจะพูดถึงประเด็นทางสังคม เรื่องใกล้ตัวที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำและคนส่วนใหญ่มีจุดร่วมร่วมกัน เป็นหนึ่งเหตุผลที่ให้หลายเพลงของพวกเขาพุ่งติดชาร์ตอย่างรวดเร็ว

วงบีทีเอสได้ปล่อยเพลงดังมาอีกหลายเพลง ทั้ง DNA, FAKE LOVE, IDOL, ON จนไปติดชาร์ตเพลงระดับโลก และล่าสุดพวกเขาพาเพลง Dynamite เพลงภาษาอังกฤษเต็มเพลงครั้งแรกของพวกเขาไปขึ้นอันดับหนึ่งชาร์ตบิลบอร์ด ฮ็อต 100 (Billboard hot 100) ได้ตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เปิดตัว ซึ่งในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา พวกเขาก็ได้พาเพลง ON ขึ้นไปสู่อันดับ 4 ในชาร์ตนี้เช่นกัน

โดย Billboard Hot 100 ชาร์ตนี้ถือเป็นการจัดอันดับเพลงมาตรฐานของสหรัฐ ซึ่งเป็นตลาดเพลงใหญ่เป็นอันดับ 1 ของโลก โดยการมีเพลงเข้าชาร์ตนี้ (ไม่จำเป็นต้องได้อันดับ 1)  ถือเป็นเครื่องวัดความสำเร็จของศิลปินในตลาดเพลงโลกได้เป็นอย่างดี

หลังจากนั้นการปล่อยเพลงของพวกเขาพุ่งขึ้นไปอยู่ที่หนึ่งชาร์ตเพลงในเวลาอันรวดเร็ว BTS เป็นศิลปินเคป๊อปกลุ่มแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนเวที Billboard Music Awards ปี 2018 และอัลบั้ม Love Yourself: Tear ของพวกเขาก็ได้สร้างสถิติขึ้นอันดับ 1 ในชาร์ต U.S. Billboard Top 200 ซึ่งถือเป็นศิลปินสัญชาติเกาหลีกลุ่มแรกที่ทำได้ 

และการก้าวสู่ศิลปินระดับโลกไม่ใช่เรื่องง่ายแต่สิ่งที่ยืนยันว่าพวกเขาประสบความสำเร็จในระดับโลกคือรางวัลจากงานประกาศรางวัลต่างๆ พวกเขาได้คว้ารางวัลจากหลายทั้งจากในและต่างประเทศ และจากความสำเร็จอย่างถล่มทลายของบีทีเอส ทำให้บิ๊กฮิตจากค่ายเล็กๆ ที่เคยติดหนี้จนเกือบล้มละลาย ก้าวขึ้นมาเป็นค่ายเพลงแถวหน้าของวงการบันเทิงเกาหลีอย่างเต็มภาคภูมิ จนในปัจจุบันได้ขยายกิ่งก้านสาขาไปในหลายวงการที่นอกจากวงการเพลง

 

อ้างอิง : koreaboo forbes CNN กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ กรุงเทพธุรกิจ  Variety soompi  Korea Herald allkpop youtube MWAVE thebangkokinsight Big Hit Corporate Briefing with the Community vlive