“บิว จรูญวิทย์” รวมวงเพื่อนสนิทที่รู้ใจ

“บิว จรูญวิทย์” รวมวงเพื่อนสนิทที่รู้ใจ

“อาชีพนักร้อง ถ้าไม่มีค่ายเราจะรอดมั้ย แต่โชคดีที่เรายังมีเพื่อนที่พร้อมจะสนุกไปด้วยกัน” บิว-จรูญวิทย์ พัวพันวัฒนะ หรือ บิว เดอะว๊อยซ์ แวะเวียนมาหาเราที่สตูดิโอ now @siam

ครั้งนี้ บิวไม่ได้แค่มาร้องเพลงซิงเกิ้ลใหม่ให้ฟังกันแบบสดๆเท่านั้น เพราะในวันนี้ บิวพาเพื่อนๆทั้ง 4 มาเปิดตัวกับเราด้วย

             บิว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งคนที่แจ้งเกิดจากรายการประกวดร้องเพลง เดอะว๊อยซ์ เพราะในรอบ Blind Auditions บิวเลือกเพลง 99 Problem (ต้นฉบับเป็นผลงานของ ฮิวโก้-จุลจักร จักรพงษ์) ด้วยน้ำเสียง และลีลาในโชว์นั้น ที่กระแทกกระทั้นใจซะเหลือเกิน! ทำเอาคนพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมืองและยิ่งไปกว่านั้นในช่วงที่กรรมการทั้ง 4 ขอให้ร้องเพลงช้า ๆ ซึ้ง ๆ บิว ก็ทำให้ทุกคนต้องตะลึงกับเสียงและลีลาที่เป็นเอกลักษณ์ของบิวอีกครั้งในเพลง “เสมอ” ของ ปู-พงษ์สิทธิ์ คำภีร์” จนทำให้กรรมการนิยามฉายาให้ว่าเป็น “ปุโรหิตสไตล์”

 

            ด้วยอารมณ์ของการร้องเพลง บิว จะเป็นคนที่อินไปกับเนื้อร้องมากๆ ทำให้ดึงผู้ฟังหลุดเข้าไปอยู่ในเนื้อเรื่องของเพลงได้ ซึ่งเคล็ดไม่ลับที่บิวได้เปิดเผยกับเราคือ  เวลาที่บิวร้องเพลงแต่ละเพลงจะคิดภาพตามด้วย และถ้ามีโอกาสศึกษาเพลงก่อนร้อง บิว จะสมมติตัวเองไปเป็นตัวละครในเพลงเสมอโดยเฉพาะเพลงที่เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นจริง หรือมีประสบการณ์ร่วม และยิ่งถ้าเป็นเพลงที่แต่งเองก็จะยิ่งลงลึกในเนื้อหา แหม! ทำการบ้านก่อนลงสนามขนาดนี้ก็คงไม่แปลก ที่คนได้ยินเสียงของบิวจะหลุดเข้าไปอยู่ในท่วงทำนองเดียวกับเขาได้

 

            ในช่วงแรกที่ บิว เข้าสู่วงการดนตรีอย่างเต็มตัว บิวก็ลุยงานคนเดียวมีผลงานออกมาให้ฟังอยู่เรื่อยๆ  

            “แต่พอเริ่มทำเพลงเองแบบจริงจัง เราก็เริ่มรู้สึกว่ามีอุปสรรคมากพอสมควร  ถ้าถามว่าสบายไหมตอนทำคนเดียว ก็สบายนะ เขียนเพลงเอง ทำทำนองเอง โดยที่ทีมงานจะเป็นผู้ทำดนตรีให้อะไรต่ออะไรอีก ต้องไปทำงานกับคนนู้นทีคนนี้ที หลาย ๆ ทีม จนเราไม่รู้สักทีว่าเราจะสบายใจกับตรงไหน อาจจะด้วยการที่เราไม่ได้มีพื้นฐานทางดนตรีแบบลึก ๆ ก็โดนชักจูงไปทางนู้นทีทางนี้ที”

            “พอถึงจุดหนึ่ง เราเริ่มรู้สึกอยากมีเพื่อน อยากมีทีมของเรา อยากมีคนที่ได้ร่วมเล่นดนตรีด้วยกัน จึงกลายมาเป็นทีมเพื่อนสนิทที่มีไลฟ์สไตล์คล้ายกัน ก็ยิ่งทำให้เราสบายใจ เวลาทำงานก็ชิลเหมือนมาพบปะกันมากกว่า” บิว จรูญวิทย์ พัวพันวัฒน เล่าเคล้าเสียงหัวเราะ

             การที่มารวมตัวกันในครั้งนี้ก็ใช่ว่าทุกคนจะชอบไปแนวทางเดียวกัน

มือเบส : ไชยภรณ์ จันทร์เอม (ปูน) ชอบแนวดนตรีแบบ บลูส์ ดาร์กๆ  ลึกๆ 

มือกลอง : วิฑวัส บุญยิ้ม (ตั้ว) ชอบแนวฟังก์ ฟิวชั่น

มือกีต้าร์ : ภมร แพทริค เดวีส์ (แพดทริค) จะออกแนว ป๊อป ร๊อก และเจ้าตัวคิดว่าเป็นเสียงกีตาร์ร๊อค ที่เข้ากับเสียงบิวมากเป็นอย่างมาก

และ มือคีย์บอร์ด : ธมนวรรณ เวชวิมล (โอเล่) เล่นแนว ป๊อป สบายๆ  ที่ทุกคนบอกกันเป็นเสียงเดียวเลยว่าคนนี้แหละเป็นส่วนผสมที่สำคัญมากๆ ทำหน้าที่ผสานทุกคนให้เข้ากันแบบกลมกล่อม

 

“เพื่อน เป็นเหมือนสมดุลที่ถ่วงไว้ มันคือการพูดคุย

เพื่อนเป็นเหมือนที่สบายใจ ผมแฮปปี้ที่มีเพื่อน”

             เส้นทางในสายดนตรีของบิวเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน จึงทำให้บิวคิดว่าการมีเพื่อนช่วยระดมความคิดก็เป็นสิ่งที่ทำให้เจ้าตัวรู้สึกแฮปปี้

             “บิวเริ่มดนตรีช้านะ เริ่มตอน ม.6 เอง จริงจังก็ไม่ถึง 8ปี เราไม่เคยเรียนทางด้านนี้ ไม่ได้อยู่ในวงการนี้ เราไม่รู้จักผู้ใหญ่ในวงการนี้ แต่โชคดีที่เรามีเพื่อนาร่วมทำงานด้วยกัน การทำงานเป็นทีมมันสำคัญมากนะครับ”

 

            “ตอนนี้บิวพยายามทำให้คนอื่นเห็นอยู่แล้วว่า ถ้ามีบิวก็จะมีเพื่อนๆทั้ง 5 คนที่ไปด้วยกันตลอด ทุกคนจะมีหน้าที่ตำแหน่งเท่ากันหมด ถึงแม้ว่าบิวเป็นนักร้องนำ แต่ทุกคนก็จะต้องอยู่ข้างหน้าเท่ากัน  บิวพูดเสมอว่านี่คือทีมบิว”

 

            “บิวสนุกที่จะเล่นเป็นทีมของบิวมากกว่า แต่บางงานมันไม่ได้ เพราะเจ้าของงานอาจจะงบไม่พอ ไปไม่ได้ทุกคน เราก็ต้องคุยกัน เพื่อน ๆ ก็อยู่ในสายงานนี้อยู่แล้ว เพื่อน ๆ เลยเข้าใจ แต่ถ้าเป็นไปได้ ทุกงานบิวก็อยากที่จะเล่นกับเพื่อน ๆ ในทีมอยู่แล้ว”

 

           ถ้าพูดถึงอาชีพนักดนตรีปัจจุบัน ในมุมมองของศิลปินเองก็ไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่ ทั้งเรื่องลิขสิทธิ์ ทั้งการโหลดเพลงแบบฟรี รวมถึงการรับฟังในช่องทางที่เปลี่ยนไป ยิ่งถ้าไม่มีค่ายใหญ่ๆหนุนหลังก็อาจไปได้ไม่ไกลมากนัก แต่สำหรับ “บิว” แล้ว ตั้งใจที่จะทำให้คนเห็นก่อนว่าเขามีความสามารถอะไรบ้าง โดยที่ตัวเองก็มีความกังวลอยู่เล็กน้อยว่า การไม่มีสังกัดในปัจจุบัน จะอยู่รอดไหม

           

            “บิวตั้งใจว่าอยากจะลองพิสูจน์ตัวเองก่อน อยากทำอะไรต้องทำ เราจะได้ไม่เสียใจภายหลัง บิวคิดว่า ถ้าเราเริ่มต้นกับสังกัดใหญ่เลย เราก็อาจจะถูกสร้างคาแรคเตอร์ แน่นอนว่าเราก็คงปฏิเสธไม่ได้ และหลังจากนั้นมันก็ยากแล้ว ที่เราจะปรับเปลี่ยน เพราะคนจำเราในแบบนั้นไปแล้ว”

           

            “บิวจึงลองเป็นตัวเองโดยที่ไม่ถูกสร้างก่อน เพื่อทำให้ผู้ใหญ่หรือทุก ๆ คนเห็นว่า บิวและเพื่อน ทำอะไรได้บ้าง ทำแบบนี้ได้นะ เราสไตล์ไหน แต่ตอนนี้เราไม่ได้ปิดกั้นะ เราก็รับได้หมดแหละ เพลงหนัง เพลงละคร มันสนุกนะที่เราได้ทำตามฝัน เพราะเพื่อนๆก็ชอบที่ได้ใช้ชีวิตไปด้วยความสุขพร้อมๆกับการทำงานแบบจริงจัง บิวเชื่อว่าทำทุกอย่างจากความรักความตั้งใจงานก็จะออกมาดีเอง”

 

          การที่บิวเลือกลองผิดลองถูกด้วยตัวเองแบบนี้ บิวยังมีอีกหนึ่งจุดประสงค์ที่ได้บอกกับเรา นั่นก็คือ การสร้างพลังบางอย่างในยุคสมัยใหม่เพื่อน้องๆหรือนักดนตรีรุ่นต่อไป และแน่นอนว่าโปรเจกต์นี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีเพื่อน นี่คือสิ่งที่บิวย้ำกับเราตลอดการสนทนา