ในฐานะนักท่องเที่ยวจึงต้องขอซื้อกลับบ้านเป็นของฝากเตือนใจ..การท่องเที่ยวระบุว่า หากนักท่องเที่ยวคนหนึ่งใช้จ่ายซื้อของที่ระลึก คนละ 1,000 บาท จะทำให้เกิดรายได้จากธุรกิจสินค้าของที่ระลึก ของฝาก ของกิน ทีมีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่า 10,000 ล้านบาท ต่อปี
แม้รู้กันอยู่ว่ารายได้หลักของประเทศมาจากการท่องเที่ยว แต่จะทำอย่างไรให้นักเที่ยวอยากซื้อของที่ระลึก อยากแบ่งปันให้วิถีชุมชน เกิดการจับจ่ายที่มีคุณภาพ เกิดประโยชน์ใช้สอยได้จริง ไม่ซื้อของที่จะกลายเป็นขยะส่วนเกินเข้าบ้าน ดังนั้นเพื่อการซื้อและใช้อย่างยั่งยืน กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ริเริ่ม โครงการพัฒนาสินค้าต้นแบบของที่ระลึกเพื่อการท่องเที่ยว มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสน่ห์ความเป็นไทยรวมถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นมาปรับใช้ในการออกแบบผลิตภัณฑ์สินค้าของที่ระลึก และเพื่อตอบสนองต่อนโยบาย Thailand 4.0 ที่เน้นนำความคิดและเทคโนโลยีมาต่อยอดและพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ทันสมัยขึ้น เข้าถึงได้ง่าย และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค
โจทย์ใหญ่เช่นนี้นำเสนอออกมาในรูปแบบสินค้าต้นแบบ จัดแสดงในงาน เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย ซึ่งปีนี้จัดเป็นครั้งที่สองที่เซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยพัฒนาเป็นสินค้าต้นแบบของที่ระลึกจำนวน 240 ชิ้น จาก 2 ชุมชน ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง แม่ฮ่องสอน น่าน พะเยา ตาก พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์
ห้าชีวิตลงพื้นที่จังหวัดละ 3 ชุมชน มีเวลาเพียงน้อยนิด หัวหน้าทีม สุวิทย์ เล่าให้ฟังว่า
“โครงการนี้มีหน้าที่ผลักดันรูปแบบการท่องเที่ยวและการบริการต่าง ๆ เนื่องจากว่าบางชุมชนอยู่ในพื้นที่ห่างไกล และบางที่ก็ยังไม่รู้ว่าอัตลักษณ์ของเขาเป็นอย่างไร ด้วยเพราะคุ้นชินมากอาจทำให้เขามองข้าม เรามีหน้าที่เข้าไปศึกษาอัตลักษณ์ของแต่ละชุมชน”
ในฐานะนักออกแบบเล่าว่า โครงการ “เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย” เมื่อปีแรกนั้นตีโจทย์ว่าเป็นสินค้าที่ระลึก เกิดเป็นเสื้อยืด หมวก ร่ม แก้วมัก ซึ่งแทบจะเหมือนกันในทุกชุมชน แต่ไม่ตอบโจทย์ในแง่การผลิต เช่น แม่ฮ่องสอน ไม่มีโรงงานทำเซรามิก หรือบางพื้นที่ไม่มีแหล่งผลิตเสื้อยืด สินค้าจึงไม่บ่งบอกความเป็นวิถีชุมชนนั้น ๆ พอปีที่สอง แนวทางเริ่มชัดขึ้น
“ผมแบ่งงานเป็น 3 ส่วนหลักคือ 1.ค้นคว้าวิจัย เรายอมเสียเวลาลงพื้นที่ 2 เดือน ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560 เข้าไปคุยกับชาวบ้าน เอาดีไซเนอร์ลงพื้นที่ทั้งหมดเพื่อสัมผัสถึงอัตลักษณ์ที่แท้จริงในแต่ละชุมชน
ขั้นตอนที่ 2.กระบวนการออกแบบสร้างสรรค์ ถามชุมชนว่าต้องการอะไรที่เขาผลิตได้เอง แล้วเราเอามาผสมผสานกับนักออกแบบและไลฟ์สไตล์ของนักท่องเที่ยว เช่น กระเป๋ามูเซอดำ มีกระเป๋าใส่ดินสอ ย่าม ระหว่างที่เราพรีเซนต์งานจะมีเด็กมูเซอมา พอแม่เห็นลูกเล่นจนเสื้อเลอะแม่ก็ถอดเสื้อลูกออกแล้วกลับด้าน จากเสื้อเลอะ ๆ กลายเป็นเสื้อมีสีสัน เราก็ได้เรียนรู้ว่าชาวมูเซอดำเขามีเสื้อที่ใส่กลับด้านได้ ส่วนใหญ่เย็บด้วยมือ เขามีทักษะการเย็บผ้าเก่งมาก กลับด้านใส่ได้เลย เราก็พัฒนาเป็นกระเป๋าที่ใช้ได้สองด้าน และมีรูปแบบที่ทันสมัยขึ้น จากเดิมเขาเย็บเป็นย่ามกับกระเป๋าใส่ดินสอ เราก็ให้เขาเย็บเป็นกระเป๋าโท้ต และต้องเป็นขนาดที่ใส่กระดาษเอสี่ได้ด้วยนะ เพราะถ้าทำขนาดไม่ฟังก์ชั่นให้นักท่องเที่ยวเขาซื้อไปใช้ได้จริง ๆ
นอกจากงานชิ้นเด่นกระเป๋าของชาวมูเซอดำที่ใช้ได้สองด้านแล้ว ยังมีไฮไลท์อีกหลายชิ้น อาทิ
“ที่ กว๊านพะเยา ชาวประมงเขาเย็บแหขาย ผมถามว่าแล้วนักท่องเที่ยวจะซื้อแหกลับบ้านไปทำอะไร เขาบอกว่าเขาทำเป็นแต่แห ผมก็เปลี่ยนภาพลักษณ์ของแหแต่ก็ยังใช้ทักษะเดิมของชุมชน เขาถักแหเหมือนเดิมแต่เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ให้เป็นโมบายจากแห ทำเป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วติดพู่ และห้อยสัญลักษณ์รูปปลาของกว๊านพะเยา และยังมีเครื่องหมายที่เป็นมงคลของชาวบ้าน หมายถึงค้าขายดี อีกอย่างเป็นน้ำพริกปลาส้ม ที่ออกแบบแพคเกจจิ้งใหม่เป็นลายกราฟิกจากแหกับสายน้ำ เพื่อสื่อถึงกว๊านพะเยา สุดท้ายงานของน้อง ๆ ทีมงาน วาดตัวการ์ตูนเป็นแคแรคเตอร์ชาวประมงแล้วทำเป็นลายบนเสื้อยืด กับลายบนถุง พร้อมเรื่องเล่าว่าที่กว๊านพะเยา ในวันพระใหญ่จะมีพิธีเวียนเทียนรอบวัดโดยการนั่งเรือวนรอบโบสถ์ที่อยู่กลางน้ำ ทุกอย่างที่ออกแบบ เราออกแบบโดยดึงเอาเรื่องราวของเขามาสร้างงานดีไซน์ และตอกย้ำว่าชาวบ้านทำได้จริง อย่างวันเปิดงานนำลวดลายมาพิมพ์เสื้อยืดขายเลย แล้ววันสุดท้ายของหมด เขาผลิตไม่ทัน
บ้านแม่กาษา ที่นี่มีศูนย์การเรียนรู้เยอะ มีแหล่งของผู้สูงอายุเยอะ ผู้สูงอายุเวลาว่างมาทอผ้า เขาปลูกฝ้ายเอง ทอผ้าทำมาเป็นผ้าห่มขายผืนละ 800 บาท พอเราไปลงพื้นที่เห็นเศษด้ายเยอะมากจากการทอผ้า น้องในทีมงานคิดว่าอยากเอาเศษผ้ามาทำจิวเวลรี่ ทำให้เป็นเครื่องประดับร่วมสมัยซึ่งใช้วิธีผูกเงื่อนแบบลูกเสือแบบง่าย ๆ เป็นสร้อยคอ กำไล ต่างหู มีเครื่องเงินเป็นอุปกรณ์ติดเชื่อมซึ่งชุมชนก็หาซื้อเองได้ งานนี้นำไปโชว์แล้วมีชาวมาเลย์เดินมาบอกว่า ถ้าสามารถผลิตให้เขาได้เดือนละ 1,000 ชิ้น เขารับซื้อหมดจะเอาไปขายที่มาเลย์ ขนาดคุณป้าที่เป็นคนถักสร้อยมาเห็นยังจำผ้าของตัวเองไม่ได้”
แล้วถ้าเสริมด้วยลูกปัด เครื่องเงิน สร้อยคอ กำไล จากเศษด้ายจะมีมูลค่าเพิ่มอีกมาก นักออกแบบเล่าพร้อมเสริมว่า
“เป็นข้อพิสูจน์ว่า ถ้ามีนักออกแบบเขาไปในพื้นที่ ร่วมกันทำงานกับชุมชน ทุกคนสามารถออกแบบสินค้าสร้างรายได้แก่ชุมชนได้
อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ลูกประคบ ที่บ้านศาลาบัวบก ลำปาง ที่นี่แทบไม่มีสถานที่ท่องเที่ยวแต่เขามีสปาเซรามิกแห่งแรกของเมืองไทย มีโรงงานเซรามิก ชาวบ้านรู้จักวิธีย้อมผ้าฝ้าย เขาก็เอาเศษดินมาปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ผสมกับธัญพืชแล้วใส่ในลูกประคบ ข้อดีคือเมื่อเข้าไมโครเวฟ 5 นาที เซรามิกที่อยู่ข้างในจะค่อย ๆ กระจายความร้อนทำให้ใช้ได้นาน 30 นาที จากลูกประคบทั่วไปใช้ได้ 10 นาที แต่ปัญหาคือลูกประคบเขาทำเป็นแบบธรรมดา มองไม่ออกว่าข้างในมีเซรามิก เราก็เข้าไปดีไซน์ลูกประคบจากสิ่งที่เขามีในชุมชน คือเขาย้อมคราม ผ้าฝ้ายสีน้ำตาลได้จากขมิ้นกับเปลือกไม้ เราก็นำทักษะการย้อมผ้ามาใช้ เอาเซรามิกใส่ข้างในกับธัญพืชเหมือนเดิม แต่เอาเศษดินมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ร้อยตกแต่งด้านนอก เมื่อวางขายจะเห็นความแตกต่าง บอกเล่าเรื่องราวข้างในของลูกประคบ ทำให้ผลิตภัณฑ์ดูดีขึ้น
อีกหนึ่งชุมชนคือโฮมสเตย์ ที่สุโขทัย เราไปเพิ่มการสื่อสาร คือมีของดีอยู่แล้วแต่ขาดการสื่อสาร เราออกแบบโปสการ์ดและให้ข้อมูลด้านหลัง บอกเล่าว่าสุโขทัยมีอะไรน่าสนใจ
ที่ บ้านป่าเหมี้ยง ปลูกใบชา เราดีไซน์หมอนอิงกับหมอนรองคอ ใส่ใบชาตากแห้ง มีคุณสมบัติดูดซับกลิ่นได้ดี หรือเย็บเป็นคู่เป็นรูปใบชาทำที่ห้อยแขวนในตู้เสื้อผ้า และดับกลิ่นในรองเท้า ส่วนที่ บ้านป่ากลาง จ.น่าน มีงานเขียนเทียนย้อมคราม คล้าย ๆ ผ้าบาติก ชาวบ้านมาตัดเป็นผ้าปูโต๊ะกับเสื้อ เราก็สร้างแพทเทิร์นใหม่โดยวางจังหวะของลายผ้า และเย็บพู่เล็ก ๆ สีแดงมาติดที่หมอน ทำเป็นหมอนอิง หมอนรองคอ กลายเป็นสินค้าใหม่
มีอีกที่หนึ่งที่งานทอผ้าสวยมาก ของคุณแม่จันทร์สม จ.น่าน แต่คุณแม่ทอผ้าเพื่อทำเป็นซิ่นอย่างเดียว เราขอต่อยอดให้ท่านทอใหม่เป็นลายชนลายแล้วมาตัดเป็นกระเป๋าคลัทช์ กระเป๋าทรงต่าง ๆ เราวางแพทเทิร์นกับจังหวะการวางลายผ้าเกิดเป็นกระเป๋าแบบใหม่ ๆ ทำกระดุมผ้าก็ได้”
เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย บอกเล่าวิถีชุมชนและอัตลักษณ์ ไปเที่ยวแล้วแวะกระจายรายได้ จากสินค้าที่ระลึกผลิตด้วยมือ ทำด้วยใจ และใช้งานได้จริง ไปใช้ที่ไหนคนก็ถามหา…
หมายเหตุ: FB:/ เสน่ห์เที่ยว เสน่ห์ไทย





